ระบบไอทีในองค์กร ที่ต้องได้รับการพัฒนา : ระบบไอที ไอที พัฒนาระบบไอที ไอทีในองค์กร ระบบไอทีในองค์กร การพัฒนาระบบไอที IT Information Technology

Written by Ju_Writer

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมาก อย่างซื้อมาวันนี้ อีก 3 ปีข้างหน้าก็ล้าสมัยแล้ว และการใช้งานไอทีของเราในหลายองค์กรมีลักษณะเป็นไปตามกระแสนิยม เช่นเมื่อเห็นองค์กรส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ใช้ ก็รีบดำเนินการจัดซื้อหามาโดยที่ฐานการรองรับการใช้งานยังไม่พร้อม

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ผู้นำจะต้องตระหนักและมองเห็นภาพการพัฒนาที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้งานไอทีเพื่อความได้เปรียบ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีสิ่งที่จะต้องพิจารณา และจัดเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการใช้ไอทีในองค์กร ดังนี้

ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกในการทำงาน การวางรากฐานการใช้เครื่องมือสมัยใหม่ ใช้ระบบการประมวลผลที่ทำให้ทำงานได้รวดเร็วแม่นยำ มีระบบการเชื่อมโยงสื่อสาร เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเดินทางไปถึง และประสานการทำงานเป็นระบบได้ ฮาร์ดแวร์จึงรวมไปถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ

ซอฟต์แวร์ (Software) เป็นสิ่งที่จะทำให้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ขององค์กรที่ได้จัดหามา มีประโยชน์และทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ การที่องค์กรลงทุนจัดหาอุปกรณ์การประมวลผลมาใช้ จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับซอฟต์แวร์ จึงจะทำให้เครื่องอุปกรณ์นั้นมีคุณค่าซอฟต์แวร์จึงมีความสำคัญเช่นกัน

ข้อมูลข่าวสาร (Content) คือเนื้อหาสาระที่สำคัญ การดำเนินการขององค์กรเกี่ยวข้องกับการผลิต การประมวลผล การสรุปผล การทำรายงาน การดำเนินการสื่อสารระหว่างกัน การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นกับเนื้อหาของข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น ในองค์กรต้องให้ความสำคัญในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ทำอย่างไรจึงจะให้ข้อมูลข่าวสารเข้าไปโลดแล่นอยู่ในระบบและใช้งานได้อย่าง เต็มที่

บุคลากร (Peopleware) การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากร มีการฝึกอบรมหรือดำเนินการให้บุคลากรหันมาให้ความสำคัญ และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร ความสามารถของบุคลากรจึงเป็นฐานสำคัญในการใช้ไอทีเพื่อประโยชน์ต่อองค์กรโดยรวม

ระเบียบวิธีการปฏิบัติ (Procedure) บางอย่างอาจ เปลี่ยนแปลงไป จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีสอดคล้องกับวิถีการทำงานแนวใหม่ กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ หรืออาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานบางอย่างขององค์กร บางองค์กรจึงมีการปรับเปลี่ยนขั้นรุนแรงถึงขั้นรี้อปรับระบบ (Re-en-gineering) เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการทำงานแนวใหม่ที่มีไอทีเข้ามาสนับสนุน

เพราะฉะนั้นองค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะต้องไปด้วยกัน จะเลือกองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งไม่ได้ หากองค์ประกอบหนึ่งองค์ประกอบใดไม่ได้รับการพัฒนา ย่อมทำให้ระบบโดยรวมขององค์กรมีปัญหา เพื่อสร้างความได้เปรียบในกลยุทธ์การแข่งขันและสมาชิกทุกคนขององค์กรได้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านไอทีที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรของคุณก็จะประสบผลสำเร็จได้อย่างมั่นคงและถาวร

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
21

จุดเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตไทยปี 2011 : อินเทอร์เน็ต จุดเปลี่ยนอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต 2011 อินเทอร์เน็ต 54 Internet Internet 2011

Written by Ju_Writer

การใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน คือการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ (Social Network) และที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอย่างเช่น facebook, twitter, hi5 และการใช้งานเริ่มมีการแพร่ขยายเข้าไปสู่การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Internet) มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันสนับสนุนให้การเข้าถึงเครือข่ายผ่านโทรศัพท์มือถือทำได้ง่ายขึ้นมาก

ในปี 2010 ที่ผ่านมา Internet ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายอย่าง ซึ่ง Smartphone และ Tablet PC กำลังจะมามีบทบาทมากขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับคนไทยทั่ว ๆ ไป เพราะปัจจุบัน Smartphone ในไทยอาจมีไม่ถึง 5-10% แต่ด้วยการแข่งกันของผู้ประกอบการมือถือ ซึ่งล้วนให้บริการ iPhone 4 เริ่มต้นปี 2010 และทั้ง ๆ ที่เปิดตัวมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังมี Waiting List กว่าสองอาทิตย์ ทั้งยังมีความพยายามของรัฐบาล ที่ผลักดันการเข้าถึง Internet ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเทคโนโลยีไร้สายอย่าง 3G ภายใต้ พ.ร.บ.กสทช. หรือนโยบาย Broadband แห่งชาติ ที่จะให้ประเทศมีการเข้าถึง Internet ความเร็วสูงเป็น 80% จากเดิมที่มีอยู่เพียง 10% เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มการลงทุนของบริษัทข้ามชาติขนาดมหึมา ที่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ แต่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกับ Ecosystem ของวงการ Internet ไทย และอาจมีผลไปสู่การ Challenge อุตสาหกรรม Traditional Media เป็นครั้งแรก ทั้งหมดนี้ชี้นำถึงจุดเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย ที่โลก Online กำลังจะมาเป็น Main Stream และไม่ใช่ Niche Market อีกต่อไป

ด้วยประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตที่สามารถสื่อสารกับเครือข่ายได้เพื่อนจำนวนมาก ในเวลาเดียวกัน ซึ่งนักการตลาดหลายคนบอกว่า เป็นช่องทางการสื่อสารและทำกิจกรรมการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะสามารถรู้จักตัวตนและเซ็กเมนต์กลุ่มเป้าหมายได้แล้ว การใช้เครือข่ายเพื่อนในการแนะนำสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้รับข้อมูลข่าวสารให้ความเชื่อถือมากกว่าการใช้สื่อโฆษณาโดยตรง ผู้ประกอบการในองค์กรธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องรีบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์ เพราะไม่เช่นนั้นคุณก็อาจพลาดโอกาสสำคัญได้

ที่มา : ezyjob.com

ธ.ค.
30

การใช้ Internet กับภัยร้ายออนไลน์ : ภัยออนไลน์ ภัยร้ายออนไลน์ ภัย Internet ภัยอินเทอร์เน็ต ภัยร้ายอินเทอร์เน็ต การใช้อินเทอร์เน็ต

Written by Ju_Writer

ปัจจุบันอาชญากรไซเบอร์มีมากขึ้นทุกที โดยมีเทคนิคกลลวงที่หลากหลายเพื่อหลอกล่อเหยื่อ เช่น การคลิกลิงค์ที่เป็นสแปม การดาวน์โหลดไฟล์ หรือการกรอกแบบฟอร์มโดยใส่ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางการเงินแก่อาชญากรไซเบอร์ อันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันเป็นส่วนใหญ่

1. เว็บไซต์ยอดนิยม
และ เว็บไซต์การกุศลปลอม จัดเป็นภัยคุกคามสำหรับผู้ใช้ออนไลน์ได้ง่ายเลยทีเดียว เพราะเป้าหมายหลักของการติดเชื้อจะเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ที่คาดว่าปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยอาชญกรไซเบอร์จะแพร่กระจายเชื้อไปยังเหยื่อโดยการเลือกเว็บไซต์ยอดนิยม และมีการเข้าชมสูง หรือแม้กระทั่งการค้นหาแหล่งช้อปปิ้งช่วงเทศกาลต่าง ๆ อาจก่อให้เกิออันตรายได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยผู้เขียนมัลแวร์จะเลือกช่วงเทศกาลต่าง ๆ นี่แหละ ที่จะนำผู้ใช้งานไปยังผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายของตนได้

2. โฆษณามัลแวร์ (Malvertisements) อาชญากรไซเบอร์จะใช้โฆษณาและโปรโมชั่นของปลอม โดยมีการเลียนแบบโฆษณาของจริง เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ โดยอาศัยความเชื่อใจของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ที่มักสนใจเรื่องสินค้าราคาพิเศษ โฆษณาที่แสดงอยู่ในเว็บไซต์ที่มีการเข้าชมสูงจะถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นให้ดาวน์โหลดมัลแวร์ โดยเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Google, Expedia.com, Rhapsody.com, Blick.com และแม้แต่ MySpace มักถูกใช้เป็นที่แฝงตัวของแบนเนอร์โฆษณาที่เป็นอันตราย

3. อีคอมเมิร์ซฟิชชิ่ง (eBay) เป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้ใช้บริการมาก และดังนั้นอีเบย์จึงเป็นเว็บไซต์ที่แฮคเกอร์นิยมใช้ทำเป็นเว็บไซต์ลวงมากด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลของผู้ใช้เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ทางการเงิน รวมถึงบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (อี-การ์ด) อาชญากรไซเบอร์มักจะใช้บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีการ์ดเพื่อล่อลวงเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายในข้อความสแปม และนั่นอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อตกอยู่ในอันตรายได้ ผู้ใช้จึงควรพึงระวังในการส่งอีการ์ดทุกครั้งเสมอ

4. ข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้ที่ชอบบัตรของขวัญและโปรโมชั่น โดยเฉพาะของฟรีบนเว็บนั้น เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่าย ๆ โดยเหยื่อจะกรอกแบบสำรวจของปลอม โดยที่เหยื่อจะไม่ทราบว่านั่นคือ ฟิชชิ่งไซต์ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขโมยข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ

5. ระวังใบแจ้งราคาสินค้าปลอม ผู้ใช้งานอาจจะได้รับข้อความอีเมล์ที่แจ้งให้เปิด และพิมพ์ “ใบแจ้งราคาสินค้า” ที่ได้แนบมา ไฟล์ที่แนบมานั้นไม่ใช่ใบแจ้งราคาสินค้าของจริง แต่ว่าเป็นโทรจัน สแปมที่จะล่อลวงผู้ใช้ให้ติดตั้งโทรจันลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์บ่อย ๆ จะได้รับใบแจ้งราคาสินค้าอยู่แล้ว และถือเป็นเป้าหมายหลักของภัยคุกคามประเภทนี้

ที่มา : Ezyjob.com

พ.ย.
26

ต้นแบบจอภาพ 3 มิติ 360 องศา : จอภาพ 3 มิติ จอภาพ เทคโนโลยีจอภาพ 3 มิติ 3D

Written by Ju_Writer

ต้นแบบจอภาพ 3 มิติ 360 องศา

โซนี่เตรียมนำเสนอต้นแบบจอภาพ 3 มิติ 360 องศาโดยไม่ต้องมองผ่านแว่นตาพิเศษในงาน Digital Contents Expo ณ กรุงโตเกียว

จอภาพของต้นแบบดังกล่าวสูง 10.6 นิ้ว และกว้าง 5.1 นิ้วในแต่ละด้าน รองรับการแสดงผลสี 24 บิท จำนวน 96×128 พิกเซล (ต้นฉบับใช้ “24-bit, 96 by 128-pixel stereoscopic color image”) และอย่างที่บอกไว้คือ ไม่ต้องใช้แว่นตาพิเศษในการมองแต่อย่างไร

ต่อกับ PlayStation นี่ “เล่นได้รอบวงเลยนะ”

ข้อมูลและภาพจาก : ไทยซ่าดอทคอม

ม.ค.
14

แอปเปิลออก Magic Mouse : แอปเปิล Magic Mouse เมจิกเมาส์

Written by Ju_Writer

แม้แอปเปิลจะยืนยันมาเสมอว่าการใช้เมาส์ปุ่มเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ดีต่อการใช้งาน แต่ในความเป็นจริงเราคงต้องยอมรับกันว่าการใช้เมาส์ปุ่มเดียวร่วมกับคีย์บอร์ดนั้นลำบากกว่าการใช้เมาส์สองปุ่มมาก ความพยายามครั้งแรกในการแก้ปัญหานี้คือ Mighty Mouse นั้นได้รับการตอบรับที่ไม่ดีนัก และครั้งนี้แอปเปิลกลับมาอีกครั้งด้วย Magic Mouse

ฟีเจอร์อื่น ๆ นั้นอาศัยความสามารถของพื้นผิวสัมผัสมาช่วยเพื่อแทนปุ่มเสริม และลูกกลิ้งบนตัวเมาส์ได้ไม่ว่าจะเป็นซูม, เลื่อนหน้า, ที่น่าสนใจคืออาจจะใช้เมาส์แทนปุ่ม page-up/page-down ได้แล้ว

ข้อมูลจาก : blognone.com

ม.ค.
14

คอมพิวเตอร์ Mac Mini ใหม่ : คอมพิวเตอร์ แอปเปิลคอมพิวเตอร์ แม็คมินิ MacMini

Written by Ju_Writer

Mac Mini ใหม่

Mac Mini นั้นเป็นคอมพิวเตอร์ที่ดีมากสำหรับผู้ที่ต้องการใช้แมคเป็นเครื่องที่สอง หรือใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ในบ้าน หรือนอกบ้าน เมืองนอกนั้นถึงขั้นมีบริการโฮสต์เครื่อง Mac Mini โดยเฉพาะแอปเปิลเองก็รู้จุดนี้ดี การอัพเกรด Mac Mini ครั้งใหม่จึงมีรุ่นเซิร์ฟเวอร์ออกมาพร้อมกัน

จุดขายหลักที่แอปเปิลชูโรงเครื่อง Mac Mini ในครั้งนี้ไม่ใช่ขนาดที่เล็กจนน่าประทับใจอีกต่อไป (เพราะยี่ห้ออื่น ๆ ก็ทำได้เล็กพอ ๆ กันหมดแล้ว) แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพพลังงานที่แอปเปิลชูว่าพลังงานขณะไม่มีการประมวลผลนั้นอยู่ที่ 14 วัตต์เท่านั้น ขณะที่ OS X นั้นมีระบบประหยัดพลังงานที่ทำงานละเอียดในระดับ keystroke นั่นคือเมื่อมีการกดปุ่มแต่ละครั้งก็จะมีการเพิ่มการทำงานขึ้นมาเท่าที่จำเป็นแล้วหยุดการทำงานลงไปหลังประมวลผลปุ่มกดเสร็จสิ้น

ราคาเริ่มต้นที่ 599 ดอลลาร์ ใช้ซีพียู Core 2 Duo, NVIDIA GeForce 9400M, และ Super Drive ในตัว

ส่วนรุ่นเซิร์ฟเวอร์นั้นไม่มี Super Drive ในตัวแต่ใส่ฮาร์ดิสก์ได้สองลูกแทน และมีความจุเดียวให้เลือกคือ 500GBx2 รวมเป็น 1TB ราคาแพงไปหน่อย 999 ดอลลาร์

ข้อมูลจาก : blognone.com

ม.ค.
14

อนาคตของเน็ตบุ๊ก : NETBOOK เน็ตบุ๊ก เน็ตบุ๊กในอนาคต ยี่ห้อเน็ตบุ๊ก

Written by Pom_Writer

อนาคตของ “เน็ตบุ๊ก” แค่ออกสตาร์ต…ก็สะดุด อนาคตของ “เน็ตบุ๊ก” แค่ออกสตาร์ต…ก็สะดุด

สถานการณ์ ของตลาด “เน็ตบุ๊ก” ดูจะไม่สดใสเมื่อมีการประเมินสถานการณ์กันเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อระดับราคาของโน้ตบุ๊กลดลงมาอย่างฮวบฮาบจนระดับราคาลงมาอยู่ที่ หมื่นต้น ๆ ทำให้โอกาสในการทำธุรกิจของเน็ตบุ๊กได้รับผลกระทบไปด้วย

“เน็ตบุ๊ก” ถือเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ของตลาดในการเป็นโน้ตบุ๊กเครื่องที่ 2 สำหรับพกพาไปในที่ต่าง ๆ แต่ไม่ใช่การทดแทนเครื่องเก่า

12464_002

ช่วงปีที่ผ่านมากระแสของ “เน็ตบุ๊ก” นับ ว่าแรงมากเพราะตอบโจทย์ในด้านราคาระดับหมื่นต้น ๆ น้ำหนักเบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม พกพาสะดวก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เกือบทุกรายประกาศเปิดตัว “เน็ตบุ๊ก” หรือ “มินิโน้ตบุ๊ก” กันถ้วนหน้า แบบว่าเป็นตลาดใหม่เนื้อหอมที่ไม่สามารถทิ้งโอกาสไปได้

2 ค่ายที่มุ่งมั่นในการทำตลาด “เน็ตบุ๊ก” อย่างจริงจังก็คือ “อัสซุส” ที่ เป็นผู้บุกเบิกตลาดนี้มาก่อนใคร และอีกรายก็คือ “เอเซอร์” ที่โดดเข้ามาทำตลาดและสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดเน็ตบุ๊กในทันที เพราะด้วยความที่เป็นยักษ์ใหญ่ มีความพร้อมทั้งในแง่ช่องทางการจัดจำหน่าย และสินค้าที่ออกสู่ตลาดให้ลูกค้าเลือกหลายโมเดลและหลากสีสัน ทำให้เอเซอร์ตั้งเป้าที่จะครองอันดับหนึ่งของตลาดเน็ตบุ๊กอีกหนึ่งตลาด

แต่สถานการณ์ตลาดปีนี้เปลี่ยนไป…

” นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวยอมรับกระแสของเน็ตบุ๊กไม่แรงเหมือนที่คาดหวังไว้ โดยเฉพาะในงาน

คอมมาร์ตเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมายอดขายลดลง 15% เมื่อเทียบกับคอมมาร์ตปลายปีที่ผ่านมา ผลจากราคาโน้ตบุ๊กที่ถูกลงทำให้คอนซูเมอร์หันมาซื้อโน้ตบุ๊กแทน และโพซิชันนิ่งของเน็ตบุ๊กเน้นเจาะกลุ่มผู้ต้องการคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 สำหรับการพกพา ซึ่งไม่เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่คนต้องประหยัดจึงไม่ซื้อสินค้าใหม่ ทำให้การตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร

เช่นเดียวกับ “พรเทพ วัชรอำนวย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดเน็ตบุ๊กช่วงต้นปีชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยอีอีอีพีซีของอัสซุสมียอดขายลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงปี 2551 ส่วนหนึ่งเพราะโน้ตบุ๊กมีการปรับราคาลงมาใกล้เคียงกับเน็ตบุ๊ก ปัจจุบันราคาโน้ตบุ๊กต่ำสุดของแต่ละแบรนด์เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรุ่น ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อโน้ตบุ๊กมากขึ้น

นอกจากนี้ตลาด เน็ตบุ๊กยังจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างจากโน้ตบุ๊ก โดยเน็ตบุ๊ก ระดับราคา 9,900-12,900 บาท จะเป็น กลุ่มที่ได้รับความนิยม แต่ถ้ารุ่นราคาสูงกว่านี้ก็จะขายยาก

แผนของอัสซุสเพื่อรับมือกับ ปัญหาดังกล่าว คือ การเพิ่มช่องทางจำหน่าย นอกเหนือจากร้านไอที เช่น การนำสินค้าจำหน่ายตามร้านขายสินค้าเอวี, ร้านหนังสือ และร้านขายของเล่นทอย อาร์ อัส เป็นต้น

พร้อมกับปรับแผนการทำตลาด อีอีอีพีซีใหม่ หากเป็นรุ่นเมนสตรีมจะหาวิธีการกระตุ้นตลาดมากขึ้น สำหรับรุ่นไฮเอนด์ก็จะเลือกวางเฉพาะร้านค้าที่เหมาะสม เช่น วางที่ร้านในสนามบินเพื่อเจาะกลุ่มชาวต่างชาติ

สำหรับผู้ผลิตราย อื่น ๆ อาจได้รับผลกระทบไม่มากเพราะไม่ได้ทุ่มทำตลาดจริงจัง เพียงแค่มีสินค้าเข้ามาเป็นทางเลือกให้ลูกค้าเพื่อไม่ให้ตกกระแสเท่านั้น

“ถกล นิยมไทย” ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจไอทีของบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัดกล่าวว่าในส่วนของโตชิบาไม่ได้เน้นการทำตลาดเน็ตบุ๊กจึงไม่ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์ตลาดที่เกิดขึ้น ความแรงของตลาดเน็ตบุ๊กจะไม่เหมือนกับปีที่แล้วที่เป็นกระแสแฟชั่นมากกว่าดี มานด์จริง ๆ และที่สำคัญในปีนี้ผู้บริโภคเข้าใจข้อจำกัดการใช้งานของเน็ตบุ๊กมากขึ้น เพราะทั้งขนาดจอที่เล็กใช้งานไม่สะดวก แถมไม่มีไดรฟ์ ทำให้ ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพิ่มอีก 2-3 พันบาทแล้วซื้อโน้ตบุ๊กแทน

อย่าง ไรก็ตาม เน็ตบุ๊กก็ยังมีโอกาสทางการตลาดโดยเฉพาะในตลาดสถาบันการศึกษา “ถกล” กล่าวว่า เน็ตบุ๊กตอบโจทย์ในเรื่องจองการพกพาสะดวกนอกจากเป็นโน้ตบุ๊กเครื่องที่ 2 สำหรับพกพาแล้ว ขณะนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งก็ให้ความสนใจจัดซื้อเน็ตบุ๊กเพื่อแจกให้กับ นักศึกษาสำหรับการเรียนการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่ง เพราะอย่างน้อยก็มีต้นทุนต่ำกว่าการซื้อ โน้ตบุ๊ก ขณะที่สะดวกในการพกพาสำหรับนักเรียนนักศึกษา

เช่นล่าสุด ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดซื้อ HP Mini 2140 หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว เพื่อแจกให้กับนักศึกษา และมีอีกหลาย ๆ แห่งก็อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อ

ขณะที่นายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายคอนซูเมอร์ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดเน็ตบุ๊กจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงแรกที่เข้าสู่ตลาดซึ่งหลายแบรนด์นำสินค้าเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก เมื่อประสบภาวะเศรษฐกิจทำให้กำลังซื้อในปัจจุบันลดลง ผู้ค้าบางรายที่สต๊อกสินค้าไว้มีการลดราคาสินค้าเพื่อระบายสต๊อก ราคาโน้ตบุ๊กจึงลดลง แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็สร้างผลกระทบกับยอดขายเน็ตบุ๊กซึ่งมีราคาใกล้เคียงกัน

ที่การแข่งขันมีไม่มากและแบรนด์อื่นเน้นขายสินค้าราคาต่ำกว่า 2 หมื่น ทำให้ได้รับผลกระทบ

โพซิชั่นของเน็ตบุ๊กเน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องที่ 2 ซึ่งเป็นตลาดที่มีการชะลอการซื้อสินค้าหากไม่จำเป็น ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อสินค้าเครื่องแรกจะมองหารุ่นโลว์เอนด์มากกว่า รวมถึงในต่างจังหวัดที่ยังไม่ตอบรับเน็ตบุ๊กเท่าที่ควร บวกกับเมื่อสินค้าไม่มีจุดเด่นเพิ่มเติมจึงทำให้ความนิยมเน็ตบุ๊กลดลง โดยกลุ่มผู้ค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ แบรนด์ที่มีส่วนแบ่งในตลาด เน็ตบุ๊ก 30-50%

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดเน็ตบุ๊กจะชะลอตัวจนกว่าจะมีลูกเล่นหรือมีฟีเจอร์ ใดใหม่ ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ตลาด โดยเฉพาะด้านดีไซน์ ความสวยงาม เบาบางมากกว่าเรื่องของสเป็ก

สำหรับเลอโนโวมีสินค้าเน็ตบุ๊กเพื่อ เสริมไลน์เท่านั้น จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยราคาเน็ตบุ๊กเริ่มต้นที่ 9,900-12,900 บาท ส่วนโน้ตบุ๊กราคาต่ำสุดเริ่มต้น 19,900 บาท ทำให้สินค้าไม่ตีตลาดกันเอง และมียอดขายเน็ตบุ๊กคิดเป็น 10% ของยอดขายโน้ตบุ๊กทั้งหมด

สนับสนุนข้อมูลโดย…

ม.ค.
14

วิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ : การกู้ข้อมูล แก้ปัญหาข้อมูลหาย เผลอลบไฟล์สำคัญ การกู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ เอาไฟล์ที่ลบคืนกลับมา

Written by Pom_Writer

วิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์

ถ้าพูดถึงส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีที่คุณใช้งาน คุณคิดว่ามันคือส่วนไหนครับ? บางคนอาจจะบอกว่าเป็นซีพียู เพราะมันคือตัวประมวลผลข้อมูลทั้งหมด บางคนอาจจะบอกว่ามันคือแรม หรือบางคนอาจจะบอกว่ามันคือการ์ดจอแรง ๆ ซักตัว แต่ผมว่า หลายคนมองข้ามส่วนประกอบที่สำคัญมากไปส่วนหนึ่ง นั่นคือ “ฮาร์ดดิสก์” ยังไงล่ะครับ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าฮาร์ดดิสก์นั้นมีมูลค่ามากมายมหาศาลจนบางครั้งไม่สามารถตีค่าได้ เลยทีเดียว ใช่แล้วครับ ผมไม่ได้หมายถึงเพียงแค่จานแม่เหล็กอันบอบบางที่หมุนไปหมุนมา แต่ผมกำลังหมายรวมถึงข้อมูลสำคัญๆ ของคุณที่อยู่ในนั้นด้วยนั่นเอง

hdd

โลกของฮาร์ดดิสก์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าฮาร์ดดิสก์นั้นถือว่าเป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่จะต้องมีไว้ ประจำในทุก ๆ เครื่องอยู่แล้ว เพื่อสำหรับเก็บข้อมูลตั้งแต่ระบบปฏิบัติการพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์ ลินุกซ์ หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ก็ตาม รวมไปจนถึงโปรแกรมที่คุณต้องใช้ก็ต้องมีการติดตั้งลงในเครื่องด้วยเช่นกัน และส่วนที่สำคัญที่สุดจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกเสียจาก “ข้อมูล” นั้นเอง ดังนั้นเมื่อดูจากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าฮาร์ดดิสก์นั้นเรียกได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องเลย ก็ว่าได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมันแล้วล่ะก็ อาจจะต้องนำตาตกเป็นแน่

พื้นฐานโครงสร้างของฮาร์ดดิสก์นั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก เพราะเป็นส่วนของจานเหล็กที่เคลือบสารแม่เหล็กเอาไว้ ทำให้มีคุณสมบัติสามารถเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กที่อยู่บนพื้นผิวจานได้ และนั่นก็คือที่มาของการบันทึกข้อมูล โดยการเปลี่ยนแปลงสนามเหล็กให้การเป็นรูปแบบข้อมูลดิจิตอล (0 หรือ1, เปิด หรือ ปิด) โดยหน้าที่นี้เป็นของหัวอ่าน-เขียน ซึ่งจะลอยอยู่เหนือแผ่นจานแม่เหล็กเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ดังนั้นข้อมูลที่เรียงกันอยู่บนจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสก์จึงมีปริมาณมาก มายมหาศาล

โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมาก ๆ ลองคิดดูซิครับว่าเราจะต้องมีจุดข้อมูลที่บันทึกบนจานแม่เหล็กกี่จุด จึงจะสามารถบันทึกข้อมูลได้ในระดับร้อยกิกะไบต์หรืออาจจะถึงระดับเทราไบต์ และจุดเหล่านั้นจะต้องเล็กและเรียงชิดติดกันขนาดไหน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์กลายเป็นชิ้นส่วนที่มีความละเอียดอ่อนและบอบ บางที่สุดชิ้นหนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์เลย

Platter หรือจากแม่เหล็กที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลในฮาร์ดดิสก์

อีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการทำงานของฮาร์ดดิสก์ก็คือ ส่วนของแผงวงจรควบ คุมการทำงาน ซึ่งส่วนนี้จะคอยทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อและรับ-ส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งการควบคุมหัวอ่านเขียนให้สามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างถูกต้องด้วย โดยเจ้าแผงวงจรนี้ก็จะมีหน้าตาเป็นแผงวงจรแปะติดกับตัวฮาร์ดดิสก์มา มีชิปคอนโทรลเลอร์และแรมซึ่งทำหน้าที่เป็น Buffer ให้กับการส่งข้อมูลด้วย ถ้าหากแผงวงจรควบคุมนี้เกิดเสียหายขึ้นมา ก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถทำงานได้เช่นกันครับ

จะเอาอะไรมากู้ข้อมูล
เวลาที่เราลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ไปแล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ก็ควรจะต้องหายไปถูกต้องไหมครับ แล้วคุณเคยสงสัยไหมครับ ว่าในเมื่อข้อมูลต่าง ๆ มันหายไปแล้ว แล้วมันถูกกู้คืนกลับมาได้อย่างไร ความจริงแล้วคอมพิวเตอร์นั้นแอบขี้โกงเราอยู่เหมือนกันครับ เนื่องจากสื่อบันทึกข้อมูลอย่างฮาร์ดดิสก์เองก็จะทำงานหรือเก็บบันทึกข้อมูล ด้วยการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กบนจานเพื่อบันทึกค่า ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการเขียน-อ่านอยู่พอสมควร ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วในการลบข้อมูล ข้อมูลต่างๆ จึงไม่ได้ถูกลบไปจริงๆ แต่จะถูกมาร์กเอาไว้ในระบบไฟล์ว่าข้อมูลในส่วนนั้น ๆ ถูกลบไปแล้ว ทั้งที่จริงแล้วข้อมูลก็ยังคงอยู่ที่เดิมของมันอยู่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเวลาเราสร้างไฟล์ 1กิกะไบต์ จึงช้ามาก ในขณะที่ลบไฟ 1กิกะไบต์ นั้นเร็วจนแทบมองไม่ทันกันเลยทีเดียว

ดังนั้นแล้วข้อมูลต่าง ๆ ของเราก็อาจจะยังคงอยู่ในฮาร์ดดิสก์ที่เราใช้ นั่นหมายความว่าเรายังพอมีสิทธิที่จะแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดไว้ให้กลับคืนมา ดังเดิมได้อยู่ และนี่คือวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณได้ข้อมูลสำคัญ ๆ คืนมา

1.กู้ไฟล์ที่เผลอลบไป
เคยเป็นไหมครับเวลาที่เราทำงานอยู่แล้วรีบๆ บางครั้งเราก็อาจจะเผลอกดลบไฟล์งานเอกสารสำคัญ ๆ ของเราไปด้วย ซึ่งคุณอาจจะบอกว่าไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อสั่งลบไปแล้ว มันก็จะไปอยู่ในถังขยะหรือว่าเจ้า Recycle Bin แทน จริงอยู่ครับว่าไฟล์ที่ถูกลบไป มันจะถูกย้ายไปไว้ในถังขยะ แต่สำหรับคนที่ต้องการทำงานแบบรวดเร็วจนติดเป็นนิสัย ก็เลยลบข้อมูลอย่างรวดเร็ว (Shift+Del) งานนี้ข้อมูลของคุณไม่ได้อยู่ในขยะแน่นอนครับ นอกจากนี้กรณีที่คุณเผลอลบไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ถังขยะจะสามารถรับ ได้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ไฟล์ของคุณจะได้รับสิทธิในการลบข้อมูลไปเลยโดย ไม่ต้องผ่านถังขยะด้วยเช่นกัน

ขนาดถังของ Recycle Bin ที่คุณกำหนดไว้อาจจะไม่ใหญ่เพียงพอ ทำให้ไฟล์ถูกลบไปเลยก็ได้

คราวนี้จะทำยังไงดีล่ะครับ ในเมื่อไฟล์ที่เราลบไปไม่ได้อยู่ในถังขยะอีกแล้ว ใจเย็น ๆ ครับ เหตุการณ์มันยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น อย่างที่เราบอกไว้ครับ ว่าข้อมูลของคุณจริง ๆ นั้นยังไม่ได้ถูกลบไปไหน แต่ยังคงถูกเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์อยู่ ซึ่งในตอนนี้ผมขอพูดถึงการกู้ในลักษณะนั้นไว้ภายหลังเนื่องจากเป็นกระบวนการ ที่ค่อนข้างเสียเวลานานครับ ในเมื่อเรารู้ว่าเราเพิ่งจะลบไฟล์ไปเมื่อตะกี้นี้เอง ดังนั้นวิธีการกู้ที่ง่ายที่สุดก็ต้องเป็นโปรแกรมประเภท Undeleted ทั้งหลายที่พอจะช่วยคุณได้ แต่ข้อจำกัดของโปรแกรมประเภทนี้ก็คือคุณจะต้องติดตั้งโปรแกรมก่อนที่คุณจะลบ ไฟล์นะครับ

หลักการทำงานของโปรแกรมประเภทนี้อยู่ที่การคอยสอดส่องว่าคุณมีการทำงานกับ ไฟล์อะไรบ้าง มีการลบไฟล์อะไรไปบ้าง แล้วมันจึงแอบเก็บข้อมูลของไฟล์ที่คุณลบเอาไว้เอง จะว่าไปมันก็เหมือนกับเป็นการทำหน้าที่ Recycle Bin อย่างลับ ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งคราวนี้เราก็จะสามารถกู้คืนไฟล์ที่เราเพิ่งลบไปให้กับมาอยู่ในอ้อมอกของ เราได้เหมือนเดิมครับ
ข้อจำกัดของรูปแบบการกู้คืนข้อมูลแบบนี้ก็คือโปรแกรมที่ใช้สำหรับการ Undeleted นี้จะต้องติดตั้งโปรแกรมลงไปก่อน เพื่อที่จะจะได้ให้มันคอยตรวจสอบไฟล์ที่เราเพิ่งสั่งลบไป และคอยเก็บข้อมูลสำรองเอาไว้ให้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทำเช่นนี้แล้ว คุณก็จะต้องยอมเสียพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ไปบางส่วนเพื่อแลกกับความปลอดภัยของ ไฟล์ บางโปรแกรมกินพื้นที่เยอะ เพราะใช้วิธีการแบ็กอัพไฟล์เอาไว้เลย หรือบางโปรแกรมอาจจะใช้วิธีการเก็บ Log การลบไฟล์เอาไว้ แล้วสั่งถอดมาร์กที่ระบบปฏิบัติการได้ทำไว้เพื่อให้รู้ว่าเป็นไฟล์ที่ถูกลบ ออกไปก็จะกินพื้นที่น้อยกว่า แต่มันก็จะคล้าย ๆ กับการกู้ข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ที่เรากำลังจะพูดในส่วนต่อ ๆ ไปอยู่ดี

2.ฟอร์แมตไดรฟ์ไป จะกู้กลับมาได้ไหม
สำหรับผู้ที่ชอบลงโปรแกรมเอง หรือติดตั้งระบบปฏิบัติการเอง (อย่างผมเป็นต้น) และมีการติดตั้งระบบปฏิบัติการไว้หลายๆ ตัว (มีหลายไดรฟ์) คงจะมีบ้างที่เกิดฟอร์แมตผิดไดรฟ์ หรือถ้าจะให้ดูใกล้ตัวกว่านั้นอาจจะเป็นกรณีที่ว่าคุณต้องการฟอร์ แมตลงวินโดวส์ใหม่อยู่แล้ว หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ล้างเครื่อง” หลังจากสั่งฟอร์แมตและเตรียมตัวจะลงระบบปฏิบัติใหม่นั้นนึกขึ้นมาได้ว่ายัง มีไฟล์งานสำคัญที่ยังไม่ได้แบ็คอัปอยู่ งานนี้จะทำยังไงล่ะเนี่ยะ ฟอร์แมตก็ทำไปแล้ว แถมโปรแกรม Undeleted ก็ช่วยไม่ได้อีกต่างหาก

ฮาร์ดดิสก์ที่มีพาร์ทิชันหลายอัน บางครั้งคุณอาจจะเลือก Format ผิดไดรฟ์บ้างก็เป็นได้

โปรแกรม GetDataBack ที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับการกู้ข้อมูลโดยการสแกนฮาร์ดดิสก์ในทุก ๆ ตารางนิ้ว
งานนี้มีอะไรที่พอจะช่วยคืนชีพข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกฟอร์แมตไปแล้วได้หรือไม่ คำตอบก็คือมีครับ เพราะอย่างที่เราบอกไว้ว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เราสั่งลบไปนั้นไม่ได้มีการถูกลบไปจริง ๆ เพียงแต่จะเป็นการมาร์กเอาไว้ว่าข้อมูลนั้น ๆ ถูกลบไปแล้ว การฟอร์แมตก็คล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะการฟอร์แมตแบบรวดเร็ว (Quick Format) ด้วยแล้ว มันก็เหมือนกับการลบไฟล์ทุกไฟล์ออกไปจากไดรฟ์นั้นเองครับ ในขณะที่การฟอร์แมตแบบเต็ม (Full Format) ดูจะเป็นอะไรที่สาหัสกว่า แต่ก็สามารถกู้ข้อมูลคืนมาได้อยู่ดี เพราะข้อมูลที่ถูกสั่งลบนั้น ผ่านการลบแบบลวก ๆ จึงยังทำให้เห็นเค้าโครงของข้อมูลเดิมอยู่
โปรแกรมที่ใช้ในการกู้ข้อมูลในลักษณะนี้ก็มีอยู่หลายตัวทีเดียวอย่างเช่น GetDataBack ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียว งานนี้มันจะคอยสแกนหาข้อมูลต่างในฮาร์ดดิสก์ของคุณทั้งหมด โดยไม่สนข้อมูลจากระบบไฟล์

ซึ่งทำให้มันสามารถมองเห็นข้อมูลที่ระบบปฏิบัติการมองไม่เห็นหรือก็คือข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วนั่นเองครับ
ข้อจำกัดของโปรแกรมประเภทนี้ก็มีอยู่เหมือนกันครับ เพราะใช่ว่ามันจะสามารถกู้ได้ทุกอย่างที่ขว้างหน้านะครับอย่างแรกเลยก็คือ มันไม่สามารถกู้ข้อมูลที่ถูกเขียนทับไปแล้วได้ เนื่องจากมันอาศัยการกู้จากเศษข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ในดิสก์

ดังนั้นถ้าหากว่ามีการเขียนข้อมูลทับในจุดที่มีข้อมูลไปแล้ว ข้อมูลส่วนนั้น ๆ ก็จะไม่สามารถกู้คืนได้นะครับ อย่างเช่นหลังจากฟอร์แมตไปแล้วอาจจะสามารถกู้คืนได้ครบทั้งหมด แต่ถ้าติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ทับลงไปแล้วก็อาจจะทำให้ข้อมูลบางส่วนไม่ สามารถกู้คืนมาได้
อีกกรณีหนึ่งที่ไม่สามารถกู้คืนได้ก็คือกรณีของการ Low Level Format ซึ่งถือว่าเป็นการฟอร์แมตที่ล้างข้อมูลได้อย่างสะอาดที่สุด เพราะจะมีการจัดรูปแบบของคลื่นแม่เหล็กใหม่ โดยใช้หลักการเขียนข้อมูลที่เป็น 1 และตามด้วย 0 ไปลงในทุก ๆ Sector ข้อมูล ส่งผลให้ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ว่างเปล่า หรือพูดง่าย ๆ ก็คือถูกเขียนทับด้วยข้อมูลเปล่าทั้งหมดนั้นเอง ดังนั้นถ้า Low Level Format ไปแล้วก็หมดสิทธิครับ แต่ถึงอย่างไรคุณก็คงจะไม่ได้ทำ Low Level Format บ่อยอยู่แล้วจริงไหมครับ

3.กู้พาร์ทิชันที่เสียหาย
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนครับ บางวันคุณอาจจะตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย มาเจอฝันร้ายกว่า เพราะเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วบูตไม่ขึ้น รวมถึงยังไม่สามาถเข้าไปเอาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ออกมาได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเป็นไปได้ทั้งจากฮาร์ดแวร์ (ฮาร์ดดิสก์เสียไปเลย) หรืออาจจะเป็นจากซอฟต์แวร์ซึ่งก็คือเป็นเพียงแค่โครงสร้างข้อมูลของไดรฟ์ หรือพาร์ทิชันเสียหาย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากเสียด้วย
ส่วนใหญ่ปัญหาที่เป็นสาเหตุทำให้พาร์ทิชันสำหรับเก็บข้อมูลของคุณเกิดปัญหา ขึ้นก็คือ การเกิดความเสียหายขึ้นกับระบบไฟล์ ซึ่งเจ้าระบบไฟล์นี้จะเป็นโครงสร้างข้อมูลที่ชี้ไปยังตำแหน่งของข้อมูลจริง ๆ ที่อยู่บนไดรฟ์ คงพอนึกออกใช่ไหมครับว่าถ้าเกิดความเสียหายที่ตัวข้อมูล มันก็อาจจะทำให้ข้อมูลหายเท่านั้น แต่ถ้ามันเกิดความเสียหายที่ระบบไฟล์ ข้อมูลทั้งหมดภายในไดรฟ์ก็จะได้รับผลกระทบไปหมดเลย
เครื่องมือที่จะมาช่วยคุณในการแก้ไขปัญหานี้ก็จะเป็นซอฟต์แวร์ประเภทที่ใช้ ในการจัดการกับพาร์ทิชันอย่างเช่น Partition Magic ซึ่งนอกจากความสามารถในการสร้าง ลบ ย่อ ขยาย ขนาดของพาร์ทิชันแล้ว มันก็ยังสามารถจะซ่อมแซมโครงสร้างของพาร์ทิชันหรือระบบไฟล์ให้กับคุณได้อีก ด้วย

โปรแกรม Partition Magic โปรแกรมโปรคู่มือนักกู้ข้อมูลมืออาชีพ

โปรแกรม Active partition recovery เครื่องมือดี ๆ ที่ใช้กู้พาร์ทิชันทั้งอันได้

นอกจากนี้ยังมีกรณีของการลบพาร์ทิชันผิด ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุที่ว่าแบ่งพาร์ทิชันไว้จำนวนมากแล้วเกิดความสับสนเอง หรืออาจจะเป็นเพราะชื่อไดรฟ์มันเปลี่ยนไปในแต่ละระบบปฏิบัติการ ก็ส่งผลให้ข้อมูลในนั้นหายไปหมดด้วยเช่นกัน ซึ่งในรูปแบบเช่นนี้ก็มีโปรแกรมที่สามารถกู้คืนพาร์ทิชันที่ถูกลบไปได้อยู่ เหมือนกัน เช่น Active Partition Recovery ซึ่งมันจะสแกนดูว่าเราเคยมีการสร้างพาร์ทิชันอะไรไว้ จากนั้นมันก็จะกู้คืนสถานะของพาร์ทิชัน ระบบไฟล์ และไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในพาร์ทิชันให้กลับคืนมาเหมือนเดิมครับ

เช่นเดียวกับการกู้ข้อมูลที่ได้กล่าวมาก่อนแล้ว นั่นก็คือการกู้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อพื้นที่ข้อมูลนั้นๆ ยังไม่ได้ถูกเขียนทับด้วยข้อมูลใหม่ครับ ดังนั้นการกู้คืนพาร์ทิชันนั้นก็ยังสามารถทำได้ ถ้าคุณยังไม่ได้สร้างพาร์ทิชันใหม่ขึ้นมาทับ หรืออาจจะมีการสร้างพาร์ทิชันใหม่ได้แต่ต้องมีขนาดเท่าเดิมครับ ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากเท่าไหร่ โอกาสก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้นครับ อย่างเช่นสร้างพาร์ทชันใหม่ขนาดน้อยลงกว่าเดิม แล้วฟอร์แมตด้วยระบบไฟล์ที่แตกต่างไปจากเดิมแล้วลงระบบปฏิบัติการไปแล้วด้วย แบบนี้อาจจะไม่สามารถกู้ข้อมูลได้แล้วล่ะครับ ต้องทำใจอย่างเดียว

4.กู้ฮาร์ดดิสก์ที่เป็น Bad Sector
เมื่อพูดถึง Bad Sector แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลาย ๆ คน เกลียดมันที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมันกำลังจะทำให้ข้อมูลของคุณเสียหายได้ในไม่ช้า อย่างที่เราได้พูดถึงการทำงานของฮาร์ดดิสก์กันมาข้างต้นแล้ว จะเห็นว่าฮาร์ดดิสก์เป็นส่วนประกอบที่มีความบอบบางมากทีเดียว โดยเฉพาะส่วนของจานแม่เหล็กและหัวอ่าน ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงแค่นิดเดียว เรียกได้ว่าเส้นผมคนเรายังลอดผ่านไม่ได้กันเลยทีเดียว ดังนั้นหัวอ่านก็อาจจะมีกระทบกับจานแม่เหล็กอยู่เหมือนกันในกรณีที่เกิดแรง สั่นสะเทือนมาก ๆ หรือฮาร์ดดิสก์ถูกแรงกระแทก นอกจากนี้การที่สารฉาบเคลือบผิวของจานแม่เหล็กนั้นเสื่อมสภาพ หรือสนามแม่เหล็กในบริเวณนั้นๆ ไม่สามารถบันทึกข้อมูล สิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิด Bad Sector ขึ้นมาได้

ตามปกติเมื่อข้อมูลของเราโชคร้าย ไปอยู่ในส่วนที่เป็น Bad Sector พอดิบพอดี ก็จะทำให้ข้อมูลส่วนนั้น ๆ ไม่สามารถอ่านได้เลย เนื่องจากฮาร์ดดิสก์จะพยายามเข้าไปอ่านส่วนที่เป็น Bad Sector นั้น ดังนั้นสิ่งที่พอจะสามารถทำได้ในการกู้ข้อมูลกลับคืนมาก็คือการใช้โปรแกรม ช่วยอย่างเช่นโปรแกรมสำหรับการสแกนดิสก์ ที่สามารถรองรับการทำ Surface Test ด้วย เพื่อที่มันจะได้มองหาโปรแกรม Bad Sector ได้ และโปรแกรมเหล่านี้ก็ยังสามารถที่จะกู้ข้อมูลที่อยู่ที่ Bad Sector ขึ้นมาได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับดวงด้วยเหมือนกันว่าไฟล์ที่กู้ขึ้นมานั้นเป็นไฟล์อะไร และจะต้องยอมรับด้วยไฟล์ที่กู้คืนมาได้คงจะไม่ได้มีความสมบูรณ์ 100% นะครับ พร้อมกันนี้โปรแกรมที่ว่านี้ยังช่วยมาร์กจุดของ Bad Sector เพื่อไม่ให้คอมพิวเตอร์มีการเขียนข้อมูลลงไปที่ Bad Sector อีก

โปรแกรมสำหรับทำ Low level Format มีหลายตัว แต่ที่เหมาะคือ “ของผู้ผลิตเอง”

คุณสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ได้จากเว็บของผู้ผลิตเอง

แม้ว่าเราจะสามารถกู้คืนข้อมูลที่อยู่ใน Bad Sector ขึ้นมาได้แล้ว และได้มาร์กจุดของ Bad Sector เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีข้อมูลผู้โชคร้ายถูกเขียนลงไปอีก แต่ความน่ากลัวของมันก็ยังไม่หมด เนื่องจาก Bad Sector อาจจะมีอาการลุกลามเพิ่มขึ้นได้อีกจากจุดเดิม ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เราจึงควรจะต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุดูเสียก่อน โดยสิ่งที่เราพอที่จะสามารถแก้ไขปัญหา Bad Sector ได้ด้วยตัวเองก็คือการทำ Low Level Format ครับ โดยการทำ Low Level Format นี้สามารถทำได้ผ่านทางซอฟต์แวร์พิเศษจากทางผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ที่คุณใช้ งานอยู่ โดยสามารถไปหาดาวน์โหลดได้ตามเว็บไซต์แต่ละยี่ห้อได้เลยครับ

สำหรับการทำ Low Level Format นั้นสิ่งหนึ่งที่ควรจะระมัดระวังก็คือมันเป็นการจัดโครงสร้างของฮาร์ดดิสก์ ในระดับของคลื่นแม่เหล็กเลย ไม่ได้แค่การลบข้อมูลเหมือนกับการ Format ทั่วไป ที่สำคัญมันใช้เวลาในการทำงานนานมาก ๆ ด้วยโดยเฉพาะกับไดรฟ์ที่มีขนาดใหญ่อย่างไดรฟ์ในปัจจุบันที่มีขนาด 200-500GB ด้วยแล้ว แทบจะต้องรอกันหลายชั่วโมงทีเดียว และในระหว่างที่มันทำ Low Level Format อยู่นั้น ก็ไม่ควรมีการยกเลิกการทำงานไปก่อนที่มันจะทำงานเสร็จ หรือห้ามปิดคอมพิวเตอร์โดยทันที รวมถึงกรณีที่ไฟดับด้วยครับ ไม่งั้นมันอาจจะเป็น Bad Sector ไปอย่างถาวรเลยก็ได้

5.กู้ฮาร์ดดิสก์แบบ USB
เดี๋ยวนี้สื่อบันทึกข้อมูลแบบที่เรียกว่า External Harddisk กำลังเป็นที่นิยมมากเลยนะครับ เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่มากมายมหาศาลต่อวันที่ผู้คนต้องพกพากันในวันนี้ไม่ ใช่มีแค่เพลง MP3 ขนาดแค่กิกะไบต์กันแล้ว แต่อาจจะมีไฟล์วิดีโอหรือข้อมูลอื่น ๆ ในระดับหลาย ๆ กิกะไบต์เลยก็ได้ ดังนั้นสื่อบันทึกข้อมูลอย่าง Flash Drive อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานของผู้ใช้บางคน ดังนั้น External Harddisk แบบ USB จึงเข้ามาเติมเต็มความต้องการให้ แต่ถ้าเกิดข้อมูลสูญหายขึ้นมาจะทำอย่างไรได้บ้าง

จริงๆ แล้วฮาร์ดดิสก์แบบ External ที่เรารู้จักกันมันก็เหมือนกับฮาร์ดดิสก์ที่ใส่อยู่ในเครื่องนั่นแหละครับ โดยถ้าเป็นแบบพกพาที่ไม่ต้องใช้ไฟจากอะแดปเตอร์ก็จะเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้วเหมือนกับของโน้ตบุ๊ก ดังนั้นเมื่อคุณเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์เหล่านี้เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว มันก็จะมองเหมือนเป็นเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ธรรมดาตัวหนึ่งเลย
การกู้ข้อมูลของ External Harddisk นั้นไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการกู้ข้อมูลภายในเครือซักเท่าไหร่ แต่อาจจะแบ่งกรณีความเสียหายได้ 2 กรณีคือ 1 เสียที่ตัวฮาร์ดดิสก์เอง ซึ่งก็จะคล้าย ๆ กับที่กล่าวมาข้างต้นว่าคุณสามารถกู้ข้อมูลคืนได้ตั้งแต่การสแกนหาข้อมูลที่ ถูกลบไปจนไปถึงการแก้ไข Bad Sector ที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ กับอีกส่วนหนึ่งก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวกล่องที่ใส่ฮาร์ดดิสก์

ซึ่งกล่องตัวนี้มีความสำคัญคือช่วยแปลงการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์ทีเป็น IDE หรือ SATA มาเป็นแบบ USB หรือ Firewire นั่นเอง ดังนั้นถ้ามันเกิดเสียหายขึ้นมาก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถใช้งานได้

สำหรับในกรณีที่ตัวกล่องเสียนั้น เราต้องดูก่อนว่าฮาร์ดดิสก์พกพาของคุณนั้นสามารถที่จะแกะกล่องเพื่อเอา ฮาร์ดดิสก์ออกมาได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าคุณซื้อตามร้านประกอบคอมพิวเตอร์ก็อาจจะเป็นแบบที่ถอดได้ ในขณะที่ถ้าคุณซื้อเป็นแบบมียี่ห้ออย่างเช่น Seagate FreeAgent หรือของยี่ห้ออื่น ๆ แล้วก็อาจจะไม่สามารถแกะได้ อันนี้ก็ต้องส่งเคลมกับศูนย์บริการอย่างเดียวเลยครับ แต่สำหรับแบบที่สามารถแกะได้นั้นก็เพียงแค่แกะฮาร์ดดิสก์ออกมาแล้วเชื่อมต่อ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถจะสั่งกู้ข้อมูลหรือก๊อปปี้ข้อมูลออกมาเก็บ ไว้ได้แล้วล่ะครับ

6.ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กเสีย จะกู้ได้อย่างไร
ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ของเครื่องพีซีเสีย การแก้ไขก็คงจะไม่ลำบากมากนั้น เพราะคุณสามารถเปิดเครื่องออกมาเอาฮาร์ดดิสก์ไปปลั๊กกับเครื่องอื่นเพื่อกู้ ข้อมูลได้ ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์โน้ตบู๊กนั้นจะมีความยุ่งยากมากกว่า เพราะนอกจากคุณจะแกะฮาร์ดดิสก์ออกมาได้อย่างยากลำบากแล้ว ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กยังไม่เหมือนกับฮาร์ดดิสก์บนเครื่องพีซีอีกด้วย นอกจากมีขนาดที่เล็กกว่าแล้ว ยังมีพอร์ตสำหรับต่อสายที่ไม่เหมือนกันด้วย (ยกเว้นฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ที่เหมือนกันและสามารถใช้งานร่วมกันได้) ดังนั้นคุณจึงต้องหาสายสำหรับแปลงสัญญาณจากฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กมาเป็น IDE สำหรับเครื่องพีซี หรืออาจจะแปลงไปเป็น USB เลยก็ได้เช่นเดียวกัน

ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กกับเดสก์ท็อป มีความแตกต่างกันทั้งขนาดและพอร์ตการเชื่อมต่อ

สายแปลงฮาร์ดดิสก์ IDE เป็น USB ซึ่งสามารถใช้ได้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5” และ 3.5”

แม้ว่าหัว IDE ของฮาร์ดิสก์โน้ตบุ๊กจะคล้ายกับเดสก์ทอป แต่ว่าก็ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพราะหัวมีขนาดเล็กว่า

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มี External Harddisk อยู่แล้ว และเป็นแบบกล่องที่สามารถแกะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ภายในได้ ก็คือการถอดฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กออกมาแล้วเอาฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กที่เสียใส่ กลับเข้าไปแทน ด้วยวิธีการนี้ก็จะเป็นเหมือนกับการกู้ข้อมูลจาก External Harddisk อย่างที่เราได้เคยพูดไปในหัวข้อก่อนหน้ายังไงล่ะครับ

7.จะกู้อย่างไรในเมื่อฮาร์ดดิสก์ Detect ไม่เจอ
ข้อผ่าน ๆ มาทั้งหลาย เป็นการกู้ข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์เป็นหลัก หรือไม่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอินเทอร์เฟซด้วยอะแดปเตอร์เล็กน้อยซึ่งหมายความ ว่าสภาพฮาร์ดดิสก์ยังทำงานได้ดีอยู่ แต่สำหรับหัวข้อสุดท้ายนี้ เราจะพูดถึงกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถ Detect ได้เลย หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือคอมพิวเตอร์มองไม่เห็นว่ามีฮาร์ดดิสก์ต่ออยู่ กับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย แบบนี้ก็แย่นะซิครับ เพราะโปรแกรมอะไรก็คงไม่สามารถจะกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์กลับมาได้เลย

สาเหตุของการที่ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถ Detect ได้นั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ล้วนเกิดจากแผงวงจรควบคุมที่อยู่กับตัวฮาร์ดดิสก์นั้นแหละ ครับ เพราะมันรับผิดชอบในการติดต่อและรับ-ส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าแผงวงจรเสีย ก็แปลว่าคุณก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในจานแม่เหล็กได้อีกเลย ทางเดียวที่สามารถแก้ไขได้ก็คือทำให้แผงวงจรกลับมาทำงานได้ดังเดิม ข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ซึ่งก็ไม่ได้หายไปไหน ก็จะกลับมาสู่อ้อมอกคุณอีกครั้ง

การจะซ่อมแผงวงจรนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นแน่ เพราะว่ามันละเอียดอ่อนเกินกว่าจะไปซ่อมเองได้ ทางที่ได้ผลมากกว่าก็คือ “การเปลี่ยน” ครับ ใช่แล้วครับ เราสามารถเปลี่ยนแผงวงจรควบคุมของฮาร์ดดิกส์ได้ เพียงแต่เงื่อนไขการเปลี่ยนก็คือ คุณจะต้องหาฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดเท่ากัน ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน หรืออาจจะพูดว่าควรจะต้องเหมือนกันทุกประการเลยก็ว่าได้ เพื่อให้แผงวงจร สามารถทำงานทดแทนตัวที่เสียไปได้อย่างสมบูรณ์ หลังกจากนั้นเราก็สามารถจะไขน็อตเพื่อถอดเปลี่ยนแผงวงจรได้เลย โดยมันจะมีสายไฟที่ต่ออยู่กับตัวฮาร์ดดิสก์ซึ่งเป็นพอร์ตที่ถอดออกมาได้อยู่ และเป็นสายที่ค่อนข้างบางต้องใช้ความระมัดระวังเล็กน้อย เพียงเท่านี้ถ้าโชคเข้าข้างคุณ ก็จะสามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์และดึงข้อมูลออกมาได้เหมือนกับฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ ในสภาพดีอยู่เหมือนเดิมแล้วล่ะครับ
สรุป Backup ไว้ ไม่ต้องรอวัวหาย
สุภาษิต “วัวหาย ล้อมคอก” ยังคงใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบันนะครับ ดังนั้นแม้ว่าคุณจะสามารถกู้ข้อมูลต่าง ๆ จากฮาร์ดดิสก์ได้มากเพียงใด แต่จะเห็นได้ว่ามันก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่นถ้าหามีการก๊อปปี้ข้อมูลทับลงไปในฮาร์ดดิสก์แล้ว ก็จะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้อีก หรืออย่างในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนแผงวงจรฮาร์ดดินก์ โอกาสที่จะหาฮาร์ดดิสก์รุ่นเดียวกันเจอนั้นก็คงจะมีไม่มากอย่างที่คุณคิด หรอกครับ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่า ๆ
ดังนั้นการป้องกันข้อมูลที่สามารถรับประกันผลได้ดีที่สุดก็คือการแบ้กอัพ นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการแบ็กอัพไปยังฮาร์ดดิสก์อีกลูกหนึ่ง การไรท์ข้อมูลที่มีอยู่ใส่ลงในแผ่นซีดีหรือดีวีดี (หลาย ๆ ชุดเพื่อความปลอดภัย) โดยเฉพาะกับข้อมูลที่ไม่ค่อยได้มีการเรียกใช้งานบ่อยๆ แล้ว ย่อมเป็นทางเลือกทีดีที่สุด

ผู้เขียน: krootuuy2009

ม.ค.
14

ยุบ Google ในจีน : กูเกิ้ลเลิกกิจการในจีน ยุบกูเกิ้ลในจีน กูเกิ้ลถอนตัวจากจีน googleถอนทัพจากจีน

Written by Pom_Writer

google.cn

Google ยอมรับพร้อมถอนทัพจากจีน

Google พร้อมยุบสำนักงานและเว็บไซต์ในประเทศจีนสาเหตุด้วยการคุมเข้มจากรัฐบาลในเรื่องการเซนเซอร์ผลการค้นหา

ดูเหมือนว่า กฎหมายคุมเข้มสั่งตรงจากทางการจีนจะส่งผลกระทบให้เหล่าผู้ให้บริการอัน เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตทุกรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแต่รายใหญ่อย่าง Google เองที่ประกาศถอนทัพและพร้อมยุบสำนักงานใหญ่ในประเทศ รวมไปถึงเว็บไซต์ Google.cn ถ้าหากทุกสิ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง สาเหตุของการตัดสินใจดังกล่าวมาจากการที่ Google ได้ถูกเป็นเป้าหมายในการโจมตีทางไซเบอร์อย่างหนักหน่วงในกลางเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ต้นตอของการโจมตีดังกล่าวมาจากประเทศจีนโดยจุดประสงค์ในการโจมตีนั้นก็เพื่อ การล้วงข้อมูลผู้ใช้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการรณรงค์สิทธิมนุษย์ชน ในประเทศจีน อีกทั้งเรื่องที่ทางการของประเทศจีนนั้นได้ออกกฎเซนเซอร์การค้นหาที่เคร่ง ครัด ทำให้ทาง Google เองจำเป็นที่จะต้องทบทวนการตัดสินใจดำเนินงานของตนในจีนอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจีนจะเป็นตลาดผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้ใน ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็ตาม

ม.ค.
14

Google อัพเกรด Google Docs : กูเกิ้ล พื้นที่เก็บข้อมูล กูเกิ้ลเก็บข้อมูล เว็บเสิร์จเอนจิ้น เก็บไฟล์ในเน็ต ฝากข้อมูลในเน็ต

Written by Pom_Writer

google-docs

Google อัพเกรด Google Docs ด้วยฟีเจอร์ Cloud Storage

Google เสริมประสิทธิภาพให้ Google Docs ด้วยฟีเจอร์พื้นที่เก็บข้อมูล Cloud Storage

เมื่อวันที่ ผ่านมา Google เว็บไซต์เสิร์จเอนจิ้นอันดับหนึ่งได้เปิดประกาศที่หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทาง การว่าจะเสริมฟีเจอร์ Cloud Storage ให้กับบริการ Google Docs โดยฟีเจอร์บริการที่เพิ่มเข้ามานั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถ อัพโหลดและจัดเก็บพร้อม ๆ กับสามารถที่จะจัดเรียงเอกสารต่างๆ ใน Google Docs ได้ในพื้นที่ฟรีแบบ Cloud Storage กว่า 1GB ของแต่ละบัญชีผู้ใช้ โดยขนาดไฟล์ที่ผู้ใช้จะสามารถอัพโหลดได้สูงสุดนั้นอยู่ที่ 250 MB ต่อ1 ไฟล์/ครั้ง และถ้าหากผู้ใช้รายไหนต้องการที่จะเพิ่มเติมพื้นที่จัดเก็บ Cloud Storage ทาง Google ก็ได้นำเสนอค่าใช้จ่าย 0.25 ดออล่าร์สหรัฐฯ ต่อพื้นที่ 1GB/ปี พร้อม ๆ กับมีการประกันการสูญหายของข้อมูลและฟีเจอร์ค้นหาไฟล์อีกด้วย โดยจะเปิดให้ผู้ใช้ ๆ งานอย่างเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้

ม.ค.
14