ทำให้งานกับความรักไปได้สวย : งาน ความรัก งานกับความรัก สนุกกับงาน มีเวลาให้คนรัก เรื่องความรัก

Written by Ju_Writer

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ หลายคนให้ชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความรัก คนมีรักก็มีความสุขสมหวังกันเต็มที่ เพราะเป็นเดือนที่คนรักต่างแสดงออกมากกว่าวันอื่น ๆ เป็นพิเศษ เพราะมีเทศกาลแห่งความรัก นั่นก็คือวันวาเลนไทล์ ซึ้งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี แต่สำหรับคนที่ไม่มีคนรัก ก็คงถือว่าเป็นเดือนที่น่าเศร้าที่สุดของพวกเขาเลยก็ว่าได้ ยิ่งใครที่มาอกหักในช่วงนี้อีกละก็ เศร้าหนักกันเลยทีเดียว หลายคนเศร้ามากจนไปกระทบกับงานที่ทำอยู่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงไม่ดีเป็นแน่ เราจึงมาเรียนรู้หลักการที่จะทำให้งานกับความรักไปด้วยกันได้ดีกันค่ะ

งานกับความรัก

งานกับความรัก

1. สนุกกับงาน พร้อมมีเวลาให้คู่รักด้วย

เมื่อรู้ว่าตัวเอง ชอบและเหมาะกับงานด้านไหน ดังนั้นพอเรียนจบ จึงหางานที่ฝันได้ไม่ยาก แล้วพอมีความรักขึ้นมา ก็ปรากฏว่าคนรักของคุณไม่บ้างานเกินไป จึงพอเหลือเวลามาเอาใจใส่คุณด้วย ถ้าลงตัวแบบนี้ก็โชคดีมากแล้วค่ะ

2. ปัญหาเรื่องงานเก็บไว้แก้ที่ทำงาน

ไม่ว่าปัญหาจะหนักหนาแค่ไหน ก็ไม่ควรเอาปัญหาเก็บกลับบ้านมาเป็นอารมณ์ ดังนั้น คู่รักจึงจ๋าจ๊ะใส่กันได้เวลาอยู่บ้าน ไม่ใช่ทำหน้าหงิกหน้างอใส่กันจนทำให้บ้านไม่น่าอยู่ และอย่าลืมเวลาคุณอยู่กับคนรักควรพูดกันเพราะ ๆ ก็จะดีมาก

อ่านต่อ

ที่มา : Ezyjob.com

ก.พ.
01

สหภาพแรงงานสร้างองค์กรยั่งยืน : แรงงาน แรงงานสัมพันธ์ องค์กร สร้างองค์กร ปัจจัยสร้างองค์กร สร้างองค์กรยั่งยืน

Written by Ju_Writer

สหภาพแรงงานหรือลูกจ้างมักจะยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อนายจ้างเป็นจำนวนมาก ในองค์กรที่มีแรงงานจำนวนมากจึงต้องมีการจัดการระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดีด้วย จึงจะทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างคล่องตัว

อย่างกรณีศึกษาของบริษัท กู๊ดเยียร์ ปลายปีที่ผ่านมา สหภาพแรงงานได้นัดหยุดงานเพื่อขอเจรจาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงสภาพการจ้าง แต่เนื่องจากต้นทุนในการผลิตของบริษัทกู๊ดเยียร์นั้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหม่แล้วยังสูงอยู่มาก การขยับค่าตอบแทนจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อตอบโจทย์ตลาดยางในภาพรวม

ทางสำนักงานใหญ่ บริษัท กู๊ดเยียร์ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จึงได้ส่งผู้ดูแลด้านทรัพยากรมนุษย์โดยตรงเข้ามาเจรจา จนได้ข้อสรุปที่ลงตัวในหลายประเด็น อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทนของพนักงานรายชั่วโมง การขยายชั่วโมงร่วมกิจกรรมของอนุกรรมการสหภาพแรงงาน การปรับปรุงชุดพนักงาน การให้เงินสมนาคุณการให้ค่ารักษาพยาบาล การให้เงินเกษียณอายุ การแยกข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานออกจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

โดยหลังจากการเจรจาจบลง สมาชิกของสหภาพทั้ง 578 คนได้กลับเข้าทำงานตามปกติ ซึ่งในการนัดหยุดงานครั้งนั้น แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ บริษัทประเมินความเสียหายที่เกิดจากการนัดหยุดงานและการปิดโรงงานคร่าว ๆ สูงถึงเกือบ 20 ล้านบาท

กู๊ดเยียร์ จึงขอประกาศตัวเป็นบทเรียนให้องค์กรอื่นได้ศึกษา และตระหนักถึงเรื่องแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหายืดเยื้อ และไม่ปิดทางแก้ไขปัญหา พร้อมนำมาซึ่งความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับสู่องค์กร

ดังนั้นจากปัญหาที่ผ่านมา ถือว่าเป็นบทเรียนที่ฝ่ายสหภาพก็เจ็บปวด ฝ่ายบริหารก็เสียหาย ซึ่งอาจจะเป็น ช่องว่างของการสื่อสารทำความเข้าใจระหว่างกัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร มีผู้บริหารใหม่เข้ามาแทนกรรมการผู้จัดการเดิม แต่จากวิกฤตเมื่อวานก็กลายเป็นโอกาสในวันนี้ เมื่อได้เข้ามาเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ จึงนำมาสู่การยุติปัญหาในเวลาที่รวดเร็ว เข้าใจถึงหลักการแรงงานสัมพันธ์ที่ดี เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจที่ดี ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง

ที่มา : Ezyjob.com

ก.พ.
01

ย้ายสถานประกอบการ กับค่าชดเชย : นายจ้าง สถานประกอบการ ค่าชดเชย ค่าชดเชยแรงงาน ย้ายสถานประกอบการ เงินชดเชย

Written by Ju_Writer

ปกติการทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือนที่ได้มาอันน้อยนิดก็ไม่พอใช้อยู่แล้ว และยิ่งเมื่อเกิดกรณีที่สถานประกอบการต้องย้ายสถานที่ไปตั้งยังสถานที่อื่น กลับต้องมาเพิ่มปัญหาอื่น ๆ เข้ามาอีก ซึ่งแน่นอนว่าต้องส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันแน่นอน ยิ่งถ้ามีการย้ายไปยังสถานที่ที่ไกลกว่าเดิมมาก ๆ ผลกระทบที่เกิดก็ต้องมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน

การจ่ายค่าชดเชยกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ มีเจตนารมณ์เพื่อที่จะคุ้มครองลูกจ้างที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการจากที่ เดิมไปตั้งอยู่ที่ใหม่ในสถานที่ห่างไกลไปจากที่เดิมมากจนลูกจ้างตามไปทำงานด้วยไม่ได้ องค์ประกอบสำคัญนี้มี 2 ประการคือ

1. นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่น ซึ่งจะเป็นสถานที่ใด ซึ่งจะเป็นสถานที่ใด ก็ได้ ข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัด หรือข้ามภาคภาค

2. การย้ายนั้นมีผลกระทบความสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้าง หรือครอบครัว ซึ่งหมายถึงกรณีที่ลูกจ้างต้องไปทำงานในสถานที่ใหม่ ทำให้ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตตามปกติ เช่น ต้องเดินทางไปไกลขึ้น ใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น หรือต้องไปเช่าบ้านอยู่ที่ใกล้สถานประกอบการทำให้ลูกจ้างได้รับความเดือด ร้อนในการดำรงชีวิตปกติ หรือมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของครอบครัวลูกจ้าง ทำให้ครอบครัวลูกจ้างประสบปัญหา เช่น ไม่มีผู้ดูแลบุตรซึ่งยังเป็นเด็กมาก

อ่านต่อ

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
31

แก้อาการเครียดจากการทำงาน : ทำงาน งานเครียด เครียดงาน แก้เครียด เครียดจากการทำงาน

Written by Ju_Writer

อาการปวดหัวจากการทำงานแก้ไขได้ไม่ยาก ก่อนอื่นต้องมีสติก่อนนะคะ

แก้อาการเครียดจากการทำงาน

แก้อาการเครียดจากการทำงาน

จัดแต่งโต๊ะใหม่ ลองหาเวลาจัดโต๊ะทำงานใหม่ ให้สะอาดหมดจด เรียบร้อน เท่านี้ก็มีส่วนช่วยลดความเครียดได้นะ

มองโลกในแง่ดี ก่อนเริ่มทำงาน ลองคิดถึงเรื่องดี ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณ  ยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ อย่าคิดถึงผลที่จะออกมา แค่สนใจงานที่อยู่ในมืออย่างเต็มที่ แล้วคุณจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-10 ชั่วโมง ถึงจะดีต่อร่างกาย ถ้ายังมุ่งมั่นทำงานทั้งที่ร่างกายและสมองไม่พร้อม งานก็อาจจะผิดพลาดกว่าเดิมได้นะ

รับแสงบ้าง แทนที่เวลาพักคุณจะไปนั่งแกร่วอยู่ตามโรงอาหารบริษัทฯ ก็หาเวลาไปเดินรับแสงแดดอุ่นยามเช้า หรือยามเย็น สักแค่นาที ก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่งได้

ออกกำลังกาย เป็นการทำให้ร่างกายและสมองผ่อนคลาย เหมือนได้ปลดปล่อยเป็นอิสระ หาเวลาออกกำลังกายวันละ 15-30 นาที เท่านี้ก็ลดความเครียดได้แล้ว

ที่มา : kapook

ม.ค.
27

คนตกงานปี 2010 สูงถึง 205 ล้านคน : ตกงาน คนตกงาน ภาวะตกงาน คนตกงานปี 2010 คนตกงานปี 53

Written by Ju_Writer

องค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือ ILO ได้เตือนว่า แม้เศรษฐกิจของหลายประเทศจะฟื้นตัว แต่ตัวเลขคนตกงานทั่วโลกเมื่อปีที่แล้วอย่างเป็นทางการสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 205 ล้านคน ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2552 และมากกว่าช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2550 ราว 27 ล้าน 6 แสนคน

ILO ยังได้คาดการณ์อัตราการว่างงานทั่วโลกปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 6.1 เทียบเท่ากับคนไม่มีงานทำประมาณ 203 ล้าน 3 แสนคน พร้อมว่า คนว่างงานนับตั้งแต่ปี 2550 กว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในประเทศอุตสาหกรรมและสหภาพยุโรป ส่วนประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาอย่างบราซิล คาซัคสถานและไทย อัตราว่างงานลดลงต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤต

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนอีกราว 1 พัน 5 ร้อย 30 ล้านคนที่อยู่ในกลุ่มการจ้างงานที่ไม่มั่นคง เช่น การจ้างงานชั่วคราว ซึ่งยังเป็นอัตราที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อปี 2551 // และมีหนุ่มสาวไม่มีงานทำมากถึง 78 ล้านคนทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนวิกฤตเมื่อปี 2550 ที่อยู่ที่ 73 ล้าน 5 แสนคน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของโลก

ที่มา : breakingnews

ม.ค.
26

ค่าแรงงานช่าง กับกลโกง : ค่าแรงงานช่าง ค่าแรง งานช่าง กลโกงค่าแรง รู้ทันกลโกง ช่าง ค่าจ้าง เงินเดือนช่าง ค่าตอบแทน

Written by Ju_Writer

การจ่ายค่าแรงพนักงานเป็นวิธีการที่นิยมอีกวิธีหนึ่ง ที่ผู้รับเหมาหรือช่างที่ไม่ซื่อสัตย์ มักใช้ในการสร้างค่าใช้จ่ายปลอมขึ้นมา เพื่อเรียกค่าจ้างที่สูงขึ้นจากผู้ว่าจ้าง โดยอาจจะใช้วิธีการได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

1. จ้างคนงานไม่ครบถ้วนตาม จำนวนที่แจ้งผู้ว่าจ้างไว้ เช่น จ้างคนงานเพียง 5 คน แต่บอกผู้ว่าจ้างว่าจ้างคนงานมา 10 คน ทำให้ช่างหรือผู้รับเหมารายนั้นได้รายได้เพิ่มเติมจากค่าแรงผีของช่างที่ไม่ ทีตัวตน

2. ผู้รับเหมาจ้างช่าง ทั่ว ๆ ไปหรือช่างไร้ฝีมือ ซึ่งมีค่าแรงถูกมาทำงาน แต่กลับไปบอกผู้ว่าจ้างว่าได้จ้างช่างที่มีฝีมือมาทำงาน ทำให้ต้องเบิกค่าแรงจากผู้ว่าจ้างที่แพงขึ้นกว่าปกติ เพราะช่างที่มีฝีมือจะมีค่าแรงที่แพงกว่าช่างปกติ

ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาของเรื่องนี้ คือการตกลงในรายละเอียดให้ชัดเจน ตกลงไว้ในสัญญาว่าจ้างว่า ถ้าหากงานเสร็จล่าช้าหรือไม่สวยงามตรงตามที่ตกลงไว้ก่อนว่าจ้าง ผู้รับเหมาหรือช่างรายนั้นจะต้องจ่ายค่าปรับให้กับผู้ว่าจ้าง หรือตกลงกันในสัญญาว่าจ้างงานที่จะทำนั้นว่า จะต้องใช้ช่างมีฝีมือและช่างไร้ฝีมือกี่คน และค่าแรงแต่ละวันของช่างนั้นเป็นจำนวนเท่าใด

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
25

เมื่อต้องเข้าสัมภาษณ์งานแบบกลุ่ม : สัมภาษณ์งาน การสัมภาษณ์งาน สัมภาษณ์งานแบบกลุ่ม เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน Group interview

Written by Ju_Writer

ซึ่งในการคัดเลือกบุคลากรเพื่อเข้าทำงานในองค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการทดสอบหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้คนที่ใช่ที่สุดกับตำแหน่งงานนั้น ๆ ซึ่งเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็นการสัมภาษณ์แบบเดี่ยว ตัวต่อตัว แต่สำหรับองค์กรบางแห่งที่มีการสัมภาษณ์งานแบบกลุ่ม (Group interview) นั้นก็เพื่อสังเกตพฤติกรรมกลุ่มของผู้สมัคร เช่น ในธุรกิจสายการบิน โรงแรม ธนาคาร ค้าปลีก เป็นต้น เพราวัตถุประสงค์หลัก คือการคัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติและทักษะที่ดีด้านการสื่อสาร ทักษะการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ ทักษะการชักจูงโน้มน้าวใจผู้อื่น รวมไปถึงทักษะด้านความเป็นผู้นำ ซึ่งมีเคล็ดลับในการเตรียมตัว ดังนี้

ความโดดเด่น
ถือว่าสำคัญมาก เพราะการทำตัวให้โดดเด่นนั้น จะทำให้เรามีชัยไปกว่าครึ่ง อย่างง่าย ๆ ก็คือการรักษาภาพลักษณ์ การแต่งกาย และกิริยามารยาทก็มีส่วน เช่น การปราศรัยหรือทักทายผู้ร่วมเข้ารับการสัมภาษณ์และกรรมการด้วยไมตรีและรอย ยิ้ม ย่อมดึงดูดความสนใจจากกรรมการได้มากทีเดียว

มั่นใจแต่ไม่ก้าวร้าว
การแสดงออกซึ่งเป็น ที่ยอมรับในสังคม คือ ความสุภาพ นอบน้อมของพนักงาน ยังเป็นสิ่งที่องค์กรทั้งหลายแสวงหา ในขณะเดียวกันกับการแสดงออกทางความคิดในแบบที่เชื่อมั่น ฉะฉาน ชัดเจน หลีกเลี่ยงคำพูดที่เป็นภาษาเฉพาะกลุ่ม ภาษาตลาด และคำเกริ่นที่ไม่มีความหมาย เช่น “เอ่อ” “อ่า” “คือว่า” “ก็คือ” และจงระลึก ไว้เสมอว่า “คนที่เหมาะสมที่สุด ควรเป็นคนที่เป็นสมาชิกที่ดีที่สุดของทีม มากกว่าคนที่เก่งที่สุดของทีมแต่สร้างปัญหาให้ผู้อื่น”

อ่านต่อ

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
20

การเลือกปลดพนักงาน เพื่อแก้ปัญหาในองค์กร : ปลดพนักงาน ปลดคน เลือกปลดคน วิกฤตเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ไล่ออก เอาคนออก โดนไล่ออก

Written by Ju_Writer

แม้ว่าในปัจจุบัน ภาวะเศรษฐกิจเริ่มขยับขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นเป็นอันดับ แต่กระนั้นบริษัทบางแห่งก็ยังคงขาดทุนอยู่ไม่น้อย ซึ่งทางเลือกที่จะทำให้บริษัทเหล้านนี้อยู่รอดได้ หลายบริษัทเลือกทื่จะปลดพนักงานบางส่วนออก  หากองค์กรเลือกที่จะปลดพนักงาน ก็ต้องตัดสินใจให้ดีกับผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว มากกว่าการมองเพียงสิ่งที่จะได้ในระยะสั้น เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายมาเป็นภูมิคุ้มกันของบริษัทนั่นเอง

เลือกปลด-ไม่ปลดพนักงาน

หากบริษัทใดเลือก ปลดคน รับรองได้ว่าจะเพิ่มภาระให้สังคมมากขึ้นนั่นเอง จากบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ที่แสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจไม่ปลดพนักงานในเวลานั้น กลายมาเป็นแรงบวกในการพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรในเวลาต่อมา ซึ่งในเวลานั้นงานของเราลดลงไปประมาณ 20% ฉะนั้นเราจำเป็นต้องปลดคนออก แต่คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บอกกับเราในเวลานั้นว่า บริษัทจะไม่ปลดคนออก เพราะการปลดคนออกก็เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระให้กับสังคม และแม้การตัดสินใจครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้นที่แม้ว่าจะต้องเพิ่มภาระให้กับบริษัท แต่ผลที่เกิดขึ้นในระยะยาวที่ปรากฏในวันนี้ก็คุ้มค่า

เพราะไม่เพียงเปลี่ยนแปลงทัศนคติและเพิ่มความจงรักภักดีของพนักงานที่มีต่อองค์กรอย่าง เห็นได้ชัด ก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้มีการพัฒนาจิตใจ ซึ่งมีผลที่ดีตามมาต่อประสิทธิภาพในการทำงาน รวมไปถึงการลดปัญหาความขัดแย้งในองค์กร ซึ่งในเวลานั้นการที่พนักงานมีโอกาสไปปฏิบัติธรรมทำให้พนักงานมีโอกาสการเปลี่ยนแปลงและสามารถควบคุมตัวเองได้ดีมากขึ้น และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้ของคนให้เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ดังนั้นการรองรับวิกฤตที่จะ เกิดขึ้นในครั้งนี้ การปลดพนักงานจึงไม่มีอยู่ในแผนรับมือวิกฤตของบริษัท

อ่านต่อ

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
19

คนทำงาน กับเรื่องโกหก : คนทำงาน ทำงาน โกหก เรื่องโกหก เรื่องโกหกของคนทำงาน

Written by Ju_Writer

คนส่วนใหญ่โกหกในที่ทำงานกันทั้งนั้น โดยมักจะโกหกในสถานการณ์ที่พวกเขารู้สึกกลัวต่อผลที่จะตามมาจากการพูดความจริง แต่ในทางที่ถูกต้อง ถ้าคุณพูดความจริงเสียตั้งแต่แรก คุณก็จะไม่ต้องพูดโกหกอีก เพื่อปกปิดเรื่องโกหกที่เคยก่อไว้ และยังไม่ต้องเก็บความรู้สึกผิดสะสมไว้กับตัวอีกด้วย


1. ฉันมีความสุขที่จะทำ
ความจริง : นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการจะทำ
ควรพูดกับเจ้านายของคุณว่า คุณยินดีที่จะช่วยเหลืองานที่เขามอบหมาย แต่คุณมีบางสิ่งที่เป็นกังวล เช่น คุณต้องการเวลามากกว่านี้ หรือต้องการแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

2. นาฬิกาไม่ปลุก
ความจริง : ฉันนอนดึกและไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก
การโกหกเมื่อมาสายสามารถทำได้เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น หากคุณอ้างเรื่องนาฬิกาปลุก หรือเรื่องรถติดบ่อย ๆ เจ้านายจะเริ่มไม่เชื่อใจคุณ
หากปกติแล้วคุณเป็นคนที่มาทำงานตรงเวลา และมาสายเพียงนาน ๆ ครั้งเท่านั้น เมื่อมาสายคุณควรกล่าวขอโทษเจ้านายพร้อมสัญญาว่าจะไม่มาสายเช่นนี้อีก คุณอาจต้องเผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น หรือเลิกงานช้ากว่าปกติเท่ากับเวลาที่คุณมาสาย เป็นต้น

3.
ฉันไม่มีคำถาม
ความจริง : ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าฉันกำลังทำอะไร แต่ที่ฉันไม่ถามเพราะฉันไม่ต้องการให้ใครมองว่าฉันโง่
เวลาที่คุณกำลังสับสนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณมักจะบอกกับเจ้านายว่าคุณไม่สงสัยอะไร แทนที่จะโกหก คุณควรยอมรับและบอกเจ้านายไปตามตรงว่าคุณยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่จะต้องทำ ซึ่งจะช่วยให้คุณและเจ้านายช่วยกันหาคำตอบ หาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้คุณสามารถทำงานชิ้นนั้นต่อไปได้

4.
ทุกอย่างสามารถควบคุมได้
ความจริง : ทุกอย่างไม่อาจควบคุมได้
หากคุณเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี และคุณไม่สามารถควบคุมได้ ควรกล้าที่จะยอมรับในความผิดพลาด และขอความช่วยเหลือ เช่นนี้จะทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากกว่าการปิดบังความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลร้ายตามมาอย่างคาดไม่ถึงก็ได้

5.
ฉันเพิ่งได้รับข้อความ
ความจริง : ฉันได้รับข้อความตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ฉันยังไม่อยากติดต่อกลับไป
จะเป็นการดีกว่าหากคุณไม่พูดว่าคุณได้รับข้อความเมื่อไร เพียงตอบว่า คุณกำลังจะติดต่อกลับไป หรือคุณได้รับข้อความแล้ว แต่เพิ่งมีเวลาติดต่อกลับไป

6.
หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีกในไม่ช้า
ความจริง : ฉันไม่ต้องการร่วมงานกับเขาอีก
หากคุณไม่ต้องการที่จะพบกับเขา ควรหลีกเลี่ยงการให้ความหวัง หรือคำสัญญา ควรกล่าวว่า ควรดีใจที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเขา หรือขอบคุณสำหรับความคิดเห็นในหัวข้อนี้ เป็นต้น

7.
ฉันคิดอย่างเดียวกับคุณ
ความจริง : ฉันคิดไม่เหมือนกับเขา แต่ฉันไม่อยากถูกมองว่าไม่เห็นด้วย
หากคุณมีเหตุผลที่เหมาะสมที่จะไม่เห็นด้วย คุณควรรวบรวมข้อมูลสนับสนุนความคิดของคุณ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เสี่ยงกับการที่คนอื่น ๆ ไม่เห็นด้วย แต่คนเราก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าไม่พยายา

8.
ฉันเคยทำงานแบบนี้มาแล้ว
ความจริง :ฉันยังไม่รู้จะทำอย่างไรกับโครงการนี้
หากคุณยังไม่มีทักษะในงานใด ๆ อย่าหลอกตัวเองและคนอื่นว่าคุณสามารถทำงานนั้นได้ คุณควรเรียนรู้ หาหนทางต่าง ๆ ที่จะทำคุณสามารถทำงานเสร็จตรงเวลา โดยอาจขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือขอขยายเวลากำหนดส่งงานถ้าเป็นไปได้

9.
ฉันไม่สบาย
ความจริง :ฉันอยากหยุดงาน
มี 2 สาเหตุที่คนเรามักจะโกหกว่าไม่สบาย คือ1. เบื่อเจ้านาย 2. เบื่องานซ้ำ ๆ ไม่ท้ายทาย หากคุณโทรมาไปลาป่วยทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังดีๆ อยู่ คุณอาจถูกเจ้านายสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ต้องโกหก แต่หากคุณต้องการวันหยุด คุณควรใช้วันลาพักร้อนแทน

10.
ขอเวลาคุยเรื่องนี้สักนาทีหนึ่ง
ความจริง :เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว
หากต้องการนัดประชุมคุยงานควรประเมินเวลาตามความเป็นจริงว่า 10 -15 นาที เพื่อที่คนอื่น ๆ สามารถกำหนดเวลาในการทำงานอื่น ๆ ได้

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
17

ใบสมัครงานออนไลน์ ส่งอย่างไรให้ได้งาน : สมัครออนไลน์ สมัครงานออนไลน์ สมัครงาน งานออนไลน์ ใบสมัครงาน ใบสมัครงานออนไลน์ ส่งใบสมัครออนไลน์

Written by Ju_Writer

การสมัครงานในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น จากเมื่อก่อนการที่จะหางานทำแต่ละแห่ง เราในฐานะผู้สมัครงาน ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา เข้าไปสมัครงานตำแหน่งนั้น ๆ ถึงที่ ถือว่าเป็นการวอคอินเข้าไป ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอยู่ให้เห็น แต่อัตราน้อยกว่าสมัยก่อนเป็นจำนวนมาก สาเหตุเพราะมาจากสังคมเราเริ่มเข้าสู่ยุคแห่งดิจิตอลมากขึ้น โดยเฉพาะการให้สมัครงานออนไลน์ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ที่ทั้งทั่วถึงและสะดวกสบายแก่ผู้หางาน และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีหลักการ และเทคนิคในการส่งใบสมัครงานออนไลน์ ดังนี้

1. ปฏิบัติตามคำชี้แจง กรอกข้อมูลในแต่ละช่องให้ถูกต้อง และครบทุกช่อง รวมทั้งช่องที่ไม่บังคับให้กรอก หากไม่เข้าใจจริง ๆ ก็ขอคำแนะนำจากฝ่ายบุคคลหรือหากมีเพื่อนที่เคยทำงานหรือกำลังทำงานที่บริษัทแห่งนั้นอยู่ ก็สามารถปรึกษาได้ด้วยเช่นกัน

2. ปรับเปลี่ยนข้อมูลให้ตรงกับตำแหน่งงานที่สมัคร อย่าคัดลอกข้อความมาจากประวัติย่อมาตรง ๆ จะเพิ่มโอกาสที่ทางบริษัทจะพิจารณามากขึ้น

3. เลือกใช้คำเด่น ๆ หรือศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวกับอาชีพนั้นโดยตรง หรือคำเฉพาะจากประกาศรับสมัครงานนั้นเป็นตัวอย่าง และอย่าลืมตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์ให้ถูกต้อง

4. ระบุความสามารถและทักษะของคุณ แม้ว่าใบสมัครจะไม่ได้กำหนดให้ใส่อาจเขียนไว้ในส่วนความเห็นอื่น ๆ อาจเป็นตัวเลขหรือสถิติที่เกี่ยวกับความสำเร็จของคุณ

5. ระบุวัตถุประสงค์การทำงานให้ชัดเจน อาจให้พนักงานแนะแนวอาชีพช่วยเหลือ

6. ดึงข้อความจากจดหมายรับรองมาใส่ในประวัติย่อหรือจดหมายแนะนำตัว ให้ดูเรียบง่าย ไม่ตกแต่งจนรกเกินไป

7. ในช่องแสดงความคิดเห็นอาจใส่ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและธุรกิจที่ บริษัทนั้นเกี่ยวข้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณสนใจและมีการค้นคว้าข้อมูล

8. ติดตามการส่งใบสมัคร โดยส่งอีเมล์ถึงผู้รับสมัครโดยตรง การโทรไปเพื่อติดตามผลก็เป็นสิ่งที่ทำได้เช่นกัน หากในประกาศรับสมัครไม่ได้ระบุว่า No phone calls


และสำหรับข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการกรอกใบสมัครออนไลน์ ดูเพื่อนำไปปรับใช้ จะได้หลีกเลี่ยงในส่วนที่เกิดข้อผิดพลาดนี้

1. ตัวสะกดและหลักไวยากรณ์ 34%

2. ใส่รายละเอียดมากเกินไป 22%

3. ไม่ระบุผลงานและความสำเร็จในตำแหน่งงานที่ผ่านมา 17%

4. การจัดวางหน้ากระดาษ และหรือรูปแบบไม่เหมาะสม 7%

5. อื่น ๆ 3%

ที่มา : Ezyjob.com

ม.ค.
17