โซล คลับ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553

ยังไม่ทันจะมีคอนเสิร์ตก็ออกตัวแรง แฟนคลับอดใจอีกไม่นานเพราะวันที่ 13 ก.พ.นี้ มาเติมไออุ่นรักก่อนวันวาเลนไทน์ กระตุ้นให้หัวใจเต้นระรัวกับลีลาทั้งร้องและเต้นของพวกเขาได้ ดับเบิ้ลเอส ไฟว์โอวัน ที่นำทีมโดย คิมฮยอนจุง ขวัญใจสาว ๆ ที่สำคัญแฟนตัวจริงห้ามพลาดเคานท์ดาวน์ต้อนรับเจ้าชายหิมะทั้งห้า ในงานแถลงข่าวคอน เสิร์ตในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.พ.นี้ ณ ลานพาร์ค พารากอน สยามพารากอน กันอย่างพร้อมเพรียงนะจ๊ะ

ส่วนหนุ่ม ๆ ก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน เมื่อ ค่ายยูนิเวอร์ซัล มิวสิก ชวน 5 สาว โฟร์ มินิท ได้เวลามาเยือนแฟนคลับไทยครั้งแรกเช่นกัน หลังทำห้างในฟิลิปปินส์เกือบแตก มาแล้ว นอกจากจะมาแถลงข่าวแล้ว พวกเธอยังหอบโชว์เล็ก ๆ มาอวดโฉมให้ดูกัน สด ๆ อีกด้วย ในวันแห่งความรัก 14 ก.พ.นี้ บริเวณลานด้านนอกห้างเซ็นทรัล เวิลด์ ในงาน “เอเอ็มซี แอนด์ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิก ไทยแลนด์ พรีเซนต์ส เอเชีย มิวสิก มาร์เก็ต : โฟร์ มินิท โชว์เคส ครั้งที่ 1” แฟน ๆ เฉพาะ 300 ท่านแรกที่ซื้ออัลบั้ม “ฟอร์ มูซิค” ที่ร้านบีทูเอส ทุกสาขา ยังมีโอกาสกระทบไหล่ขอลายเซ็นจากสาว ๆ ในงานอีกด้วย เอ้า ! รีบ ๆ กันหน่อย
   
สิ้นสุดงานใหญ่ของวงการเพลงเค-ป๊อปไปอีกงานหนึ่ง สำหรับเวทีประกาศรางวัลทางดนตรี “ไฮ วัน โซล มิวสิก อวอร์ด ครั้งที่ 19” ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมาหมาด ๆ งานนี้มีศิลปินดังสุดฮอต  เข้าร่วมงานแน่น และแน่นอนว่าก็กวาดรางวัลจนหน้าบานกันไปเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็นรางวัล “ร็อกกี้ อวอร์ด”  ที่ ที-อาร่า, วงเบสต์ และ อาฟเตอร์ สคูล คว้าไป ตามด้วยรางวัลศิลปินยอดนิยม     “ป๊อปปูล่าร์ อวอร์ด” ตกเป็นของ ทูพีเอ็ม และ ซุปเปอร์จูเนียร์ ส่วนรางวัล “เพลงดิจิตอลดาวน์โหลด” ไม่ใช่ใครที่ไหน สาว ๆ เกิร์ลส์ เจนเนอเรชั่น (โซนยอชิแด) คว้าไป นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น  ที่สรุปมาให้อัพเดท กัน
   
และขอแสดงความยินดีกับ ซอฮยอน หนึ่งในสมาชิก โซนยอชิแด ที่เพิ่งเข้ารับใบประกาศนียบัตร หลังเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมาหมาด ๆ แม้งานจะยุ่งแค่ไหน เพราะกำลังมีอัลบั้มใหม่ “โอ้!” ออกมา เธอก็ยังมาร่วมงานสำคัญในชีวิตอีกครั้งได้ หลังจากนั้นสาวซอฮยอนก็ตรงรี่เข้ากรุงโซล  เพื่อเตรียมทำงานชิ้นต่อไปทันที เรียกว่ากำลังขาขึ้นทั้งเรื่องงานและเรื่อง เรียนจริง ๆ 
   
หลังได้สมาชิกใหม่ ฮเย ลิม มาเติมเต็มและเริ่มลุยงานไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดไอดอลกรุ๊ปที่มีแฟนคลับมากอีกวงอย่าง วันเดอร์เกิร์ล ขอเอาใจแฟนคลับประเทศเพื่อนบ้านอีกระลอก ด้วยการส่งซิงเกิ้ลเพลง “โนบอดี้” และ “โซ ฮอต” เวอร์ชั่นภาษาจีนกลาง จนเรียกกระแสจากอาตี๋-อาหมวย พุ่งปรี๊ดมาแล้ว พวกเธอก็ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะตอนนี้ได้มีเพลง “เทลล์ มี” ภาษาจีนออกมาอีก แถมเนื้อหาของเพลงยังมีความแตกต่างจากเดิมอีกด้วย เพราะคำไพเราะของเพลงนี้นั่นเอง
   
เมื่อเร็ว ๆ นี้ หนุ่มคุณ-นิชคุณ แห่งทูพีเอ็ม เจียดเวลาลงใต้ไปกับแฟนคลับ นอกจากนี้ยังไปโผล่งานอีเวนต์ของมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อดังเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่พัทยาด้วย ดูเป็นกิจกรรมรื่นรมย์ของหนุ่มคนนี้จริง ๆ นอกจากนี้ยังโชว์ลีลาเต้นแบบที-อาร่า ในเพลง “โบ ปี๊ป โบ ปี๊ป” และเพลงของ คาร่า “มิสเตอร์” ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟน ๆ แสดงว่าเรตติ้งยังดีอยู่นะเนี่ย
   
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ข่าวของพระเอกหนุ่ม ควอนซังวู ทำเอาตกอกตกใจ เมื่อเขาถูกหามส่งโรงพยาบาล  หลังได้รับบาดเจ็บในกองถ่ายภาพยนตร์ซีนสำคัญเรื่อง “อินทู เดอะ กันไฟเออร์” โดยเป็นฉากต่อสู้กับ หนุ่มท็อป แห่งบิ๊กแบง อย่างไรก็ตาม อาการก็ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก หลังได้รับการดูแลจากแพทย์ไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็กลับไปถ่ายเรื่องนี้ต่อไป หากอาการบาดเจ็บดีขึ้น
   
ปิดท้ายที่สาว ๆ ทูเอนนี่วัน ซึ่งเตรียมปล่อยซิงเกิ้ลดาวน์โหลดออกมาเอาใจแฟน ๆ อีกครั้ง โดยวงนี้ถือเป็นวงเค-ป๊อปที่แข็งแรงอีกวง ที่ปล่อยเพลงออกมาไม่ทันไรก็ดังเปรี้ยงปร้างทันที ล่าสุดพวกเธอ จะกลับมาพร้อมผลงานอัลบั้มใหม่ โดยเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาเว็บ ไซต์ของต้นสังกัด วายจี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้เผยโฉมหน้าสไตล์ใหม่เอี่ยมของพวกเธอออกมา พร้อมแทรคล่าสุด “ไทร์ & ฟอลโล่ มี” มาให้สาวกเค-ป๊อปได้กรี๊ดกร๊าดกันแล้วเช่นกัน
   
สัปดาห์นี้อัดข่าวแน่นไปเต็ม ๆ สมใจน้อง ๆ แล้วนะจ๊ะ....

ฮานึล
seoulclub@dailynews.co.th

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

ถกร่างแก้ รธน.วืด พธม.ยื่นถอดปู่ชัย

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553

ยกบัญญัติเสียบแทน ปชป.ไม่ทิ้ง'ถนนไร้ฝุ่น'
 
วืดตามคาด สภาอดถกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ 102 ส.ส.กับ คปพร.มติเฉียดฉิวเฉือนกัน 278 ต่อ 212 เลื่อนญัตติถกกรอบเจรจาสัญญาระหว่างประเทศขึ้นมาแทน “เสื้อเหลือง” ยื่นถอดถอน “ปู่ชัย” ล้ำเส้นดันแก้ รธน. “เหวง” โวยร่าง คปพร.ถูกแช่แข็ง ฝ่าย“สุรพงษ์” เขย่าบัลลังก์ “ปู่ชัย” หันมาหนุน “บัญญัติ” เป็นประธานสภา กมธ. กิจการสภา คุ้ยงบสภา ถูกถลุง แฉค่าเช่าเก้าอี้ในสภา เป็นแสน พท.ยังไม่ลงตัว ขัดแย้งหนักจัดทัพศึกซักฟอก ปชป.อุ้มถนนไร้ฝุ่นยังไปต่อได้ “ศักดา” แฉมีผู้รับเหมาปูดปลายนวม 10% “ชวรัตน์” เด้งเชือกคอมพ์ มท.ฉาว ขรก.ปัดถูกเด้ง “บิ๊กแอ้ด” ขนสมบัติออกหมดแล้วทุบเกลี้ยงบ้านเขายายเที่ยง

* สภางัดข้อดันถกแก้รธน.
   
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นนัดแรกของสมัยประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังจากให้สมาชิกได้หารือประมาณ 30 นาที ได้เข้าสู่วาระการประชุม โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้เลื่อนระเบียบวาระที่ 5 เรื่องที่เสนอใหม่เกี่ยวกับกรอบการเจรจาและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จำนวน 6 เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
    
แต่นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัย ธานี ได้คัดค้านว่า ประธานได้บรรจุวาระเร่งด่วนเรื่องญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขึ้นมา และมีผลสรุปออกมา แต่เรื่องหายเงียบไป ตนขอเสนอให้นำเรื่องด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อน ขณะที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติคัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระเช่นกัน โดยมี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายเฉลิมชาติ การุณ ส.ส.สกลนคร สนับสนุน

* ยุนายกฯยุบสภาไปเลย
   
จากนั้น นายสมชาย แสวงการ ส.ว. สรรหา ทักท้วงว่า ประธานบรรจุระเบียบ วาระฉบับคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.) มานานแล้ว ตนแปลกใจที่มีการเลื่อนมาอยู่เรื่อย ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ประธานได้นัดหารือวิป 3 ฝ่าย มีคำถามว่าทำไมต้องรีบมากมาย สภากลายเป็นตัวประกอบของเกมการเมืองให้พรรคร่วมรัฐบาลต่อรองกันหรือไม่ หากนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาพิจารณา แล้วที่ประชุมรับหลักการ จะทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนขึ้นมาได้
    
นายสมชาย ยังกล่าวว่า ยังมีเวลาพิจารณาเรื่องนี้อีกถึงวันที่ 21 พ.ค. และประธานวุฒิสภา ได้แจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบแล้วว่า วุฒิสภามีวาระการพิจารณาเรื่องการถอดถอน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ อย่างไรก็ดี หากจะนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาพิจารณาก็ดี นายกฯจะได้ยุบสภาไปเลย หากให้เสียงเกินกึ่งหนึ่งตนคิดว่าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วที่ประชุมให้ความเห็นชอบจะได้ตกไป

* “ชัย”ยันทำตามกฎหมาย
    
ด้านนายชัยกล่าวว่า ตนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมที่ 45 เมื่อรับญัตติแล้วต้องบรรจุเข้าระเบียบวาระภายใน 7 วัน ส่วนสภาจะมีมติอย่างไรเป็นเรื่องของสภา ร่าง คป.พร. เสนอตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ตั้งแต่เสื้อสีหนึ่งมีบทบาทเคลื่อนไหว และทราบว่าล่าสุดจะมีการยื่นถอดตน ขอเรียนว่าร่างของ นพ.เหวง ค้างการประชุมมาแล้ว 5 ครั้งส่วนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดย ส.ส. 102 คน ก็ทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เช่นกัน และค้างคามาตลอด ประธานสภาไม่มีหน้าที่จะนำกฎหมายใดมาพิจารณา เพียงแต่ทำหน้าที่เหมือนตรายางเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาตามระเบียบวาระ ตนยืนยันทำตามกฎหมายทุกอย่าง 
    
จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายกันอย่าง กว้างขวาง โดย ส.ว. ส่วนใหญ่ได้อภิปรายคัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา โดยเฉพาะการบรรจุเรื่องใหม่ทำฉุกละหุก ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งการประชุมอ่านเอกสารไม่ทัน ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รมว.คลัง ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังต้องขอความอนุมัติจากรัฐสภาเพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน ขออภัยที่เอกสารส่งมาให้อย่างกะทันหัน แต่เรื่องนี้เคยมีการพิจารณาไปแล้ว จึงคิดว่าไม่เป็นอุปสรรคอะไร

* มติตัดบทเข้าวาระม.190
    
ภายหลังการอภิปรายนานกว่า 2 ชั่วโมง นายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์เลขานุการวิปรัฐบาลเสนอญัตติให้ปิดอภิปราย ขณะที่นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติ ให้มีการเปิดอภิปรายต่อ แต่ก่อนการลงมตินายสถาพรขอถอนการเสนอญัตติ ซึ่งที่ประชุม ได้ลงมติเห็นชอบกับการเสนอให้เลื่อนญัตติของ นพ.วรงค์ด้วยคะแนน 278 ต่อ 212 งด 11 ไม่ลงคะแนน 14 ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทักท้วงว่า หากจะพิจารณาวาระ 5.5 และ 5.6 จะผิดข้อบังคับ เพราะประธานแจ้งให้สมาชิกทราบไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตามข้อบังคับ ดังนั้นประธานต้องขอให้งดเว้นใช้ข้อบังคับการประชุม
   
จากนั้นนายชัยได้ขอมติที่ประชุมให้งดเว้นข้อบังคับซึ่งต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ปรากฏว่ามีองค์ประชุมอยู่ 467 คน แต่ตอนลงมติมีเสียงเห็นชอบให้งดใช้ข้อบังคับเพียง 280 ต่อ 54 งดออกเสียง 32 ไม่ลงคะแนน 15 ส่วนฝ่ายค้านไม่ยอมกดบัตรแสดงตน ที่ประชุมได้ถกเถียงกันอีกว่าเสียงไม่ถึง 2 ใน 3 ของ 467 เสียง แต่ฝ่ายรัฐบาลได้แย้งว่าใช้เสียง 2 ใน 3 ของ 381 เท่านั้น คือใช้จำนวนผู้เสียบบัตรลงคะแนนเท่านั้น ในที่สุดนายชัยได้ตัดบทให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระที่ 5.1-5.4 กรอบการเจรจาระหว่างประเทศขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่วนวาระที่ 5.5 และ 5.6 ที่เพิ่งเสนอเข้ามาภายหลัง ให้พิจารณาต่อจากเรื่องดังกล่าวได้

* สภาเห็นชอบกรอบเจรจา
    
ต่อมาที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณากรอบการเจรจาและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่คณะรัฐมน ตรีเป็นผู้เสนอ จำนวน 3 ฉบับ คือ 1.บันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร ไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว 2.บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งเติร์กเมนิสถาน และ 3.บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐตุรกี
   
หลังจากสมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นซึ่งเป็นไปด้วยความราบเรียบพอสมควร ก็ได้ลงมติเห็นชอบทั้ง 3 ฉบับ ด้วยคะแนน ฉบับที่ 1.เห็นชอบ 307 ไม่เห็นชอบ 19 งดออกเสียง 41 ไม่ลงคะแนน 17 ฉบับที่ 2.เห็นชอบ 317 ไม่เห็นชอบ 3 งดออกเสียง 51 และไม่ลงคะแนน 15 และฉบับที่ 3.เห็นชอบ 311 ไม่เห็นชอบ 3 งดออกเสียง 46 ไม่ลงคะแนน 15 เสียง จากนั้นได้พิจารณาฉบับที่ 4.คือ การเข้าร่วมเป็นภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

* “พิภพ”ยื่นถอดถอน“ปู่ชัย”
    
ที่รัฐสภา เวลา 12.30 น. แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดยนายพิภพ ธงไชย เข้ายื่นหนังสือต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นคำร้องแสดงตนเป็นผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อให้ถอดถอนนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่ส่อว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 หรือคปพร. เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม
   
นายพิภพ กล่าวว่า ร่างแก้ไขของ คปพร.ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 291 (1) เพราะหากประชาชนจะใช้สิทธิรวบรวมรายชื่อ 5 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย แต่กฎหมายฉบับดังกล่าวรัฐสภายังไม่ได้ตราออกมารองรับ ทำให้ยังไม่มีหลักเกณฑ์การ ปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ดังนั้นด้วยเหตุดังกล่าวนายชัย จึงไม่มีสิทธิบรรจุเข้าวาระการประชุมรัฐสภา ส่วนนายประสพสุข กล่าวว่า จะเร่งดำเนินการตามกระบวนการ โดยจะให้สำนักเลขาธิการวุฒิสภาตรวจสอบคุณสมบัติ และความถูกต้องของผู้ริเริ่มยื่นถอดถอนและจะแจ้งให้ทราบต่อไป

* “เหวง”โวยดองร่างคปพร.
    
นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือต่อนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ในกรณีที่รัฐสภาจะเลื่อนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมการประชาชน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดย นพ.เหวง กล่าวว่า จนถึงวันนี้เป็นเวลาปีกว่า จึงไม่มีเหตุผลที่จะเลื่อนการพิจารณาออกไปอีก เพราะรัฐบาลกุมเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะอ้างว่าเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ ถ้าเลื่อนออกไป แสดงว่าคุมเสียงในสภาไม่ได้ ก็ไม่ควรบริหารต่อไป
   
นพ.เหวง ยังกล่าวว่า ถ้ารัฐบาลยังไม่จริงใจกับประชาชน เราก็ต้องรวมเรื่องนี้เข้ากับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเพื่อรณรงค์ให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งเราจะระดมคนที่เซ็นชื่อในร่าง 2 แสนคน โดยคง ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ส่วนที่มีการอ้างว่ายังไม่มีกฎหมายลูกเรื่องการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนั้น ก็สามารถใช้กฎหมายเก่าที่มีอยู่ได้ เรื่องนี้สำนักงานเลขาธิการสภาตรวจสอบรายชื่ออย่างถูกต้องแล้ว จนมีการบรรจุเข้าวาระ ถ้าผิดก็ควรโยนเรื่องนี้ทิ้งตั้งแต่แรก ต้องถามพรรคร่วมรัฐบาลด้วยว่าญัตติแก้รัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นของพรรคร่วมรัฐบาล ก็อยู่ในประเด็นที่คปพร.เสนอแก้แล้ว ทำไมพรรคร่วมจึงปฏิเสธ ทำแบบนี้เหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง

* พท.ไล่“ชัย”หนุน“บัญญัติ”
    
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยื่นถอดถอนนายชัยว่า นายชัยทำตามอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภาแล้วในส่วนของการบรรจุวาระตนมองว่าไม่ได้ทำหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ตนเห็นว่านายชัยควรพิจารณาลาออกเองมากกว่าเพราะการทำหน้าที่ในการเป็นประธานในที่ประชุมผิดระเบียบข้อบังคับมาหลายครั้งมาก โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในวันเดียวกันนี้ ที่มีการเลื่อนวาระมาพิจารณาเรื่องด่วนมาตรา 190 แทน การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามลำดับซึ่งถือว่าผิดระเบียบข้อบังคับที่กำหนดให้แจ้งการเลื่อนวาระต้องครบ 24 ชั่วโมง 
   
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เห็นว่า นายชัยควรแสดงมารยาททางการเมืองเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี พิจารณาตัวเองด้วยการลาออกจากประธานรัฐสภา แล้วให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่แทนจะดีกว่า เพราะนายบัญญัติ มีความชอบธรรมในการขึ้นทำหน้าที่เนื่องจากเป็น ส.ส. ในฝ่ายเสียงข้างมาก 

* กมธ.พุ่งเป้าสอบถลุงงบสภา
    
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยในฐานะประธานคณะกรรมา  ธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบนายชัย โดยเฉพาะเอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณ หลังจากที่เกิดความขัดแย้งกับประธานคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะว่า ในสัปดาห์หน้าจะได้เอกสารครบถ้วนทั้งหมด โดยได้มีการเรียกสอบเอกสารย้อนหลังไปถึงปี 2551-2554 เมื่อได้เอกสารครบถ้วนแล้วจะมีการเรียกประชุมประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะเพื่อมอบเอกสารและแบ่งงานตามความรับผิดชอบของแต่ละกรรมาธิการ จากนั้นจะนัดหมายประชุมเพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม จากเอกสารที่มีอยู่พบว่าบางโครงการเบิกจ่ายงบประมาณสูงเกินจริง
   
นายศักดา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อเดินทางไปต่างประเทศอีกจำนวนมาก รวมถึงพบว่ามีการตั้งงบประมาณประจำปี 2554 เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา 20 จุด ๆ ละหลายร้อยล้านบาท รวมแล้วเป็นเงินถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งทางประธานคณะกรรมาธิการมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้น เพราะกำลังจะก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ อย่างไรก็ตามการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่มีแค่ซีกพรรคฝ่ายค้าน แต่ความจริงแล้วคนที่เป็นหลักคือประธานกรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนเข้าใจว่าสภาผู้แทนทำงานโดยยึดประชาชน เมื่อเกิดความไม่เป็นธรรมจริง ๆ เขาก็ยอมรับไม่ได้

* ยังขัดแย้งทำศึกซักฟอก
    
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า จากกรณีที่ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยระบุว่าจะได้ข้อยุติในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในวันที่ 15 ก.พ. นี้ ทำให้ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่พอใจในเรื่องดังกล่าว เพราะไม่มีการนัดหมายวันประชุม มายัง ร.ต.อ.เฉลิม เพราะจุดมุ่งหมายของการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง คือต้องการให้รัฐบาลยุบสภา หากยื่นญัตติเร็วเกินไปจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ ซึ่งขัดกับความต้องการทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ภายในพรรคเพื่อไทยกลุ่มของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พยายามที่จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อผู้ที่สมควรเป็นนายกฯ แนบญัตติไม่ไว้วางใจนายกฯ โดยพยายามสกัดกั้นไม่ให้พรรคส่งชื่อ ร.ต.อ. เฉลิมแนบไปกับญัตติและเสนอชื่อคนนอก อย่าง นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช หรือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก จากพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมไม่พอใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิมได้เสนอให้เลือก ส.ส. คนใดก็ได้ในพรรค โดยให้ที่ประชุมพรรคโหวตหาชื่อที่เหมาะสม สำหรับญัตติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ยังคงมีปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยจนยังไม่สามารถสรุปได้

* ปชป.อุ้มถนนไร้ฝุ่นไปต่อ
    
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะตัดงบประมาณของโครงการถนนไร้ฝุ่นว่า ยืนยันว่าโครงการถนนไร้ฝุ่นเป็นโครงการของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้หาเสียงกับประชาชนทั้งประเทศไว้ ดังนั้นจะไม่มีการตัดโครงการนี้ทิ้งไปแน่นอน ที่สำคัญยังเป็นโครงการที่ใช้เงินเพียง 23,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับวงเงินลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมดกว่า 1.53 ล้านล้านบาท จึงต้องเดินหน้าต่อเนื่องแน่นอนเพราะถือว่าคนในชนบทได้รับประโยชน์โดยตรง แต่ยังต้องมาตกลงในรายละเอียดกันอีกครั้งว่าจะใช้เงินจากแหล่งใด
   
ส่วนการที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ ได้ออกมาระบุว่าต้องปรับปรุงงบประมาณของโครงการนี้โดยใช้เงินในงบประมาณแทนนั้น นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายไตรรงค์ แสดงความเป็นห่วงในเรื่องของต้นทุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ที่ยังสูงกว่าประเทศอื่นมาก หากทำถนนปลอดฝุ่นซึ่งเป็นถนนสายเล็ก ๆ อาจไม่เชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ของประเทศเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะตัดโครงการนี้ทิ้งไปแต่อย่างใด

* “ศักดา”แฉมีปลายนวม10%
    
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจระบุว่าจะมีการตัดงบประมาณโครงการถนนปลอดฝุ่นว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินจากงบประมาณประจำปีหรือจากเงินกู้ต่างก็เป็นเงินของประเทศซึ่งถูกใช้ไปในโครงการนี้ในจำนวนมหาศาล ถ้าชะลอไปก่อนจะประหยัดเงินประเทศได้ 30-40 เปอร์เซ็นต์ แต่ตนมองพรรคประชาธิปัตย์เจตนาเขย่าชามข้าวพรรคภูมิใจไทย ขู่ไม่ให้ต่อรองมากเกินไปเท่านั้น สุดท้ายก็ไม่มีความขัดแย้งเพราะผลประโยชน์ยังเหลืออยู่จำนวนมาก
   
นายศักดา กล่าวว่า โครงการถนนปลอดฝุ่นเป็นหม้อข้าวใหญ่ของบางพรรคการเมือง โดยรับทราบข้อมูลจากบรรดาผู้รับเหมาว่าการประกวดราคาก่อสร้างถนนปลอดฝุ่น หรือแม้แต่งานซ่อมแซม ของกระทรวงคมนาคม ต้องมีตัวเลข 10 เปอร์เซ็นต์เข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อถึงวันทำสัญญาว่าจ้างก็ต้องจ่ายอีกครั้ง เมื่อคำนวณเทียบจากงบประมาณ ในโครงการถนนปลอดฝุ่นทั่วประเทศซึ่งสูงถึง 34,000 ล้านบาทคิดเป็นเงินมหาศาล
   
ซึ่งคณะทำงานตรวจสอบการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมของพรรคเพื่อไทย ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยในฐานะอดีต รมว.คมนาคม อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลหลักฐาน จากนั้นจะตัดสินใจว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของกระทรวงคมนาคมหรือไม่

* “ลุงจิ้น”เด้งเชือกคอมพ์มท.
    
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทยกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า การประมูลเช่าคอมพิวเตอร์ระบบทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง มูลค่าโครงการ 3,490.84 พันล้านบาท ระหว่างปี 2553-2559 มีการล็อกสเปก และโยกย้ายข้าราชการด้านเทคนิคที่ไม่เห็นด้วยกับการประมูล และเอาข้าราชการปกครองทั่วไปมาดูเพื่อเอื้อให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาควบคุมการประมูล ซึ่งอาจส่อทุจริตว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนจะมีการตรวจสอบหรือทบทวนเรื่องนี้ใหม่หรือนั้น ต้องให้มีการเสนอขึ้นมาก่อน ส่วนข้าราชการที่ถูกย้ายไปคงไม่ต้องให้ถึงมือรัฐมนตรีเพราะว่าแค่ระดับ 7-8 เท่านั้น ส่วนจะเป็นประเด็นอภิปราย ไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ
   
นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รองอธิบดีกรมการปกครอง แถลงข่าวถึงกรณีนี้ว่า การทำขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ในเรื่องนี้ กรม การปกครองได้ทำตามระเบียบพัสดุ ปี พ.ศ. 2546 แต่ปรับปรุงให้ทันสมัยกว่าเดิม และต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ของกระทรวงไอซีที จึงประกาศลงเว็บไซต์ได้ จากนั้นจึงมีการประกวดราคา ซึ่งคณะกรรมการได้แจกเอกสารแก่บริษัทที่สนใจตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. และชี้แจงให้เตรียมทดสอบระบบในวันที่ 3-4 ก.พ. เท่ากับว่า มีเวลาเตรียมตัวถึง 26 วัน ไม่ใช่เจ็ดวันตามที่เป็นข่าว โดยในการทดสอบ มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สังเกตการจาก บริษัทการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท)

* แจงไม่มีโยกย้ายรังแกขรก.
   
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า คณะรัฐ มนตรีมีมติเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. 52 และสัญญาจะหมดอายุในวันที่ 15 ก.พ. 53 จึงต้องเร่งดำเนินการ อีกทั้งการประกวดราคานั้น บริษัทที่ชนะคือบริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด ก็ยอมลดราคาต่ำกว่าราคากลาง 15 ล้านบาท ไม่คิดค่าบำรุงรักษา จนกว่าจะติดตั้งระบบเสร็จ เป็นประโยชน์ที่รัฐบาลจะได้รับ ส่วนที่มีข่าวเรื่องการโยกย้าย ข้าราชการนั้น เป็นนโยบายบริหารงานบุคคล ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมการปกครอง
    
นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานทะเบียน ที่มีคำสั่งย้ายเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ให้ไปดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในช่วงที่ตนยังดูแลงาน  เรื่องนี้ ก็ทำอย่างเรียบร้อย แต่ขอย้ายเพราะมีปัญหาสุขภาพไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง ส่วนนายพิภพ ดำทองสุข ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งโยกย้ายมาเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารงานทะเบียน กล่าวว่า ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การพิจารณาบริษัทประมูลทำอย่างอิสระ

* ทุบเกลี้ยงบ้านเขายายเที่ยง
    
นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวย การสำนักจัดการป่าไม้ ที่ 8 (จ.นครราชสีมา) กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือคำสั่งจากกรมป่าไม้ ให้เข้าไปดูแลพื้นที่บริเวณบ้านพักบนเขายายเที่ยง ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้ต้องย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน และ พล.อ.สุรยุทธ์แจ้งว่าจะมีการย้ายออกภายในวันที่ 11 ก.พ. นี้ โดยได้มีการนำป้ายประกาศไปปิดไว้ที่บริเวณหน้าบ้าน พล.อ.สุรยุทธ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าในหลายจุดแล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 12 ก.พ. นี้ ตนจะเดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพัก เขายายเที่ยง เพื่อตรวจรอบบริเวณบ้าน ทั้งหมด และถ่ายรูป รวมทั้งการประเมิน ความเสียหายเรื่องระบบนิเวศ เพื่อรายงานให้กับกรมป่าไม้ทราบ 
   
นายสุเทพ ยังกล่าวว่า ส่วนการรังวัดพื้นที่คงยังไม่สามารถทำได้ทันที แต่คงวัดแค่พิกัดว่าอยู่ในแปลงผังที่ 49 ที่เคยขีดไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทราบว่าภายในบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรี ได้รื้ออาคาร บ้านพักทิ้งทั้งหมดแล้ว และเหลือเพียงพื้นที่โล่ง ๆ  ที่ทางสำนักงานฯ จะเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการนำป้ายไปติดประกาศ โดยมีข้อความว่า “ห้ามเข้า กรมป่าไม้รับมอบพื้นที่แล้ว” ลงวันที่ 11 ก.พ. นี้ ไปติดไว้ที่บริเวณประตูทางเข้า เสารั้ว และกำแพงอีกหลายจุด.
 

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

เลิฟ แฮพเพนส์

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553


สวัสดีต้อนรับตรุษจีนที่มาพร้อมกับวาเลนไทน์ สีแดง สีชมพู คงจะเต็มเมืองในสัปดาห์นี้เป็นแน่ เติมสีแดง สีชมพูเข้าไปอีกด้วย การชวนคนรักไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้  กันดีไหมคะ คนที่ไม่มีรัก หรือคนที่สูญเสียความรักก็ต้องไปชมค่ะ เพราะเขาจะบอกว่าเราจะจัดการอย่างไรเมื่อไม่มีรัก ไม่ต้องทำตัวเหงาค่ะ ทำท่ามั่น ๆ แล้วเดินเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้คนเดียวเลยค่ะ
   
คำแรกลองมาดูสำนวนการใช้คำว่า take someone’s advice อย่างพระเอกในเรื่องที่มีดีกรีเป็นดอกเตอร์คอยให้คำแนะ นำคนอื่น ๆ เมื่อสูญเสียคนรัก ใคร ๆ ก็มางาน workshop สัมมนาของเขา มาฟังเขาพูดว่า ทำอย่างไรดี จึงจะเริ่มชีวิตใหม่  ได้ แต่ปรากฏว่า คนพูดทำไม่ได้เลยสักอย่าง ดีแต่พูดค่ะ แต่ใคร ๆ ที่ได้ฟังล้วนแล้วแต่เชื่อเขาหมด take his advice แต่เขา can’t take his own advice สำนวน take someone’s advice นี้หมายถึง นำคำแนะนำไปใช้ เชื่อตามคำแนะนำ  ถ้าอยากจะเตือนเพื่อนก็อาจจะบอกว่า Take my advice and stay away from him. เชื่อฉัน แล้วก็อยู่ห่าง ๆ ไอ้หมอนั่นซะ คำว่า advice ใช้เป็นคำนาม หมายถึง คำแนะนำ advise ใช้เป็นคำกริยา หมายถึง แนะนำ เขียนต่างกันแค่ตัว c และ s ค่ะ ระวังอย่าเขียนผิดค่ะ
   
self-help คำผสมที่เห็นในเรื่องคำนี้มาจากคำว่า self ที่หมายถึง ตัวเอง และ help คือ การช่วยเหลือ รวมกันมักใช้   ในความหมายว่า กลุ่ม หรือสมาคมที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาซึ่งกันและกัน เช่น She is setting up   a self-help group for helping people with overeating problem. หล่อนกำลังจัดตั้งกลุ่มช่วยเหลือคนที่มีปัญหาในเรื่อง การกินผิดปกติ คำนี้อาจจะใช้เป็นคำขยายรูปแบบของหนังสือได้เช่นพระเอกในเรื่องที่เขียนหนังสือประเภท self-help book คือหนังสือที่บอกวิธีการปฏิบัติตน ช่วยบำบัดตนเองจากความเครียด ความหดหู่ เป็นต้นค่ะ อย่างตัวพระเอกก็ถูกเรียกว่าเป็น self-help guru เป็นผู้รู้ทางด้านการปรับเปลี่ยนตนเองจากความทุกข์ เป็นผู้  ชี้แนะแนวทาง
   
คำสุดท้ายค่ะ unexpectedly เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง อย่างไม่ได้คาดหวัง อย่างไม่มีการเตือนมาก่อน คำนี้มาจากคำว่า expect เป็นคำกริยา หมายถึง คาดหวัง เติม -ed เข้าไป กลายเป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง ที่คาดหวัง และเติม un- เข้าไปอีก หมายถึง ที่ไม่ได้คาดหวัง His death was unexpected. การตายของเขาเป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดหวัง เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด They fall in love unexpectedly. พวกเขาตกหลุมรักกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ
   
จากชื่อเรื่อง อยากจะต่อให้จบประโยคสวย ๆ ค่ะ ใคร ๆ ว่ากันว่า “Love happens when you least expect it!”  เมื่อเราไม่ได้คาดหวัง ความรักมักเกิดขึ้นค่ะ.

Oy
moviegoer__oy@yahoo.com

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

ลำโพงข่าว วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553


** ใกล้ถึงเต็มที วันแห่งความรัก ที่ปีนี้ตรงกับ วันตรุษจีน พอดีแถมตรงกับ วันอาทิตย์ อีกต่างหาก หนุ่มสาว ชาว ตะวันตกทั่วโลก รวมทั้ง ชาวจีนทั่วไทย และ ชาวไทย ทั่วทุกทิศมีสิทธิได้เฮกันเต็มที่เมื่อ สองเทศกาลสำคัญนี้ มาจ๊ะเอ๋กันแบบไม่ได้นัดหมาย ลำโพงข่าว ได้แต่เตือนหนุ่มสาว ทุกเชื้อชาติ เพราะทราบเป็นวันที่ทุกคนต่าง มุ่งหาความสนุก กับคนรักฉะนั้นจะสนุก ต้องมีสติ จะได้ไม่ซอรี่ในวันหน้า
   
**จัดต้อนรับเทศกาลดี ๆเช่นทุกปี โรงแรมชั้นหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ทั้งที่ โรงแรมแมนดาริน และ โรงแรมดุสิต มีรายการสนุก ๆ ให้สัมผัสมากมายเช่นกันกับศูนย์การค้า จังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต มีรายการบันเทิงโดยนำศิลปินดัง อาทิ เจนนิเฟอร์ คิ้ม, แชมป์-ศุภวัฒน์, บี-พีรพัฒน์ พร้อมวง แสตมป์ ไปสร้างความสนุกด้านเสียงเพลง คนละวัน ตลอด เดือนนี้ ส่วนใครโชว์วันไหนสอบถามกันเอง
   
** จัดฉลอง 2 เทศกาลทั้ง ตรุษจีน และ วันแห่งความรัก ให้เป็นหนึ่งเดียวเช่นกันสวนสนุก ดรีม เวิลด์ ด้วยงาน รักกัน...วันตรุษจีน โดยเชิญชวน ทุกคู่รัก และชาวไทย เชื้อสายจีน ไปสนุกกับเครื่องเล่นและการแสดงที่จัดขึ้นระหว่าง 13-14 ก.พ.นี้ พบกับ รายการพิเศษ ที่จับจองบัตรรวมเครื่องเล่นทุก 2 ใบได้รับ ของ ที่ระลึกฟรี ส่วนของที่ระลึกเป็นอะไรไปดูกันเอง
   
**ส่วนสาวนี้ กิ๊ฟ-อัญชิสา เลี่ยว ไพโรจน์ นอกจากไปบริจาคเลือดที่ ศูนย์  บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทุก 3 เดือนแล้วยังฝากประชาสัมพันธ์กิจกรรมดี ๆ    “รักนี้มีแต่ให้ (โลหิต)” ด้วยการเชิญชวน ทุกคู่รัก ไปบริจาคโลหิตใน วันแห่งความรัก (14 ก.พ.) ตั้งแต่ 08.30-15.30 น. เพราะงานนี้ ศูนย์บริการโลหิตฯ มี พวงกุญแจรูปหัวใจสีแดง เป็นของขวัญมอบให้ ผู้บริจาคทุกคน สอบถามได้ที่ 0-2263-9600-99 ต่อ 1753.

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

ลำโพงข่าว วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553


** ใกล้เทศกาลวันแห่งความรักและวันตรุษจีนในวันเดียวกัน กิจกรรมหลาย ๆ อย่างเลยมาลงตัวกันในวันที่ 14 ก.พ. กันซะเยอะ ติดตามความเคลื่อนไหวกันดี ๆ
   
** คลุกคลีอยู่กับวงการบันเทิงมานาน และฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ล่าสุด ดีเจกฤษกร ภูมิรัตน (ดีเจฮอตเวฟ) ร่วมกับเพื่อนซี้ลงขันเปิดบริษัท รับงานอีเวนต์ “มัช อัพ ออแกนไนเซอร์ ดีเจ” เพื่อทำธุรกิจในไลน์ที่เกี่ยวข้องกับดีเจ และเสียงเพลงทุกชนิด ให้ครบวงจรมากขึ้น เช่น จัดหาดีเจลงผับ รับเปิดแผ่น ทั้งเพลงไทยและเพลงสากลตามงานเปิดตัวสินค้า, งานเลี้ยง, งานแต่งงาน ฯลฯ หากอยากให้งานปาร์ตี้ มีสีสันแตกต่างไม่เหมือนใคร ติดต่อได้ที่ 08-6083-1199
   
** ดีแทค รวมพลคนโสด ปี 2 อีก ระลอก มาร่วมฉลองรับวันแห่งความรักตามประสา  คนโสด กับ คลื่น 104.5 แฟต เรดิโอ ในตอน “โสด มัน ฮา” กิจกรรมที่จะทำให้วันวาเลนไทน์ของคนโสดไม่ต้องเดียวดายอีกต่อไป ! เพียงแค่คุณมีคุณสมบัติโสด เท่านี้ก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้คนโสด ที่เนรมิต พาร์ค พารากอน สยามพารากอน เปิดเวทีคอนเสิร์ตสุดเดิร์น อาทิ วงมายด์, โมเดิร์นด็อก ฯลฯ วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ.นี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีเสื้อโสดที่ออกแบบโดยโสดคนดัง อาทิ ก้อย-รัชวิน, อุ๋ย บุดดาเบลส, ดีเจสอง พาราด็อกซ์ ฯลฯ รายได้ส่วนหนึ่งในการขายเสื้อจะนำไปมอบให้กับ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 
   
** คอนเฟิร์ม ว่าช่วงล่างฟิตสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องฝีเท้าของ แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม เพราะเตรียมรวมพลคนหน้าตาดี แจ็ค-จารุพงศ์ (แบล็คแจ็ค) และ 5 หนุ่ม เค-โอทิค ลงฟาดแข้งกับน้อง ๆ โรงเรียนบางนานอก และโรงเรียนบางนาใน เพื่อเป็นการสานรักด้วยกีฬา ที่สนามฟุตบอลเอสวัน บางนา วันศุกร์ที่ 12 ก.พ.นี้ เวลา 11.00 น. ใครอยากเห็นลีลาเลี้ยงลูกสุดเจ๋ง ๆ ของคนหล่อ ตามไปเชียร์กันได้จ้า
   
** ยิ้มได้สักที สำหรับ แนนนี่-ภัทรนันท์ ดีรัศมี (เกิร์ลลี่เบอร์รี่) ที่เตรียมรับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ (ภาควิชาภาษาอังกฤษ) จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.00 น. งานนี้เหล่าเพื่อน ๆ เกิร์ล ลี่เบอร์รี่ ไม่พลาดไปแสดงความยินดีแน่นอน แถมแนนนี่เตรียมแผนเรียนต่อปริญญาโทด้านเอ็มบีเออีกด้วย ว่าแต่จะมีดอกไม้เซอร์ไพร้ส์จากหนุ่มคนไหนมั่งน้า.

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

เมาท์แตกแดนฮอลลีวู้ด วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553

ทุกวันศุกร์แบบนี้ เรามีนัดกันกับ “เมาท์แตกแดนฮอลลีวู้ด” คอลัมน์เมาท์ วงการบันเทิง วันนี้ก็เช่นเคยเรามีข่าวคราวของดาราฝรั่งมาฝากกัน ส่วนจะเป็นข่าวของใครบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย
   
** คู่รักสะท้านโลก แบรด พิตต์ กับ แองเจลินา โจลี ตัดสินใจยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์จอมแสบ “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์” ของอังกฤษ เรียบร้อยแล้ว หลังจากรายงานข่าวจนโลกตกใจหมดเลยว่าทั้งคู่เลิกรากันและกำลังฟ้องแบ่งสมบัติกันเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน
   
คีธ ชิลลิงส์ ทนายของทั้งคู่ เปิดเผยกับสำนักข่าว บีบีซี ของอังกฤษว่า พิตต์ วัย 46 และ โจลี วัย 34 เริ่มกระบวนการทางกฎหมาย กับ นสพ. “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์” ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในลอนดอนไปแล้ว ฐานกุข่าวว่าทั้งคู่เลิกรากันและกำลังทำเรื่องแบ่งสมบัติ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก โดยชิลลิงส์ เผยด้วยว่า คู่สามี-ภรรยาคนดัง ให้โอกาสหนังสือพิมพ์ลงข้อความขอโทษทางหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว ทว่า “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์” ไม่ยอมทำ จึงต้องจัดการฟ้องร้อง
   
ขณะที่ พิตต์ และ โจลี ก็ไปโชว์สวีทระหว่างชมการแข่งขันศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 ที่ซันไลฟ์ สเตเดี้ยม ไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย โดยทั้งคู่ทั้งจับมือ กอดกัน แถมยังมีช็อตจูบปากโชว์ด้วย เพื่อเป็นการแสดงให้ชาวโลกรู้ว่า ยังรักกันอยู่จ้า แฟน ๆ ไม่ต้องเป็นห่วง
   
** ที่น่าเป็นห่วงต้องคนนี้ ชาร์ลี ชีน นักแสดงจอมเก๋า ที่ซ่าตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ล่าสุด โดนศาลตั้งข้อหาแล้ว หลังจากที่ไปก่อเรื่อง  ทำร้ายร่างกาย บรูค มูลเลอร์ ภรรยาคนสวย ขณะที่ทะเลาะกันในวันคริสต์มาส เมื่อปลาย  ปีก่อน จนโดนตำรวจจับกุมตัวเข้าไปสงบสติ  อารมณ์ในห้องขัง ก่อนที่ทั้งคู่จะหวนกลับมาคืนดีกันในภายหลัง
   
ชีน ซึ่งเป็นดารานำของหนังซีรีส์เรื่อง “ทู แอนด์ อะ ฮาล์ฟ เม็น” อันสุดแสนจะตลก พร้อมทั้งภรรยา เดินทางมาฟังข้อกล่าวหาที่เอสเพ็น รัฐโคโลราโด ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุด้วย โดยศาลตั้งข้อหาอาญาร้ายแรง 1 กระทง และข้อหาระดับกลางอีก 2 กระทง อย่างไรก็ตาม ศาลมีเมตตาลดเงินค่าประกันตัวลง รวมทั้งยังลดระดับคำสั่งกักขังตัว ทำให้ ชีน สามารถ เดินทางไปพบลูก-เมียได้ตามปกติ
   
เยล กาลันเตอร์ ทนายของมูลเลอร์ กล่าวว่า “ชีนและมูลเลอร์จูบและกอดกัน ทั้งคู่ยินดีที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน พวกเขากำลังจะเดินทางกลับบ้านด้วยกันที่ลอสแอนเจลิส”
   
** คดีสุดฉาว ฆาตกรรม ไมเคิล แจ๊คสัน ป๊อปสตาร์ชื่อก้องโลก เริ่มกระบวนการทางชั้นศาลแล้ว โดยคุณหมอ คอนราด เมอร์เรย์ วัย 57 ปี ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวของป๊อปสตาร์ผู้ล่วงลับ เดินทางมารับฟังข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาที่ศาลในลอสแอนเจลิส และก็ปฏิเสธข้อกล่าวหา ตามความคาดหมาย
   
เมอร์เรย์ ซึ่งกลายเป็นผู้ต้องหาหลังจากที่มีการยืนยันว่าไมเคิล แจ๊คสัน ถูกฆาตกรรม โดยในการพิจารณาคดี เมอร์เรย์ มาในชุดสูทสีเทา โดยมีญาติสนิทมิตรสหาย รวมทั้งแฟนเพลงของป๊อปสตาร์ผู้ล่วงลับ ให้ความสนใจคดีนี้กันมาก บางคนถึงกับตะโกนต่อว่าเมอร์เรย์ว่า “ฆาตกร” ด้วย โดยหลังจากที่เมอร์เรย์ปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ศาลก็ตั้งวงเงินประกันตัว 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ น้อยกว่าที่อัยการยื่นเสนอมาถึง 225,000 ดอลลาร์ฯ เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เมอร์เรย์จะถูกยึดหนังสือเดินทางและใบอนุญาตด้วย
   
ท่าทางคดีนี้ คงเป็นหนังชีวิต มีอะไรให้เราได้ติดตามอีกเยอะแน่นอน
   
** ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ เจ้าพ่อเพลย์บอยวัย 81 ปี ที่ หนุ่ม ๆ ทั่วโลกสุดแสนจะอิจฉา แต่ตอนนี้อาจจะไม่ใช่แบบนั้นซะแล้ว เมื่อ เฮฟเนอร์ โดนผู้ถือหุ้นหนังสือเพลย์บอย ยื่นฟ้องร้องในข้อหาไม่ยอมดูดำดูดีบริษัทเลยจนทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทดำดิ่งอย่างน่าใจหาย แต่ตัวเฮฟเนอร์กลับยังใช้ชีวิตอย่างหรูหรา... แบบนี้เข้าทำนองล้มบนฟูกหรือเปล่าเอ่ย
   
ในคำฟ้องของผู้ถือหุ้นอ้างว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา  เฮฟเนอร์ มีโอกาสที่จะขายบริษัทถึง 2 ครั้ง ซึ่งได้ราคาดีด้วย ทว่าไม่ยอมทำ แถมยังทำตัวหรูหรากับสาว ๆ ในแมนชั่นหรูของตัวเอง ไม่ยอมดูแลบริษัท จนตอนนี้มูลค่าหุ้นของเพลย์บอยต่ำกว่าราคาหนังสือเสียอีก โดยบอกว่า เมื่อปี ค.ศ. 1999 มูลค่าหุ้นของเพลย์บอย เท่ากับ 36 ดอลลาร์ฯต่อหุ้น แต่ตอนนี้เหลือแค่ 3.14 ดอลลาร์ฯเท่านั้น ขณะที่หนังสือขายเล่มละ 5.99 ดอลลาร์ฯ
   
** ดาราสาวสวย เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เคยเป็นคู่รักเก่าของ แบรด พิตต์ มีอายุครบ 41 ปี ไปเมื่อ วันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่เห็นได้ชัดเลยว่า อายุไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย เพราะลองดูจากภาพที่เธอสวมชุดบิกินีอาบแดดกับแฟนหนุ่ม เจอร์ราร์ด บัตเลอร์ ที่คาโบ ซาน ลูคัส ในเม็ก ซิโก เมื่อไม่กี่วัน ก่อน บอกได้คำเดียว ว่าหุ่นดีและยังเซ็กซี่เหมือนเดิม
   
 “ทุกวันนี้ฉันรู้สึกว่าสบายขึ้นกว่าตอนที่ช่วงอายุ 20 หรือ 30 ปี เสียอีก ฉันสงบจิตสงบใจรวมทั้งพอใจกับ ร่างกายของตัวเองแล้ว” อนิสตัน กล่าวให้สัมภาษณ์กับ    นิตยสาร “จีคิว” เมื่อไม่นานมานี้
   
** วันนี้รู้สึกจะมีแต่ข่าวเครียด ๆ ดังนั้น ขอลาไปก่อนดีกว่า เจอกันใหม่ครั้งหน้าจ้า.

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

เฉาะดารา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 25532

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553


** อดีตคนเคยรัก นุ่น-วรนุช จะเข้าพิธีวิวาห์เร็ว ๆ นี้ เขตต์ เลยถูกนักข่าว    กระแซะว่า ถ้าเขาเชิญไปร่วมงานจะไปมั้ย งานนี้เจ้าตัวเลยตอบแบบอ้อมแอ้มว่า ก็ต้องดูอีกที ถ้าไปได้ก็ไป 

** วันก่อนเห็น อ้น-สราวุธ ควงสาว 3 คนไปดูหนัง “อัพ อิน ดิ แอร์” ที่เอสพลานาด แต่เพ่งดูเท่าไหร่ก็ไม่ยักกะเห็นหน้า “น้องนวล” มีแต่เพื่อนรุ่นป้าล้อมหน้าล้อมหลัง

** ลงทุนใส่ชุดที่ทำจากกลีบกุหลาบรอบตัวเพื่อโชว์ตัวในงาน “ไชนีส สวีท ฮาร์ทฯ” ที่เซ็นทรัลพระราม 2  งานนี้นางเอกสาว ชมพู่-อารยา เลยต้องทนยืนขาแข็งนาน 2 ชม.

** ไปร่วมงาน “เอ็กซ์ เรสพอนซิบิลิตี้ ปาร์ตี้” ที่ฟังกี้ วิลล่า แว่วมาว่างานยังไม่ทันเริ่ม เม-ภัทรวรินทร์ ก็ไปขอของแจกที่เป็นของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ไปถึง 2 ชุด...จะเอาไปเล่นกะใครเหรอ

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

เฉาะดารา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553


** ไปสั่งทำกระเป๋ามาให้ นัท มีเรีย ในวันเกิด อั้ม-อธิชาติ ไม่ยอมเผยไต๋ว่าเป็นกระเป๋าอะไร แต่สายสืบบอกมาแล้วเป็นกระเป๋าหรูเฟนดิ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น อุ๊ย! เห็นแล้วอยากจะถือบ้างจัง เพราะงามซะ

 ** ร่อนข่าวไปทั่วให้ไปตามข่าว ชาลอต ลาออกจากมีเดีย ที่งานทำข่าวผ่านมือถือ แต่พอถึงเวลากลับหายตัวจ้อย นักข่าวไปเก้อกันเป็นแถว แว่วมาว่าจะปริปากพูดทุกอย่างหลังตรุษจีน ไม่รู้ถือเคล็ดอ่ะเปล่า

** ที่งานมันส์ใหญ่มาก นักข่าวทุกสำนักไม่เจอตัวคู่หวาน สงกรานต์-แอฟ แต่วันก่อนทั้งคู่ไปทำหวานเลือกซื้อกรอบมือถือกันแบบกะหนุงกะหนิง ใช้กรอบมือถือสวย ๆ เวลาโทรฯคุยกันจะได้สุดสวีท

** วางแผนควงคู่เจ้าของฟังกี้วิลล่า ไปเที่ยวมัลดีฟส์กัน 20 วัน แต่ แพร-พรรัมภา ต้องไป ๆ กลับ ๆ เพราะดันติดถ่ายละครช่วงวันหยุด ถ้าวันธรรมดาหายไปไม่ต้องสงสัย เขาสวีทกันอยู่ที่เกาะสวรรค์โน่น

สนับสนุนโดย

ก.พ.
12

บันทึกอาเซียน : สองปี นาร์กีส

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553


ASEAN DIARY บันทึกอาเซียน
“สองปี นาร์กีส”

พายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มเขตอิระวดี (Ayeyarwady Division) และ ย่างกุ้ง (Yangon Division) ของพม่าเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2551/2008 ประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายประมาณ 140,000 คน อีก 2.4 ล้านคนได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรง ความเสียหายด้านทรัพย์สินคิดเป็นเงินประมาณ $4,057 ล้าน (134,650.87 ล้านบาท) โดยฉับพลันทันทีหลังเกิดพายุ บรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐสมาชิกอาเซียนได้จัดตั้ง ASEAN Humanitarian Task Force (คณะเฉพาะกิจด้านมนุษยธรรมอาเซียน) จัดการประชุมร่วม อาเซียน-สหประชาชาติ เพื่อรับบริจาคความช่วยเหลือจากทั่วโลก (ASEAN-United Nations International Pledging Conference) ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศอย่างล้นหลาม จากนั้นก็มีการจัดตั้ง Tripartite Core Group (TCG) (กลุ่มแกนกลางไตรภาคี) ประกอบด้วยตัวแทนจากสามฝ่าย คือ (1) รัฐบาลพม่า (2) ASEAN และ (3) องค์การสหประชาชาติ
   
ในตอนเริ่มแรก TCG ทำหน้าที่ประงานการช่วยเหลือผู้ประสพภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสอย่างเต็มที่ ทุกรูปแบบ ตามด้วยการจัดการประเมินผลความช่วยเหลือและการฟื้นฟูชีวิตและชุมชนที่ได้รับ ผลกระทบจากพายุ (Post-Nargis Joint Assessment - PONJA) เพื่อศึกษาดูผลกระทบโดยรวมตลอดจนความช่วยเหลือฟื้นฟูระยะแรก ระยะกลาง และระยะยาว นับจากนั้นเป็นต้นมา TCG ได้ดำเนินการประเมินผลกระบวนการช่วยเหลือมาเป็นระยะๆ มีการบันทึกความก้าวหน้าในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและชุมชนและ ศึกษาผลงานการให้ความช่วยเหลือ โดยประเมินว่าจะทำงานทุกอย่างให้ลุล่วงตามเป้าหมายปลายทางในเดือนกรกฎาคม ปี 2010/2553 นี้ ซึ่งเป็นเวลาสิ้นสุดวาระการทำงานของ TCG ถึงวันนี้มีการประเมินผลการทำงานเป็นระยะๆ หรือ “Periodic Review” ไปแล้วรวม 3 ครั้ง
   
การประเมินครั้งที่ 3 นำเสนอต่อที่ประชุม TCG ที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2010 ที่ผ่านมานี้เอง ผลการศึกษาทบทวนและประเมินผลงานการช่วยเหลือชาวพม่าผู้ประสพภัยจากพายุไซโค ลนนาร์กีส สรุปได้ดังนี้

สุขภาพชีวิต และ ความเป็นอยู่ : ความช่วยเหลือด้านอาหาร สุขอนามัย ส่งถึงครอบครัวผู้ประสพภัยเป็นส่วนมาก สุขภาพอนามัยของชาวบ้านดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน อัตราการป่วยหรือเสียชีวิตของเด็กเกิดใหม่ลดลง คุณภาพด้านโภชนาการ และน้ำสะอาด เข้าถึงชุมชนได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจและสัมภาษณ์ประชาชน 1,400 ครัวเรือนใน 30 เมือง (หรืออำเภอ) 90% บอกว่ามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพร้อมด้วยเวชภัณฑ์บริการครบถ้วน

คุณภาพอาหารและโภชนาการ : มีบางพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนน้อยที่เด็ก ๆ ขาดธาตุอาหารที่จำเป็น อัตราการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิดในพื้นที่พายุพัดผ่านทำลายโดยตรงมีอัตรา ส่วนน้อยกว่าเด็กในพื้นที่รอบนอกเขตพายุ ราว 11% ซึ่งก็สะท้อนถึงความเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดีโดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมือ อาชีพ จนทำให้สุขภาพอนามัย คุณภาพอาหาร และองค์ประกอบด้านสาธารณสุขต่าง ๆ ดีขึ้นมากอย่างรวดเร็ว

ความมั่นคงด้านอาหาร : ปริมาณอาหาร หรือ “ความมั่นคงด้านอาหาร” ถือว่ามั่นคงดี หรือดีขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผล กระทบ มีเพียงส่วนน้อยที่ยังไม่ได้รับความมั่นคงด้านอาหารอย่างพอเพียง ครัวเรือนลดการพึ่งพาอาหารที่มาจากการบริจาค, 86% ของครัวเรือนยืนยันว่าผลิตอาหารได้เองพอเพียงสำหรับครอบครัวตนเองแล้ว ที่ผลิตอาหารไม่ได้ก็มีกำลังซื้อพอเพียง ช่วยตัวเองได้, 92% ของครัวเรือนมีอาหารกินพอเพียง เทียบกับ 87% ปีก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามก็ยังต้องมีการให้ความช่วยเหลือให้ผู้ประสพภัยให้พึ่งพาตัวเอง ด้านอาหารต่อไปในระยะยาว

PONJA สรุปว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั้ง หมด จากที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์พายุนาร์กีสแล้ว 18 เดือน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ก็ยังไม่กลับสู่ภาวะปรกติ พายุพัดทำลายทรัพย์สินเงินทองข้าวของและเงินที่จะนำไปลงทุนฟื้นฟูชีวิตใหม่ จนเกือบหมดสิ้น แหล่งเงินกู้ก็มีน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่จำต้องขายทรัพย์สินเท่าที่เหลือเพื่อยังชีพและได้บางส่วนจาค เงินบริจาค แล้วนำไปลงทุนเพื่อชีวิตใหม่เท่าที่จะทำได้ ถนนและสะพานที่จะเชื่อมต่อชุมชนหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุมีน้อยทำให้ ชีวิตลำบากมากขึ้น ประมาณครึ่งหนึ่งของชาวบ้านที่สำรวจไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง

การฟื้นอาชีพประมง คือการฟื้นชีวิต : ยังมีความช่วยเหลืออย่างจำกัดในเรื่องพันธุ์พืช เครื่องมือการเกษตร ปศุสัตว์ และสินเชื่อ เฉพาะเรื่องสินเชื่อจะครอบคลุมชาวประมงและเกษตรกรผู้ทำนาด้วยทั้งสองอาชีพ สำหรับชาวประมงโดยเฉพาะ พบว่าได้รับความช่วยเหลือในรูปเรือหาปลาจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่พอเพียงที่จะ ฟื้นฟูชีวิตชาวประมงให้กลับสู่สภาพปรกติได้

การศึกษา : เด็กๆ ทั้งหญิงและชาย ได้ไปโรงเรียนกันมากขึ้น เด็กอายุระหว่าง 5-10 ขวบ ได้เข้าเรียนถึง 90% (86% จากรายงานการประเมินผลครั้งก่อนหน้า) เด็กอายุ 11-15 ปีไปโรงเรียนเพียง 64% (เดิม 69%) ในจำนวนนี้ 14% ไม่เคยไปโรงเรียนก่อนเกิดพายุไซโคลนนาร์กีส สำหรับเด็ก ๆ ที่ไม่ไปโรงเรียนก็อ้างเหตุผลว่าจะต้องทำงาน แทนที่จะไปโรงเรียน

ที่อยู่อาศัย : ปัญหาการฟื้นฟูบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มีทั้งเรื่องการได้รับการซ่อมแซมบ้านเรือน หรือไม่ได้รับการซ่อมแซม มีทั้งเรื่องคุณภาพการซ่อมแซม และปัญหาจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือสถานที่พักอาศัย (หลังพายุ) ที่เดียวกัน, 54% ของที่พักอาศัยยังรอการซ่อมแซมใหม่ 46% ได้รับการซ่อมแซมแล้ว, 84% ของครัวเรือนรายงานว่าที่อยู่อาศัยหลังพายุมีสภาพในบ้านร้อนกว่าเก่า เปียกชื้นกว่าเดิม และอยู่กันแน่นแออัดมากกว่าช่วงก่อนพายุ
   
งานฟื้นฟูชีวิตผู้ประสพภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่าจะจบลงอย่างเป็นทางการ ในเดือนกรกฎาคม 2010 ที่จะมาถึงนี้ คณะผู้ทำงานที่เรียกว่า PONJA สรุปว่าจะต้องประสานการช่วยเหลือต่อไปโดยไม่ลดกำลังความตั้งใจที่เริ่มอย่าง แข็งขันและดำเนินต่อเนื่องมาอย่างหนักแน่น หากถึงกำหนดหมดเวลาที่จะช่วยกันเป็นทางการแล้วรัฐบาลพม่า รัฐบาลประชาชนจากมิตรประเทศอาเซียนอื่นรวมทั้งไทยก็จะยังคงติดตามช่วยเหลือ ต่อไปด้วยจิตวิญญาณและน้ำใจไมตรีของความเป็นชาวอาเซียนด้วยกัน
   
อาเซียนมีรัฐสมาชิก 10 ประเทศ แต่มี 4 ประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า และยากจนกว่าอีก 6 ประเทศ ประเทศอาเซียนที่ยากจนกว่านี้คือ Cambodia (กัมพูชา), Lao (ลาว), Myanmar (พม่า) และ Vietnam (เวียดนาม) เรียกย่อรวมกันว่า CLMV อาเซียนมีนโยบายที่ถือร่วมกันว่าจะช่วยประเทศ CLMV ทั้งสี่ประเทศนี้ให้ก้าวขึ้นมาให้ทันและทัดเทียมสมาชิกอีก 6 ประเทศให้ได้ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ผลงานของ PONJA ที่ทำเพื่อช่วยชาวพม่าเป็นตัวอย่างสำคัญที่จะช่วยให้ความมั่นใจต่อ CLMV ทั้งสี่ว่า อาเซียนจะมาด้วยกัน-ไปด้วยกัน และเติบโตไปพร้อมกันอย่างสงบสุขได้

สมเกียรติ อ่อนวิมล

สนับสนุนโดย

ก.พ.
10

บันทึกอาเซียน : สองปี นาร์กีส

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553


ASEAN DIARY บันทึกอาเซียน
“สองปี นาร์กีส”

พายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มเขตอิระวดี (Ayeyarwady Division) และ ย่างกุ้ง (Yangon Division) ของพม่าเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2551/2008 ประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายประมาณ 140,000 คน อีก 2.4 ล้านคนได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรง ความเสียหายด้านทรัพย์สินคิดเป็นเงินประมาณ $4,057 ล้าน (134,650.87 ล้านบาท) โดยฉับพลันทันทีหลังเกิดพายุ บรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐสมาชิกอาเซียนได้จัดตั้ง ASEAN Humanitarian Task Force (คณะเฉพาะกิจด้านมนุษยธรรมอาเซียน) จัดการประชุมร่วม อาเซียน-สหประชาชาติ เพื่อรับบริจาคความช่วยเหลือจากทั่วโลก (ASEAN-United Nations International Pledging Conference) ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศอย่างล้นหลาม จากนั้นก็มีการจัดตั้ง Tripartite Core Group (TCG) (กลุ่มแกนกลางไตรภาคี) ประกอบด้วยตัวแทนจากสามฝ่าย คือ (1) รัฐบาลพม่า (2) ASEAN และ (3) องค์การสหประชาชาติ
   
ในตอนเริ่มแรก TCG ทำหน้าที่ประงานการช่วยเหลือผู้ประสพภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสอย่างเต็มที่ทุกรูปแบบ ตามด้วยการจัดการประเมินผลความช่วยเหลือและการฟื้นฟูชีวิตและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ (Post-Nargis Joint Assessment - PONJA) เพื่อศึกษาดูผลกระทบโดยรวมตลอดจนความช่วยเหลือฟื้นฟูระยะแรก ระยะกลาง และระยะยาว นับจากนั้นเป็นต้นมา TCG ได้ดำเนินการประเมินผลกระบวนการช่วยเหลือมาเป็นระยะๆ มีการบันทึกความก้าวหน้าในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและชุมชนและศึกษาผลงานการให้ความช่วยเหลือ โดยประเมินว่าจะทำงานทุกอย่างให้ลุล่วงตามเป้าหมายปลายทางในเดือนกรกฎาคม ปี 2010/2553 นี้ ซึ่งเป็นเวลาสิ้นสุดวาระการทำงานของ TCG ถึงวันนี้มีการประเมินผลการทำงานเป็นระยะๆ หรือ “Periodic Review” ไปแล้วรวม 3 ครั้ง
   
การประเมินครั้งที่ 3 นำเสนอต่อที่ประชุม TCG ที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2010 ที่ผ่านมานี้เอง ผลการศึกษาทบทวนและประเมินผลงานการช่วยเหลือชาวพม่าผู้ประสพภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีส สรุปได้ดังนี้

สุขภาพชีวิต และ ความเป็นอยู่ : ความช่วยเหลือด้านอาหาร สุขอนามัย ส่งถึงครอบครัวผู้ประสพภัยเป็นส่วนมาก สุขภาพอนามัยของชาวบ้านดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน อัตราการป่วยหรือเสียชีวิตของเด็กเกิดใหม่ลดลง คุณภาพด้านโภชนาการ และน้ำสะอาด เข้าถึงชุมชนได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจและสัมภาษณ์ประชาชน 1,400 ครัวเรือนใน 30 เมือง (หรืออำเภอ) 90% บอกว่ามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพร้อมด้วยเวชภัณฑ์บริการครบถ้วน

คุณภาพอาหารและโภชนาการ : มีบางพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนน้อยที่เด็ก ๆ ขาดธาตุอาหารที่จำเป็น อัตราการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิดในพื้นที่พายุพัดผ่านทำลายโดยตรงมีอัตราส่วนน้อยกว่าเด็กในพื้นที่รอบนอกเขตพายุ ราว 11% ซึ่งก็สะท้อนถึงความเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดีโดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมืออาชีพ จนทำให้สุขภาพอนามัย คุณภาพอาหาร และองค์ประกอบด้านสาธารณสุขต่าง ๆ ดีขึ้นมากอย่างรวดเร็ว

ความมั่นคงด้านอาหาร : ปริมาณอาหาร หรือ “ความมั่นคงด้านอาหาร” ถือว่ามั่นคงดี หรือดีขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผล กระทบ มีเพียงส่วนน้อยที่ยังไม่ได้รับความมั่นคงด้านอาหารอย่างพอเพียง ครัวเรือนลดการพึ่งพาอาหารที่มาจากการบริจาค, 86% ของครัวเรือนยืนยันว่าผลิตอาหารได้เองพอเพียงสำหรับครอบครัวตนเองแล้ว ที่ผลิตอาหารไม่ได้ก็มีกำลังซื้อพอเพียง ช่วยตัวเองได้, 92% ของครัวเรือนมีอาหารกินพอเพียง เทียบกับ 87% ปีก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามก็ยังต้องมีการให้ความช่วยเหลือให้ผู้ประสพภัยให้พึ่งพาตัวเองด้านอาหารต่อไปในระยะยาว

PONJA สรุปว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั้งหมด จากที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์พายุนาร์กีสแล้ว 18 เดือน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ก็ยังไม่กลับสู่ภาวะปรกติ พายุพัดทำลายทรัพย์สินเงินทองข้าวของและเงินที่จะนำไปลงทุนฟื้นฟูชีวิตใหม่จนเกือบหมดสิ้น แหล่งเงินกู้ก็มีน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่จำต้องขายทรัพย์สินเท่าที่เหลือเพื่อยังชีพและได้บางส่วนจาคเงินบริจาค แล้วนำไปลงทุนเพื่อชีวิตใหม่เท่าที่จะทำได้ ถนนและสะพานที่จะเชื่อมต่อชุมชนหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุมีน้อยทำให้ชีวิตลำบากมากขึ้น ประมาณครึ่งหนึ่งของชาวบ้านที่สำรวจไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง

การฟื้นอาชีพประมง คือการฟื้นชีวิต : ยังมีความช่วยเหลืออย่างจำกัดในเรื่องพันธุ์พืช เครื่องมือการเกษตร ปศุสัตว์ และสินเชื่อ เฉพาะเรื่องสินเชื่อจะครอบคลุมชาวประมงและเกษตรกรผู้ทำนาด้วยทั้งสองอาชีพ สำหรับชาวประมงโดยเฉพาะ พบว่าได้รับความช่วยเหลือในรูปเรือหาปลาจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่พอเพียงที่จะฟื้นฟูชีวิตชาวประมงให้กลับสู่สภาพปรกติได้

การศึกษา : เด็กๆ ทั้งหญิงและชาย ได้ไปโรงเรียนกันมากขึ้น เด็กอายุระหว่าง 5-10 ขวบ ได้เข้าเรียนถึง 90% (86% จากรายงานการประเมินผลครั้งก่อนหน้า) เด็กอายุ 11-15 ปีไปโรงเรียนเพียง 64% (เดิม 69%) ในจำนวนนี้ 14% ไม่เคยไปโรงเรียนก่อนเกิดพายุไซโคลนนาร์กีส สำหรับเด็ก ๆ ที่ไม่ไปโรงเรียนก็อ้างเหตุผลว่าจะต้องทำงาน แทนที่จะไปโรงเรียน

ที่อยู่อาศัย : ปัญหาการฟื้นฟูบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มีทั้งเรื่องการได้รับการซ่อมแซมบ้านเรือน หรือไม่ได้รับการซ่อมแซม มีทั้งเรื่องคุณภาพการซ่อมแซม และปัญหาจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือสถานที่พักอาศัย (หลังพายุ) ที่เดียวกัน, 54% ของที่พักอาศัยยังรอการซ่อมแซมใหม่ 46% ได้รับการซ่อมแซมแล้ว, 84% ของครัวเรือนรายงานว่าที่อยู่อาศัยหลังพายุมีสภาพในบ้านร้อนกว่าเก่า เปียกชื้นกว่าเดิม และอยู่กันแน่นแออัดมากกว่าช่วงก่อนพายุ
   
งานฟื้นฟูชีวิตผู้ประสพภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่าจะจบลงอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2010 ที่จะมาถึงนี้ คณะผู้ทำงานที่เรียกว่า PONJA สรุปว่าจะต้องประสานการช่วยเหลือต่อไปโดยไม่ลดกำลังความตั้งใจที่เริ่มอย่างแข็งขันและดำเนินต่อเนื่องมาอย่างหนักแน่น หากถึงกำหนดหมดเวลาที่จะช่วยกันเป็นทางการแล้วรัฐบาลพม่า รัฐบาลประชาชนจากมิตรประเทศอาเซียนอื่นรวมทั้งไทยก็จะยังคงติดตามช่วยเหลือต่อไปด้วยจิตวิญญาณและน้ำใจไมตรีของความเป็นชาวอาเซียนด้วยกัน
   
อาเซียนมีรัฐสมาชิก 10 ประเทศ แต่มี 4 ประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า และยากจนกว่าอีก 6 ประเทศ ประเทศอาเซียนที่ยากจนกว่านี้คือ Cambodia (กัมพูชา), Lao (ลาว), Myanmar (พม่า) และ Vietnam (เวียดนาม) เรียกย่อรวมกันว่า CLMV อาเซียนมีนโยบายที่ถือร่วมกันว่าจะช่วยประเทศ CLMV ทั้งสี่ประเทศนี้ให้ก้าวขึ้นมาให้ทันและทัดเทียมสมาชิกอีก 6 ประเทศให้ได้ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ผลงานของ PONJA ที่ทำเพื่อช่วยชาวพม่าเป็นตัวอย่างสำคัญที่จะช่วยให้ความมั่นใจต่อ CLMV ทั้งสี่ว่า อาเซียนจะมาด้วยกัน-ไปด้วยกัน และเติบโตไปพร้อมกันอย่างสงบสุขได้

สมเกียรติ อ่อนวิมล

สนับสนุนโดย

ก.พ.
10