ดวงงาน กับกรุ๊ปเลือด : ดวงงาน กรุ๊ปเลือด ดูดวงงาน กรุ๊ปเลือดกับดวงงาน ดวงงานกับกรุ๊ปเลือด

Written by Ju_Writer

เชื่อว่าหลายคนตอนนี้ทำงานเพียงเพื่อให้ผ่านไปวัน ๆ อยู่ที่เราแล้วว่าจะเลือกงานที่ชอบ หรืองานที่ใช่ เพราะเราใช้เวลากับงานไปในแต่ละวันก็ไม่น้อย เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่จะได้รับ

มีความเชื่อกันว่า กรุ๊ปเลือดของแต่ละคนจะบ่งบอกนิสัยส่วนตัวที่ไม่เหมือนกัน สามารถบ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงได้ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับเรื่องงานได้ด้วยว่า คนแต่ละกรุ๊ปเลือดจะมีลักษณะการทำงานอย่างไร เผื่อจะใช้เป็นหลักในการเลือกลักษณะการทำงานได้

เริ่มจากคนที่มีเลือดกรุ๊ป A เป็นกลุ่มที่มีสติปัญญาลักษณะพิเศษ และจะทำอะไรตามระบบระเบียบเงื่อนไข จึงชอบที่จะก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างมั่นคง เมื่อจะลงมือทำอะไรก็จะวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อน จากนั้นก็จะวางแผนล่วงหน้า การเลือกงานจะต้องเป็นงานที่มั่นคง

คนที่มีเลือดกรุ๊ป B มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างเหลือเฟือ เก่ง ชอบเป็นผู้นำมากกว่าเป็นผู้ตาม มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เกลียดการอยู่ในกฎในเกณฑ์ ชอบออกความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ แต่บางครั้งก็ออกความเห็นของตนเองโดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น แต่บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ ของตัวเองกลับไม่สามารถจัดการให้เรียบร้อยได้ ควรทำงานที่ค่อนข้างอิสระ ใช้ความคิดสร้างสรรค์

คนที่มีเลือดกรุ๊ป AB จะมีบุคลิกร่าเริงสดใส รักสันติ ชอบผูกมิตรและเข้ากันได้ดีกับทุก ๆ คน และยังเป็นคนรักสวยรักงาม ไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้ง  นอกจากนี้ยังเป็นคนมีความสามารถรอบด้าน และมีพรสวรรค์ ไม่ว่าจะทำอะไรคุณจึงมักไม่ต้องพยายามมากเหมือนคนอื่น จึงเหมาะกับงานที่ต้องประสานกับผู้คนหลาย ๆ ฝ่าย

คนที่มีเลือดกรุ๊ป O จะเป็นคนมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้หรือท้อถอยต่ออุปสรรค ชอบที่จะเอาชนะใจตัวเอง จะมีความทะนงตัวเองมาก จึงไม่ชอบที่จะเป็นลูกน้องใคร หรือต้องทำตามคำสั่งของใคร และยิ่งมีคู่แข่งก็จะยิ่งมีความพยายามมากขึ้น คุณเหมาะที่จะเป็นเจ้านายของตัวเอง คือทำงานในบริษัทที่คุณเป็นเจ้าของเอง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ดวงงานกับกรุ๊ปเลือด


ที่มา : Ezyjob.com

พ.ย.
24

ปลูกไม้มงคลเสริมโชควาสนา : ต้นไม้ ปลูกไม้ ปลูกต้นไม้เสริมดวง ไม้มงคล

Written by Ju_Writer

ปลูกไม้มงคลเสริมโชควาสนา

ตามตำราทางโหราศาสตร์โบราณได้บันทึกไว้ว่า ผู้ที่เกิดในปีใด ๆ นั้นจะมีมิ่งขวัญสถิตอยู่ที่ไม้แต่ละพันธุ์แตกต่างกันไป ซึ่งถ้าได้มีการปลูกต้นไม้ ที่เป็นมิ่งขวัญมงคลประจำปีเกิดไว้ในอาณาบริเวณบ้านก็จะเสริมให้มีโชควาสนาดียิ่งขึ้นไป

เกิดปีชวด

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นกล้วย และต้นมะพร้าว

เกิดปีฉลู

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นตาล

เกิดปีขาล

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นขนุน และต้นรัง

เกิดปีเถาะ

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นมะพร้าว และต้นงิ้ว

เกิดปีมะโรง

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่,ต้นกัลปพฤกษ์,และต้นงิ้ว

เกิดปีมะเส็ง

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ และต้นรัง

เกิดปีมะเมีย

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นกล้วย และต้นตะเคียน

เกิดปีมะแม

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่,ต้นปาริชาด,และต้นทองหลาง

เกิดปีวอก

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นขนุน

เกิดปีระกา

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่,ต้นยางและต้นฝ้าย

เกิดปีจอ

มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นบัวบก และต้นสำโรง

เกิดปีกุน

มิ่งขวัญอยู่ทีกอบัวหลวง และต้นบัวบก

ม.ค.
14

ปี่เซี๊ยะเทพแห่งความร่ำรวย : ปี่เซี๊ยะ ผี่ซิ่ว สัตว์นำโชค สัตว์โชคลาภ เทพแห่งความร่ำรวย

Written by Ju_Writer

ปี่เซี๊ยะเทพแห่งความร่ำรวย

ปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ คำว่า ปี่เซี๊ยะเป็นสำเนียงจีนกลาง ถ้าจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “ผี่ชิว” กวางตุ้งเรียก เพเย้า หรืออาจเรียกในชื่ออื่น ๆ เช่น เถาปก หรือ ฝูปอ นี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของสิ่งซิ้วสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลหนึ่งในจดหมายเหตุฮั่นชุในภาคที่ว่าด้วยดินแดนทางประจิมทิศมีข้อความระบุไว้ว่าในแคว้นหลีแถบเขาอูเกอซาน นั้นมีสัตว์ตระกูล นี้ปรากฏอยู่ลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย นั้นคือ เทียจนลก เทียนหลู่ ตัวคล้ายกวาง หางยาว มีเขาเดียว คำว่าเทียนลู่นั้นแปลตรงตัวว่า กวางสวรรค์ ครั้นต่อมาคำว่า ปี่เซี๊ยะ หรือ ผี่ชิว กลายเป็นคำที่คนทั่วไปคุ้นเคยกว่าเทียนลู่แล้วจึงให้เรียกรวมกันไปในทางมายาศาสตร์จีน

แต่เดิม ปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์มงคล ที่มีอนุภาพในทางกำจัดปีศาจ และสิ่งชั่วร้ายรวมทั้งปกป้องจากคุณไสย และมนต์ดำต่าง ๆ กล่าวคือคำว่าปี่ หรือ ผี่ นั้น แปลว่า ปิด เร้นลับหลบซ่อน คำว่า ปี่เซี๊ยะ หรือ ชิว คือ อาถรรพณ์ สิ่งไม่ดี คุณไสย ภูติปีศาจ คำว่าปี่เซี๊ยะ หรือ ผี่ชิว จึงแปลได้ว่า ขจัดอาถรรพณ์ คนจีนสมัยก่อนจึงมักเขียนภาพเขียน หรือตั้งปติมากรรม รูปปี่เซี๊ยะไว้ตามประตูบ้าน และสุสานทั่วไป บางทีก็ประดับไว้บนหลังคาพระราชวังต่าง ๆ เพื่อให้มันช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลายนั้นเอง ว่ากันว่ามีพลังในการกำราบสิ่งชั่วร้าย

ที่มาของข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์เฮงเฮงเฮง

ม.ค.
14

สีกระเป๋าสตางค์ ที่ถูกโฉลกกับคุณ : ดวง กระเป๋า สีกระเป๋า สีกระเป๋าเงิน กระเป๋าสตางค์ ถูกโฉลก

Written by Ju_Writer

สีกระเป๋าสตางค์ ที่ถูกโฉลกกับคุณ

คนเกิดวันอาทิตย์

คุณไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีฟ้า สีดำ หรือกระเป๋าที่ทำมาจากหนังของสัตว์ทะเล ส่วนสีที่คุณควรใช้คือ สีในโทนส่วาง หรือจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเขียวอันนี้ก็โอเคนะ

คนเกิดวันจันทร์

กระเป๋าสตางค์สีแดงหรือกระเป๋าสตางค์ที่ทำมาหนังสัตว์ 2 แบบนี้คุณควรหลีกเลี่ยงไปเลย ส่วนสีที่เหมาะกับคุณมากที่สุดก็คือ สีน้ำตาลหรือสีม่วง

คนเกิดวันอังคาร

สีน้ำตาลและสีครีม 2 สีนี้เป็นสีที่ไม่เหมาะกับคนเกิดวันอังคารเลย และอีกอย่างที่ต้องห้ามก็คือ กระเป๋าที่ทำมาจากหนังสัตว์ ส่วนสีที่ถูกโฉลกกับคุณก็คือ สีชมพู สีแสด และสีส้ม 3 สีนี้ก็คงจะถูกใจสาว ๆ นะ

คนเกิดวันพุธ

สำหรับคนเกิดวันพุธก็มีสีต้องห้ามอยู่ 2 สีคือ ดำและชมพู และไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนัง โดยเฉพาะสัตว์ปีก ส่วนสีของกระเป๋าสตางค์ที่เหมาะกับคุณก็คือ สีเขียวครีมและน้ำตาล

คนเกิดวันพฤหัสบดี

สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดีมีสีต้องห้ามอยู่สีเดียวคือ สีดำและขนาดของกระเป๋าจะต้องไม่ใหญ่เกินไป เลือกชนิดมีช่องใส่พอประมาณค่ะ ส่วนสีที่เหมาะก็คือสีแดงหรือส้ม

คนเกิดวันศุกร์

สี ของกระเป๋าสตางค์ที่ต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันศุกร์ก็คือ สีดำหรือสีทึมไม่สดใส แล้วก็ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ดูแปลกจนเกินไป เพราะจะทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่ ส่วนสีที่ควรใช้ก็คือ สีฟ้าและสีชมพู

คนเกิดวันเสาร์

คุณไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีเขียวหรือน้ำตาล และต้องพยามยามเลือกแบบที่ไม่เก่าเร็ว ต้องแลดูใหม่อยู่เสมอหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนเกิดวันเสาร์ต้องซื้อกระเป๋าสตางค์บ่อยกว่าคนเกิดวันอื่น เพราะถ้าคุณปล่อยกระเป๋าสตางค์ของคุณเก่าขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ เมื่อนั้นจะทำให้ไม่มีโชคลาภ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณก็คือสีฟ้าหรือสีม่วง

ม.ค.
14

ความแตกต่างระหว่าง หมอดู กับ โหร : ทำนายดวง ดูชะตาชีวิต หมอดู โหร โหราศาสตร์

Written by Ju_Writer

ความแตกต่างระหว่าง หมอดู กับ โหร

ทุกวันนี้สังคมค่อนข้างจะสับสนกับคำว่า “หมอดู” กับ “โหร” ต่างกันอย่างไร สื่อมักจะไม่เข้าใจว่าใครคือโหร ใครคือหมอดู แล้วแต่อารมณ์ที่จะเรียกใช้ บางท่านก็คิดว่า “โหร” เป็นคำยกย่อง หมอดูคือผู้ทำนายชะตาชีวิตธรรมดา ความจริงหมอดูกับโหรนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง

โหร คือผู้เรียนวิชา โหราศาสตร์ เรียนรู้การโคจรของดาวบนท้องฟ้า เรียกว่าดาราศาสตร์ สามารถคำนวณดาวต่าง ๆ ที่โคจรในแต่ละราศี กี่องศา กี่ลิปดา รู้เรื่องอธิกมาส-อธิกวาร ในรอบ 1 ปี มีดวงอาทิตย์โคจรปัดเหนือ ปัดใต้ ทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ ซึ่งเป็นอุตุศาสตร์ ต้องเรียนรู้ดาวฤกษ์ 27 กลุ่ม

ต้องเรียนรู้ฤกษ์ยาม หาวัน -ยาม-ฤกษ์-ราศี-ดิถี- ตามกาลโยคประจำปี ให้รู้วันดี ธงชัย อธิบดี อุบาทว์ โลกาวินาศ ต้องรู้เรื่องฤกษ์ผานาที สามารถให้ฤกษ์ปฏิวัติ ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ปฏิสนธิให้ได้บุตรเป็นหญิงหรือชาย ต้องเรียนรู้ตำราพิชัยสงคราม จิตศาสตร์ แพทยศาสตร์ ล้วนอยู่ในตำราวิชาโหราศาสตร์

ฉะนั้นผู้ที่จะเป็น “โหร” ยังต้องเรียนรู้ อีกมาก ทั้งภูมิศาสตร์ เคหศาสตร์ นรลักษณ์ศาสตร์ ทำให้รู้ถึงอำนาจอิทธิพลของดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อโลกมนุษย์ โหรจะเป็นผู้รู้กาลเวลาที่จะเกิดเหตุร้ายแก่สรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลฟ้า ครอบ รวมทั้งเหตุเภทภัยที่จะเกิดขึ้นทั้งภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุที่เกิดโดยอิทธิพลดาวและสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ ฯลฯ

หมอดู คือบุคคลที่ทำมาหากินกับการทำนายชะตาชีวิต ดูโชคดี โชคร้าย ให้กับคนที่มีทุกข์ เหมือนจิตแพทย์ แต่ใช้การรักษาจิต ด้วยการสะเดาะเคราะห์ รดน้ำมนต์ ปล่อยนกปล่อยปลา แล้วแต่หมอดูจะกำหนด ส่วนใหญ่จะใช้ตำราเลข 7 ตัว เลข 12 ตัว พรหมชาติ ไพ่ป๊อก ลายมือ เสี่ยงทาย เข้าทรง ฯลฯ

หมอดูจึงรู้เฉพาะเรื่องปัญหาชะตาชีวิตคน จึงต่างกับโหรที่จะต้องรู้ชะตาบ้านชะตาเมือง จะต้องใช้ศาสตร์ต่าง ๆ มากมายมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์พิจารณา ในสมัยโบราณนักโหราศาสตร์มียศถาบรรดาศักดิ์ถึงขั้นเจ้าพระยาโหราธิบดี

วิชาโหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้งมาก ต้องพยายามศึกษาจริง ๆ เนื่องจากเป็นวิชาที่ยากหาผู้รู้จริงถ่ายทอดยาก ต้องอาศัยฝึกฝนด้วยตนเองและสืบเสาะหาตำราอย่างตั้งใจจริงจึงจะพออ่านดวงชะตาออก ซ้ำผู้รู้จริงก็ไม่ยอมเปิดเผยเคล็ดลับบอกกล่าวกันโดยตรง เป็นเหตุให้ผู้เรียนท้อถอย

การเรียนรู้วิชาโหราศาสตร์เหมือนเป็นแว่นส่องทางเดินของชีวิต เหมือนเดินทางในที่มืดเวลากลางคืน วิชาโหราศาสตร์ก็เหมือนไฟฉายส่องทางเดิน

ฉะนั้นจึงพอจะแบ่งได้ว่า “โหร” กับ “หมอดู” นั้นต่างกัน โหราศาสตร์เขาใช้สำหรับคนชั้นสูง ส่วนวิชาหมอดูเขาใช้กับคนชั้นกลางลงไป เพราะวิชาที่หมอดูใช้อยู่ทั่วไปคือ เลข 7 ตัว ไพ่ยิปซี เสี่ยงทาย ลายมือ เข้าทรง นั่งทางใน อ้างว่าใช้สมาธิ ซึ่งข้อมูลในการพิจารณาใช้การเดาลูกเดียว

คนที่จะเรียนโหราศาสตร์เพื่อเป็นโหรจะต้องรู้หลักธรรมะ พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า บุคคลใดสร้างกรรมไว้มากมาย กรรมนั้นย่อมสนองผลได้ เหมือนคนดวงดีแต่ไปอาศัยอยู่ในหมู่กลุ่มคนไม่ดี ในสถานที่นั้นมีแต่คนทำกรรมชั่ว ดาวดีก็ไม่สามารถเปล่งแสงส่งผลดีให้กับชีวิต เหมือนถูกความมืดมนบดบัง เช่นเดียวกับเมฆหมอกปกคลุมดวงจันทร์และดวงอาทิตย์

ม.ค.
14

ตำแหน่งไฝมงคล – กาลกิณี : ไฝบอกดวง ดูดวงจากไฝ ดูตำแหน่งไฝ ดูไฝบนร่างกาย

Written by Pom_Writer

1. บนศีรษะ ดีมีลาภลอย


2.
หน้าผาก ใจกุศล ดาวพลูโตมีศิลธรรมดี ชอบสะสม และมีญาณหยั่งรู้


3.
ขมับขวา เม็ดนูน จะเป็นคนกำพร้าจะดีเมื่อโตขึ้น จะเป็นคนดีมีคนอุปถัมภ์เลี้ยงดู มีเพื่อนฝูงช่วยเหลือ


4.
ขมับซ้าย เมื้อน้อยได้รับการเลี้ยงดูดี เติบใหญ่จะลำบาก


5.
แสกหน้า รักอิสระคู่สมรสอายุสูงกว่า หญิงชอบตลกคะนอง มีปัญญาทันคน


6.
ขมับ ดาวเกตุ วาสนาดีมีผู้อุปถัมภ์


7.
ชายผมก้านคอ ชอบละเอียดอ่อน ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย นิสัยอ่อน โยน ไม่ชอบสังคม


8.
คิ้วขวา มีเสน่ห์ รักสวยรักงามเป็นที่ถูกตาต้องใจของต่างเพศ เจรจาพาทีไพเราะถ้าอยู่หัวคิ้วมี อารมณ์ทางเพศรุนแรงปลายคิ้วจะขี้อาย


9.
คิ้วซ้าย เจ้าอารมณ์ เจ้าทุกข์ ถ้าอยู่หัวคิ้วดีมีความคิดในทางค้าขาย เป็นนักธุรกิจติดต่อสังคมเก่งทันคนหางคิ้วจะมีโอกาสรวยได้มาก แต่ใช้เงินเก่ง เลี่ยงกฎหมายฉวยโอกาสกระทำผิด


10.
ก้านคอด้านหลัง ถึงมีเงินมีทอง แต่มักจะอาภัพ เป็นโรคทางระบบสมอง


11. ขมับขวา มีหัวคิดริเริ่มดี มีแต่ทางก้าวหน้าร่ำรวย ทำราชการดีแต่ระวังจะต้องรับภาระหนักจนเกิน ไปโรคภัยทางสมองจะเบียดเบียนได้


12.
ขมับซ้ายเจ้าความคิดสำหรับคนอื่น ทำคุณกับใครไม่ขึ้น มีอาชีพการงานแน่นอน


13.
เปลือกตาขวา เป็นชายจะไม่สมหวังเกี่ยวกับความรัก หากเป็นหญิง มักมีชายมาอุปการะแต่มักมาก ทางกามคุณ มีกุสโลบายทางเพศ


14.
เปลือกตาซ้าย มักมีลาภทางการเงินและงานจากเพศตรงข้าม ปากว่ามือถึง ไวไฟ หากเป็นหญิงมักเป็นหม้าย


15.
หางตาขวาหรือร่องน้ำตา ชอบสนุกสนาน มีคู่ได้ไม่นานจีรังยังยืน เงินทองไม่ขาดมือ


16.
สะบักหลังทั้งขวาซ้าย ชอบทดลองสงสัยเกี่ยวกับกามารมณ์ตลอดเวลา มีเสน่ห์ในตัวเองมักมีคน อุปการะ ชอบสนุกสนานร่าเริง ชีวิตมีทั้งดี และ เสียปนกันไปซ้ายจะดีกว่าขวา


17.
ใต้ขอบตาขวา เป็นคนเจ้าเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของเพศตรงข้ามแม้ยิ้มแย้มได้ในยามที่ตัวเองระทมทุกข์ ขี้บ่น เจ้าอารมณ์ ไม่จริงใจกับใคร


18.
ใต้ขอบตาซ้าย เป็นคนอารมณ์ดี เปิดเผย ขวานผ่าซาก มีศัตรู หาคนไว้ใจ ยาก


19.
ดั้งจมูก เป็นคนโชคดี วาสนาชะตาสูง สติปัญญาดีเอาตัวรอดได้ ทำธุรกิจก้าวหน้ามีคุณธรรม


20.
ปลายจมูก มีความสมบูรณ์ จะมีคู่หลายคนร่าเริงรักสวยงามเป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เป็นนักรัก


21. ข้างจมูกขวา วาสนาดีมีความเพียร มีสติปัญญาหลักแหลม ชีวิตราบรื่น


22.
ข้างจมูกซ้าย มีโภคทรัพย์ได้รับมรดก รักความสงบ มีศีลธรรมประจำใจ มีโชคลาภเสมอ


23.
แก้มขวา ,มีวาสนาดีจะไม่ยากจน เป็นครูอาจารย์ มีผู้นับถือมาก


24.
แก้มซ้าย วาสนาดีแต่ค่อนข้างเจ้าชู้ มักมีความคิดเห็นแหวกแนว จะได้รับมรดกจากญาติผู้ใหญ่


25.
โหนกแก้มขวา จะมีนิสัยเห็นแก่ตัว มักเอาเปรียบคนในทางทุจริต ประกอบมิจฉาชีพควรทำลายเสีย


26.
โหนกแก้มซ้าย มีผู้อุปถัมภ์คำชู ใจกว้างชอบทำบุญ


27.
ข้างหูขวา หน้า จะเป็นคนเจ้าปัญญา เลี้ยงตัวได้แต่ไม่รวยเพราะกินอุดมคติมากไป


28.
ข้างหูซ้าย หน้า เป็นนักธุรกิจที่ก้าวหน้ามองการ์ณไกล


29.
ข้างหูขวาด้านหลัง เย่อหยิ่ง เชื่อความสามารถตนเองมากไปมักมีศัตรู


30.
ข้างหูซ้ายด้านหลัง จะเป็นคนหันหลังให้สังคมร่ำรวยหลายครั้งและตกต่ำหลายหน เจ้าอารมณ์หึงหวง เอาแต่ใจตนเอง


31. ริมฝีปากล่าง ไม่ดี โมโหร้าย ปากร้าย แสนงอน ชอบทะเลาะ สร้างความเดือดร้อนอยู่สันโดษจะมีสุข


32.
หู มีมานะอดทน ปฏิภาณว่องไว มักใจคอโลเล แก่ตัวจะสบายชอบหนังสือ เป็นนักเจรจา


33.
บ่าขวา ใจคอเด็ดขาด มานะอดทนวัยกลายคนชีวิตจะดีกว่าเยาว์วัย


34.
บ่าซ้าย โมโหร้าย ลำบากแต่เล็กสูงอายุจะมีผู้อุปการะ ใจคอไม่แน่นอนมักเป็นหม้าย


35.
กลางหลัง นิสัยเกียจคร้านไม่ชอบทำงาน โง่แต่อวดดี


36.
แขนซ้าย มักมีผู้อุปการะ ชอบของโบราณ มักยุ่งเสมอหาความสุขยาก


37.
แขนขวา กล้าหาญ ขอบเผชิญภัย ทำจริงมีโชคอยู่เสมอ


38.
ข้อมือพูดจริง เหนื่อย หากินไม่ค่อยพอ มีกามารมณ์รุนแรง มักมีคู่ หลายคน


39.
ฝ่ามือจะมีชื่อเสียง ขอบสมาคม ปัญญาดี


40.
ง่ามมือ ปัญญาดี ใจบุญ มีความสุขตลอดชีวิตถ้านิ้วขวา ดีกว่านิ้วซ้าย


41. นิ้วมือ อายุน้อยจะลำบากสูงอายุจะมีชื่อเสียงปัญญาดี หาทรัพย์ได้ง่ายแต่งงานแล้วจะมีความสุขสบาย


42.
หน้าอก ขอบสมาคมวาสนาดี มักคิดฝัน เป็นนักแสดงดี ชีวิตสมรสมักติดขัด


43.
หัวใจเมื่อเด็กลำบาก เป็นผู้ใหญ่ จะมีหลักฐาน ใจนักเลง อนาคตจะสุข สบาย คู่สมรสมีฐานะดีอาชีพค้าขายดี


44.
ฐานนมทั้ง 2 ข้าง มักสุรุ่ยสุร่ายใจอ่อนสมรสแล้วเลี้ยงลูกไม่ค่อยรอด โง่เขลา อายุเลย 30 ปีขึ้นไปจะสุขสบายบ้าง


45.
ฐาน นมข้างซ้าย ขอบการศึกษา หาความสงบ ชอบค้นคว้าจะได้ลาภจากผู้ใหญ่ อย่าเกี่ยวข้องกับ หญิงจะเดือดร้อนวาสนาดี หลักฐานมั่นคงจะอุดมไปด้วย สมบัติ


46.
ฐานนมข้างขวา สติปัญญาน้อย เอาแต่ใจตน เห็นแก่ตัวมักตกยาก การงานออกกำลังจึงได้ผล


47.
สีข้างซ้าย โกรธง่าย ขอบเพศตรงข้ามมีเล่ห์เหลี่ยม อาชีพค้าขายดี


48.
สีข้างขวา อดทนรักสงบ ศัตรูสูงอายุกว่าใจรวนเรหาความแน่นอนยาก มักลำบากแต่เล็ก


49.
บั้นเอวซ้าย ปากร้าย ใจดีจะมีเกียรติชื่อเสียง แก่ตัวจะสบาย อาชีพค้าขายดีเป็นนักรัก


50.
บั้นเอวขวาซื่อสัตย์ กำพร้าแต่เด็ก มักลำบาก ชอบทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันบูชาความรัก


51. บั้นเอวซ้าย ปากร้าย ใจดี จะมีเกียรติชื่อเสียงแก่ตัวจะสบาย อาชีพค้าขายดี เป็นนักรัก


52.
กลางท้อง ชีวิตขึ้นๆ ลงๆมักเดือดร้อนทางการเงิน สมาคมยากไร้ความอายเรื่องการกิน


53.
กระเพาะอาหารชอบสนุกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ค้าขายจะร่ำรวย


54.
สะดือ มีมานะ ฉลาดสุขุมมีผู้อุปถัมภ์ในการเงิน รักสวยรักงาม ขี้หึง อาชีพการช่างดี เป็นศิลปินดีถ้าต่ำกว่าสะดือ จะเป็นศิลปิน


55.
ท้องน้อย มีโชคลาภอยู่เสมอรับราชการจะมีต่ำแหน่งสูง มักได้ลาภจากเพศตรงข้าม คู่สมรสตระกูลสูง


56.
ขาหนีบใกล้ของลับ ชอบสวยงาม ยั่วยวนเก่ง ชีวิตจะสบายมีเกียรติและชื่อเสียง


57.
เนินสวรรค์ รักสวยรักงาม วัยรุ่นสาวจะเสียพรหมจรรย์ จะสมรสหลายครั้งชีวิตสมรสมักไม่แน่นอน ค้าขายดี


58.
โคนลึงค์ หรือลูกอัณฑะ ใจหนักแน่นชอบศิลปะทำงานดี จะตั้งหลักฐานได้


59.
ลูกอัณฑะ เย่อหยิ่งจองหองทำการค้าดีจะมีชื่อเสียง


60.
สะโพก วาสนาดี ยิ่งสูงอายุจะมั่นคงมักใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รักสวยรักงาม แก่ตัวจะลำบาก


61. ก้น ชอบสมาคมทะเยอทะยาน มีโชคลาภเสมอ มักร่ำรวย หยิบหย่ง ขาดความอดทน ชอบการพนัน


62.
โคนขาขันแข็งในการงาน อายุเบญจเพศจะเดือดร้อน จะพบลาภใหญ่ถึง 3 ครั้งฐานะดี ชอบเที่ยวมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ปัญญาดี ชอบบุญกุศล


63.
หน้าขา อ่อนน้อม ใจนักเลง มีคู่มากจะมีโชคจากผู้ใหญ่


64.
หัวเข่า มีปัญญาถี่ถ้วน ชอบเผชิญภัยมักใช้จ่ายมากเก็บเงินไม่อยู่ อาชีพค้าขายดี หากินเก่ง


65.
สันหน้าแข้งชอบเที่ยว ใจนักเลง อาชีพเด่นทางเสี่ยงโชค ระวังจะเป็น โจร กามารมณ์รุนแรงความรักไม่แน่นอน มีความสุขเมื่อแก่


66.
หลังเท้าซ้ายชอบพเนจรอยู่ไม่ติดที่มักมีทุกข์ จะได้คู่ต่างภาษา หญิงจะอาภัพ


67.
หลัง เท้าขวามีความพากเพียร ชอบศิลปวิทยา ไม่ชอบอยู่กับที่ อยู่ที่ใดไม่ถาวร จะได้สมบัติจากผู้ใหญ่อาชีพเคลื่อนที่ดีที่สุด อาชีพค้าขายดีภายหน้าจะเป็นที่พึ่งแก่ตนเอง


ม.ค.
14

บูชาแล้วรวย : ของบูชาแล้วทำให้รวย แมวกวัก ปี่เซี๊ยะ กุมารทอง นกคุ้ม พญาเต่า

Written by Pom_Writer

บูชาแล้วรวย

ความรวย นอกจากจะต้องใช้สมองและฝีมือแล้ว บางครั้งเราก็ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น แต่จะบูชาอะไรแล้วรวย มีโชคลาภดึงดูดทรัพย์สินเงินทองเข้ากระเป๋า first มีมาบอกให้ลองพิสูจน์ที่นี่แล้ว
ร่ำรวย 1. แมวกวักญี่ปุ่น
มีลักษณะความเชื่อคล้ายกับนางกวักของไทย ชาวญี่ปุ่นจะเรียกแมวกวักว่า “มาเนะคิเนะโกะ” แปลว่า แมวที่ทำหน้าที่เชื้อเชิญเงินทอง โชคลาภ บูชาเพื่อความร่ำรวยและสมปรารถนา
เคล็ดวิธีบูชา: ให้ตั้งไว้ในจุดที่ดีที่สุดของบ้าน เช่น ห้องรับแขกหรือบริเวณโต๊ะทำงาน และหมั่นเช็ดทำความสะอาดตลอดเวลา ดูแลอย่างใกล้ชิด แมวกวักก็จะนำความสุขและโชคลาภมาสู่คุณและครอบครัว
Tip: การเลือกซื้อแมวกวัก ถ้าเลือกแมวกวักมือซ้าย หมายถึงให้เรียกลูกค้าเยอะๆ และยิ่งกวักสูงมากแค่ไหนก็เรียกคนได้มากเท่านั้น แต่ถ้ากวักมือขวา เป็นการเรียกเงิน เรียกทอง และความโชคดี

ร่ำรวย 2. ปี่เซียะ ดึงดูดเงินทอง
ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทั้งในเมืองไทยและในประเทศต่างๆ มากที่สุดในปัจจุบันนี้ ใครมีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ ขณะเดียวกันก็ป้องกันสิ่งชั่วร้าย และเป็นสัตว์มงคลที่ไม่มีรูทวาร จึงกินอย่างเดียว ไม่มีทางถ่ายออกเป็นเคล็ดวิชาหมายถึงเงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว
เคล็ดวิธีบูชา: ผู้บูชาปี่เซียะควรมีจิตใจแจ่มใส ร่าเริง เพราะจะส่งผลให้ปี่เซียะมีพลังกล้าแกร่ง และคึกคะนอง ส่งผลให้มีโชคลาภ เก็บเงินอยู่ มีดอกผลเป็นกอบเป็นกำ
Tip: เจ้าของควรเอาใจใส่ด้วยวิธีการทำความสะอาดพูดคุยด้วยบ่อยๆ ลูบหัวและลูบบั้นท้าย คล้ายสัตว์เลี้ยงดีกว่าตั้งไว้เฉยๆ ถ้าลูบที่ท้องจะทำให้สมบูรณ์พูนสุข ลูบหัวทำให้ปัญญาแจ่มใส ลูบหลังทำให้มีโชควาสนา แต่ห้ามลูบปาก เพราะจะทำให้เก็บทรัพย์ไม่อยู่

ร่ำรวย 3. กุมารทอง บันดาลความร่ำรวย
เป็นเครื่องรางของขลังที่คนไทยรู้จักกันมาช้านานมีอิทธิคุณหลายทาง นิยมใช้ปกป้องคุ้มครองและให้โชคลาภแก่ผู้เป็นเจ้าของ เพื่อให้ทำมาค้าขายดี มีทรัพย์จากการเสี่ยงโชค
เคล็ดวิธีบูชา: เมื่อนำเข้าบ้านแล้วควรตั้งชื่อให้กุมารทองเป็นการเฉพาะก่อนจะบอกเชิญเข้า บ้าน แล้วจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางหรือศาลพระภูมิ จากนั้นก็หมั่นบอกกล่าวในสิ่งที่ปรารถนา เช่น ให้ช่วยทำมาค้าขาย เฝ้าทรัพย์สิน ขอหวย ฯลฯ จะสัมฤทธิ์ผลทุกประการ ส่วนการเซ่นไหว้นั้นให้ใช้ขนม ผลไม้ และน้ำแดง
Tip: ห้ามวางกุมารทองไปทางทิศตะวันตก หรือปลายเท้าที่เรานอน หรือใต้บันไดบ้าน

ร่ำรวย 4. นกคุ้ม มารุมเรียกทรัพย์
เป็น ของขลังใช้บูชาเพื่อคุ้มครองให้คลาดแคล้วจากภัยอันตรายทั้งปวง และเรียกทรัพย์ เรียกเงินทองเข้าบ้านมากๆ โดยผู้บูชาส่วนใหญ่จะเอานกคุ้มใส่พานบูชา แล้วหันหน้าออกไปทางหน้าร้าน เพื่อเรียกลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุนซื้อสินค้า และบันดาลโชคลาภให้เจ้าของเกิดความร่ำรวย
เคล็ดวิธีบูชา: ในวันพระให้บูชาด้วยน้ำหวาน น้ำผึ้ง หรือขนมหวานต่างๆ พร้อมสวดบูชานกคุ้มฉบับย่อ โดยให้ท่องว่า “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา”

ร่ำรวย 5. พญาเต่า ร่ำรวยยั่งยืน มั่นคง
เต่าถือว่าเป็นสัตว์มงคลตามตำราฮวงจุ้ยของจีน อุปนิสัยชอบเดินหน้าอย่างเดียว ถอยหลังไม่เป็น เป็นสัญลักษณ์ของการอายุยืน ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่นคง เป็นเครื่องรางทางด้านการค้าขาย เรียกลาภและป้องกันคดีความ เหมาะสำหรับผู้ดำเนินธุรกิจค้าขาย สร้างความร่ำรวยก้าวหน้าต่อไป
เคล็ดวิธีบูชา: เมื่อนำพญาเต่าเข้าบ้านให้จุดรูป 5 ดอก บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านให้รับรู้ ขออนุญาตนำพญาเต่ามาอยู่ในบ้านเพื่อช่วยคุ้มครองและนำโชคลาภมาให้ สถานที่บูชาให้จัดวางในพาน หรือวางบนภาชนะอื่นๆ ที่มีน้ำ โดยรินน้ำพอปริ่มๆ หรือครึ่งตัวเต่า อย่าให้จมน้ำทั้งตัว วางไว้ที่ด้านล่างของหิ้งพระ ต่ำกว่าพระพุทธรูป หรือจัดวางไว้บนตู้บนโต๊ะเก็บเงินได้ทั้งนั้น
Tip: ให้บูชาด้วยน้ำสะอาด ถวายผักบุ้งและผักกาดขาวตามโอกาส และถ้าถวายพวงมาลัยดอกมะลิหรือกุหลาบด้วยยิ่งดี แต่มีข้อห้ามว่า ห้ามนำพญาเต่าไปงานศพ หรืองานอัปมงคลทั้งหลายเด็ดขาด

ร่ำรวย 6. นางกวัก กวักเงิน กวักทอง
เป็นเครื่องรางที่คนไทยรู้จัก และนิยมบูชากันมากที่สุดก็ว่าได้ พวกพ่อค้าแม่ค้ามักมีไว้บูชาบนหิ้ง โดยหันหน้าออกไปทางหน้าร้าน และมักจะตั้งนางกวักอยู่ทางขวามือของประตูบ้านเพื่อให้มือนางกวักอยู่ใกล้ ประตูที่สุด และดลบันดาลให้การค้าขายเป็นไปด้วยดี หรือที่เรียกว่าทำมาค้าขึ้น
เคล็ดวิธีบูชา: บูชาด้วยผลไม้และอาหารคาวหวาน หรือใช้ดอกกุหลาบแดงหรือดอกมะลิบูชา จุดธูป 9 ดอก พร้อมด้วยเครื่องประดับสตรี เช่น กำไล ลูกปัด ผ้าแพรหลากสี และควรวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูป และองค์เทพชั้นสูงต่างๆ หรือจะแยกหิ้งบูชาก็ได้
Tip: บูชาทุกๆ เช้า ก่อนจะเริ่มค้าขาย หรือดำเนินธุรกิจอะไรก็ตาม เพื่อความมีสิริมงคล มีโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา การค้าดีมีกำไรงาม คล่องตัวในการทำงานเมตตามหานิยม ทำอะไรก็สำเร็จไปทุกสิ่งทุกอย่าง

ร่ำรวย 7. ไซดักทรัพย์ ดักความรวย
การ สร้างไซดักทรัพย์ ถือเคล็ดที่ว่าไซดักปลา ย่อมหมายถึงความอิ่มหนำสำราญ หรือความมีโชคดี เป็นเครื่องรางในการดักทรัพย์สินเงินทองและลาภผลต่างๆ เหมาะสำหรับติดบ้านเรือน นอกจากจะเป็นเครื่องรางที่บูชาเพื่อความร่ำรวยแล้ว ยังเป็นเครื่องในการปรับฮวงจุ้ยตามศาสตร์ของจีนอีกด้วย
เคล็ดวิธีบูชา: ใช้คาถาด้านมหาลาภ เรียกเงินเรียกทองบทใดบทหนึ่ง หรือบทที่เรานับถือท่องอยู่เป็นประจำ เช่นคาถาหัวใจเศรษฐี ท่องว่า “อุ อา กะ สะ” วันละ 3 ถึง 9 ครั้ง
Tip: การแขวนไซต้องแขวนในที่สูง โดยหันปากไซออกไปทางหน้าร้าน เพื่อดึงดูดโชคลาภและเงินทองให้เข้ามาหา ไม่ควรหันปากไซเข้ามาหรือหันตามขวาง เพราะจะได้ผลไม่เต็มที่

ร่ำรวย 8. ปลาตะเพียน ขยันหมั่นเพียรจนร่ำรวย
เครื่องรางที่แฝงคติธรรมล้ำลึก ในความหมายของไทย หมายถึง ความขยันหมั่นเพียรและสัญลักษณ์ของความโชคดี ส่วนในความหมายของจีน ปลาหมายถึงความมีชีวิตชีวา และโชคลาภ จะทำให้ชีวิตเจ้าของบ้านมีความกระตือรือร้น ค้าขายดี มีโชคลาภ ขยันหมั่นเพียรไม่หยุดนิ่ง
เคล็ดวิธีบูชา: ใช้อธิษฐานบูชาสำหรับการค้าขาย การทำมาหากิน ควรจัดวางปลาตะเพียนเงิน ตะเพียนทอง ที่ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกลงอักขระเลขยันต์แล้ว ด้วยการแขวานไว้ในที่อันถูกโฉลก บริเวณกลางเพดานหรือหน้าร้านค้า โดยหันหน้าปลาตะเพียนเงิน ตะเพียนทองเข้าหากัน
Tip: ทุกเช้าให้บูชาโดยเอาขันน้ำมนต์ยกขึ้นไปแช่ตัวปลาแล้วอธิษฐานพรตามใจปรารถนา จากนั้นก็นำน้ำมนต์ไปพรมสินค้าที่จะขาย หรือพรมไปทั่วร้านค้าหรืออธิษฐานแล้วแต่สะดวก

ร่ำรวย 9. ชูชก ขอรวย ขอลาภ
พราหมณ์ เฒ่า ผู้เติมบารมีของพระเวสสันดรให้เต็มเปี่ยม ถือกันว่าเป็นเครื่องรางแห่งการขอความสำเร็จในเรื่องโชคลาภเงินทองอย่างไม่ มีขีดจำกัด
เคล็ดวิธีบูชา: โบราณได้พิจารณาเห็นคุณสมบัติของชูชกว่า มีเสน่ห์และมีเมตตามหานิยมสูง ขออะไรก็ได้สมใจปรารถนาทุกอย่าง ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองข้าวของเครื่องใช้ บ้านเรือน บริวาร จึงได้สร้างเครื่องรางชูชกขึ้นมา ส่วนคาถาการบูชาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสำนัก จะเลือกบูชาจากแห่งไหน ก็ศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนตามใจชอบ

ร่ำรวย 10. ฮก ลก ซิ่ว
คนจีนนิยมนำ ฮก ลก ซิ่ว มาตั้งไว้ในบ้าน เพื่อให้เกิดความเป็นมงคล มีวาสนา ร่ำรวย ตามความหมายของ ฮก ลก ซิ่ว ที่ว่า ฮก คือ โชคลาภ วาสนา ลก คือ บุญบารมี และซิ่ว คือ อายุมั่นขวัญยืน
เคล็ดวิธีบูชา : ควรตั้ง ฮก ลก ซิ่ว ให้หันหน้าออกไปทางประตู ส่วนบริเวณด้านหลังขององค์ฮก ลก ซิ่ว ควรเป็นฝาผนังไม่ควรเป็นหน้าต่าง นอกจากนี้ยังสามารถตั้งองค์ ฮก ลก ซิ่ว ไว้ในห้องรับแขก ตรงด้านหลังเก้าอี้ยาวของชุดรับแขก แต่ห้ามตั้งหลังเก้าอี้เดี่ยวของชุดรับแขก และไม่ควรนำมาตั้งไว้หน้าห้องน้ำหรือห้องครัว
Tip: การตั้ง ฮก ลก ซิ่ว ถ้าต้องการให้ค้าขายดี เกิดโชคลาภ ให้ตั้ง ฮก อยู่ตรงกลาง

ร่ำรวย 11. เจ้าเงาะนำโชค
เครื่องรางสุดขลังด้วยอิทธิฤทธิ์ เป็นที่เลื่องลือถึงความมหัศจรรย์ด้านมหาโชคมหาลาภ บันดาลความร่ำรวยให้เป็นมหาเศรษฐี มีเงินทองมากมายก่ายกอง บันดาลด้านธุรกิจ การค้า การเงิน การงาน ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ใครมีไว้บูชา ติดบ้าน ร้านค้า จะเจริญ ค้าขายดีมีกำไร
เคล็ดวิธีบูชา: เมื่อเชิญเจ้าเงาะนำโชคขึ้นวางบนหิ้งบูชาซึ่งควรแยกหิ้งต่างหาก ให้จัดสิ่งของบูชาถวายใส่ให้เหมาะสม อาทิ บูชาด้วยดอกไม้แดง น้ำดื่ม น้ำผลไม้ ผลไม้ตามฤดูกาลพร้อมจุดธูป 2 ดอกถวายเครื่องสังเวย อธิษฐานขอให้เจ้าเงาะบันดาลความสุข ความรุ่งเรือง ขอให้ค้าขายดี มีกำไร ก้าวหน้าตลอดไป
Tip: ควรจุดธูปและกล่าวบูชาทุกเช้า-เย็น ส่วนสิ่งของที่ถวาย ถ้าไม่สะดวกทุกวัน จะถวาย 3 วัน 7 วัน หรือ 10 วันต่อครั้งก็ได้

ข้อมูล amulet.in.th

ม.ค.
14

ตักบาตรเสริมมงคลชีวิต : เคล็ดการตักบาตร วิธีตักบาตร สวดมนต์ตักบาตร ตักบาตรประจำวันเกิด

Written by Pom_Writer

ตักบาตร
เคล็ดเวลาใส่บาตรพระประจำวันเสริมความมั่นคงในชีวิต

ต้องขอบอกว่าเคล็ดนี้เป็นเคล็ดที่แปลกมากและไม่เคยเห็น ท่านอุตมชัย (ซินแสโบ้) อาจารย์ผมได้แนะนำมาว่าเป็นวิธีการใส่บาตรพระประจำวัน เกิดสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาตนเอง ผมได้ทำกับเพื่อนๆจนเห็นผลมาแล้วเลยขอนำมาโพสไว้ เพราะ เป็นของที่ทำได้ง่ายๆก่อนอื่นต้องทราบก่อนนะครับว่าเราเกิดวันอะไรและมี กำลังวันเท่าใด ดังนี้
ท่านที่เกิดวัน อาทิตย์ กำลังวัน 6
ท่านที่เกิดวันจันทร์ กำลังวัน 15
ท่านที่เกิดวันอังคาร กำลังวัน 8
ท่านที่เกิดวันพุธ กำลังวัน 17
ท่านที่เกิดพุธกลางคืน กำลังวัน12
ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี กำลังวัน 19
ท่านที่เกิดวันศุกร์ กำลังวัน 21
ท่านที่เกิดวันเสาร์ กำลังวัน 10
วิธีก็คือให้เตรียมเหรียญตามกำลังวันก่อน เช่น คุณเกิดวันพฤหัสบดีให้คุณเตรียมเงินตามกำลังวันก่อน 19 เหรียญ ส่วนวันที่เหลืออีกแปดวันใส่แค่วันละ 1 เหรียญ ก่อนจะเอาเหรียญไปใส่ที่พระประจำวันให้ท่องบทย่อคาถาประจำวันดังนี้
๑.คาถาคนเกิดวันอาทิตย์ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ ชื่อคาถาพระนารายณ์แปลงรูป

ใช้เมตตามหานิยมก็ได้ สวดวันละ ๖ จบ
๒.คาถาคนเกิดวันจันทร์ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ชื่อคาถากระทู้เจ็ดแบก

ใช้ทางคงกะพัน สวดวันละ ๑๕ จบ

๓.คาถาคนเกิดวันอังคาร ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ชื่อคาถาฝนเสน่หา

ใช้ทางเมตตามหานิยม สวดวันละ ๘ จบ

๔.คาถาคนเกิดวันพุธกลางวัน ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ชื่อคาถาพระนารายณ์เกลื่อนสมุทร

ใช้เสกปูนสูญฝี สวดวันละ ๑๗ จบ

๕.คาถาคนเกิดวันพุธกลางคืน คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ ชื่อคาถาพระนารายณ์พลิกแผ่นดิน

ใช้แก้ความผิดต่าง ๆ สวดวันละ ๑๒ จบ

๖.คาถาคนเกิดวันพฤหัส ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ ชื่อคาถาพระนารายณ์ตรึงไตรภพ

ใช้เมตตามหานิยม สวดวันละ ๑๙ จบ

๗.คาถาคนเกิดวันศุกร์ วา โธ โน อะ มะ มะ วา ชื่อคาถาพระพุทธเจ้าตวาดหิมพานต์

ใช้ทางมหานิยม สวดวันละ ๒๑ จบ

๘.คาถาคนเกิดวันเสาร์ โส มา ณะ กะ วิ ถา โธ ชื่อคาถาพระนารายณ์ถอดจักร

ใช้ทางถอดคุณไสยศาสตร์ สวดวันละ ๑๐ จบ
โดยท่องตามกำลังวันของคุณ อย่างพฤหัสบดีก็ ภะสัมสัมวิสะเทภะ ๑๙จบและขอพรใส่เหรียญที่พระปรจำวันเกิดก่อนจำนวน๑๙เหรียญ แล้วเหรียญที่เหลือก็ใส่วนไปคือจากพระประจำวันพฤหัส ไปที่วันศุกร์ ไปจนถึงวันพุธ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่สะเดาะเคราะห์ไม่ยุ่งยากครับ
ที่มา http://www.buddhakhun.org/main//index.php?topic=830.0

ม.ค.
14

พยากรณ์ในวันที่ 27 ธ.ค. – 2 ม.ค. 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม 2552


ราศีมังกร (16 ม.ค.-12 ก.พ.)  
       

เจอเรื่องไม่คาดคิดอยู่ตลอด ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือสติ อาจทำให้ต้องมานั่งเสียใจภายหลังได้ การงานช่วงต้นพบกับการเปลี่ยนแปลง มีดวงจะถูกย้ายงาน เปลี่ยนหน้าที่ แต่ถ้ารู้จักเอาตัวรอด หาพรรคหาพวกจะทำให้พ้นวิกฤติไปได้ ช่วงปลายจะถูกตำหนิกับสิ่งที่ทำผิดพลาด จึงต้องระวังตัวและรอบคอบมากกว่าเดิม การเงินหมดไปกับการรักษา การซ่อมแซม รวมถึงทำของมีค่าสูญหาย มีทางรอดได้จากคนใกล้ชิดช่วยเหลือ “ไพ่ 10 ถ้วย” ความรักจากที่อกหักรักคุดเจอรักใหม่สดใสกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ต้องดูให้ดี หากผลีผลามอาจน้ำตาเช็ดหัวเข่า คนมีคู่มีอาการ  รัก ๆ เลิก ๆ อยู่เสมอ ใจเย็น คิดก่อนพูดแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-13 มี.ค.)  
       
ติดอยู่กับความหลงใหล คิดอ่านไม่รอบคอบ ช่วงนี้ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ให้ควบคุมตัวเองก่อนจะเสียอะไรไปหลาย ๆ อย่าง “ไพ่ เจ้าชายคทา” การงานช่วงต้นวุ่นวาย แต่สุดท้ายก็มีความสุขมีดวงในการเปลี่ยนงาน ย้ายงานที่ดีกว่าเดิม หากกำลังมองหาช่องทางอยู่จะเจอทางออก แต่ต้องจำไว้เสมอว่า “การเริ่มต้นของคุณ มักจะมาพร้อมอุปสรรค” ถ้าอดทนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางได้เอง การเงินโยกย้ายถ่ายเท ไม่ค่อยมีเงินเหลือเก็บ มีอยู่ในมือได้ไม่นานก็ต้องควักจ่าย ให้ใครหยิบยืมจะไม่ได้คืน มักถูกหลอกถูกเอาเปรียบเสมอ ความรักเป็นความลุ่มหลง ไม่ใช่ความรักที่แท้จริง เกิดจากอารมณ์ชั่วครู่ชั่วยาม พยายามอย่าปล่อยให้เลยเถิด คนโสดหากมีคนเข้ามาต้องศึกษาให้นาน

ราศีมีน (14 มี.ค.-12 เม.ย.)  
       
มีเรื่องต้องตัดสินใจตลอด ไม่มีใครช่วยคิดต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก แต่ออกแนวว่าจะพลาด เพราะความใจอ่อน สิ่งที่เคยทำผิดให้เก็บมาเป็นบทเรียนในการตัดสินใจครั้งต่อไป “ไพ่ 2 ดาบ” การงานขาดความมั่นคง มีดวงถูกย้ายถูกเปลี่ยน ต้องมองหาทางออกให้ตัวเองบ้าง แต่อย่าเพิ่งคิดลงทุนทำอะไรใหญ่โต เพราะสิ่งที่ตามมา คือ ความผิดหวัง การเงินหมดไปกับการลงทุน ซื้อหาของที่อยากได้ มีการหมุนเวียนพอสมควร ช่วงนี้ไม่มีดวงเรื่องการเสี่ยง จะเสียมากกว่าได้ ความรักถ้ากำลังแอบรักแอบชอบใครอยู่ มีโอกาสอกหัก ช่วงนี้ทั้งคนโสดและไม่โสดเจอแต่เรื่องน่าเศร้า ลองหากิจกรรมใหม่ ๆ ที่ตื่นเต้นทำดู จะทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น

ราศีเมษ (13 เม.ย.-13 พ.ค.)  
       
“ไพ่ เทมเพอแรนซ์” มี ดวงเดินทาง เปลี่ยนแปลงที่อยู่ เปลี่ยนแปลงงาน ชีวิตขาดความแน่นอน ต้องรู้จักหาที่ยึดเหนี่ยว การงานช่วงต้นถึงปลายเจอมรสุม อาจถูกย้ายกะทันหัน อย่าทำตัวขี้ตกใจ เพราะช่วงปลายคุณจะเป็นต่อ อยู่เฉย ๆ จะมีคนหยิบยื่นข้อเสนอที่ดี  ให้ แต่สำหรับคนเบื่องานจะสมใจอยาก เพราะมีดวงเปลี่ยนงานย้ายงานอยู่แล้ว การเงินเข้ามือซ้ายจ่ายมือขวา เก็บเงินไม่อยู่ ช่วงนี้พยายามหางานให้เยอะจะได้มีเงินแยะตามไปด้วย หากหวังพึ่งโชคคงจะต้องผิดหวังคอตก ความรักมา ๆ ไป ๆ รักไม่มั่นคง เป็นช่วงเวลาของการเลือกเฟ้น คนมีแฟนแล้วช่วงต้นร้อนแรง ถึงขั้นแตกหัก แต่สุดท้ายช่วงปลายก็กลับมาคืนดีกัน คู่ที่อยู่ไกลจะได้เจอกันให้หายคิดถึง

ราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)  
       
หัวสมองโลดแล่น มีความคิดแปลกใหม่สร้างสรรค์ นำเสนอตลอดเวลา แถมยังได้โอกาสลองจากผู้ใหญ่ที่คอยสนับสนุน การงานก้าวหน้า มีการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ งานที่ ใช้ความคิดจะมีผลงานนำเสนอได้รับการยอมรับ หากใครเบื่องาน ลองหางานเสริมทำเพิ่ม หรือออกมาทำธุรกิจส่วนตัวที่ใจรักก็นับว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว ช่วงปลายมีดวงคนอุปถัมภ์ การเงินสภาพคล่องดี มีรายรับจากหลายช่องทาง รวมถึงมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ ช่วงกลางพอมีลาภฟลุก ๆ ทั้งจากข้าวของและเงินทอง “ไพ่ The Magician” ความรักมีเรื่องน่าตื่นเต้น เจอประสบการณ์แปลกใหม่อยู่เสมอ ทำให้คุณดูสดใสร่าเริงได้ตลอด คนโสดได้พบคนถูกใจ ส่วนคนมีคู่แล้วเสน่ห์แรง มีคนมาเสนอตัวเป็นกิ๊ก

ราศีเมถุน (14 มิ.ย.-14 ก.ค.)  
       
สิ่งที่ยากที่สุดคงเป็นเรื่องการตัดสินใจ “ไพ่ จัสติค” คุณต้องคอยเป็นคนกลาง คอยตัดสินเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ แถมช่วงนี้ยังมีด้านมืดมากกว่าด้านสว่างเสียด้วย การงานทำให้รู้สึกเบื่อ มีปัญหาจุกจิกทั้งกับคนและกับงาน พยายามอย่าออกปากออกเสียงมากจะกลายเป็นหัวโจกถูกเพ่งเล็งโดยไม่รู้ตัว ช่วงปลายมีดวงถูกย้าย ถูกเปลี่ยนงาน การเงินรั่วไหลอย่างรุนแรง หากคิดจะช่วยเหลือใคร ให้เก็บความคิดนั้นมาช่วยเหลือตัวเองให้รอดก่อนจะดีกว่า ช่วงนี้เสียเปรียบบ่อยครั้ง ความรักลังเล พออยากมีก็ดันไม่มีใครเข้ามา แต่พอถึงเวลามีก็ดันมีเข้ามาพร้อมกัน เกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง เรื่องรักสับสน คนมีแฟนแล้วมีเรื่องจุกจิกเพราะมีแฟนขี้น้อยใจ ให้เอาใจเขามาก ๆ

ราศีกรกฎ (15 ก.ค.-16 ส.ค.)  
       
รู้สึกอึดอัดใจ ช่วงนี้มักเจอกดดันจากคนรอบข้างตั้งแต่คนในบ้านไปจนถึงที่ทำงาน หาจุดยืนของตัวเองไม่เจอ การงานขาดอิสระ ทำอะไรนอกกรอบจะถูกเพ่งเล็ง ช่วงต้นอึดอัด แต่พอช่วงกลางจะดีขึ้น เพราะมีโอกาสได้ลุ้น ได้เริ่มต้นงานใหม่ อย่าเพิ่งคิดไกล เพราะช่วงนี้ยังหาความมั่นคงแน่นอนกับเรื่องงานยังไม่ได้ ขอให้ตั้งใจทำให้เต็มที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง “ไพ่ 4 เหรียญ” การเงินถึงขั้นต้อง  กระเบียดกระเสียร ใช้จ่ายอย่างประหยัด หากยังคิดไม่ได้ฟุ่มเฟือยอาจเป็นหนี้เป็นสิน เงินหมุนไม่ทันได้ ความรักมีเรื่องหึงหวง น้อยใจกันตลอด ช่วงนี้ทั้งคุณและคนรักอ่อนไหวง่ายกับเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง สำหรับคนโสดเป็นช่วงที่พบรัก พบเรื่องน่าประทับใจ

ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.)  
       

ความเชื่อมั่นที่เต็มเปี่ยม ไม่ชอบก้มหัวให้ใคร ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้ง มีศัตรูมากกว่ามิตร เห็นทีต้องปรับปรุงตัวเองเสียใหม่แล้ว “ไพ่ 5 คทา” การงานขาดความสามัคคี ต้องทำด้วยตัวเอง อย่าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่จะเป็นภัยแก่ตัว ช่วงปลายไม่ควรไว้วางใจใครให้ทำเรื่องสำคัญ อาจถูกหักหลัง หรือเดือดร้อนเพราะผู้อื่น ต้องเพิ่มความรอบคอบเป็นเท่าตัว การเงินเสียอย่างเดียว สิ่งที่คาดว่าจะได้กลับ หลุดมือ เจอแต่ความผิดหวัง ช่วงนี้อย่าหวังน้ำบ่อหน้า ให้คว้าสิ่งใกล้มือก่อนเป็นดีที่สุด ความรักมีปากเสียงกันตั้งแต่ต้นจนปลาย อยู่ห่างกันไว้เป็นดี เพราะหากเกิดความขัดแย้งกันบ่อย ๆ มีแนวโน้มของการเลิกราสูง ส่วนคนโสดลอยลำ แต่อย่าเผลอทำกำกวมกับใครจะถูกว่าเป็นมือที่สาม

ราศีกันย์ (17 ก.ย.-16 ต.ค.)  
       
มีฝันสิ่งใดต้องไปให้ถึง ช่วงนี้มีคนคอยเปิดทางต้องไขว่คว้าโอกาสไว้ให้ได้ ช่วงต้นไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ สับสนวุ่นวาย แต่สุดท้ายก็เข้าที่เข้าทาง การงานมีปัญหากับเรื่องเอกสาร ข้อตกลงอยู่เสมอ แต่ถ้าได้ผู้ช่วยหรือที่ปรึกษาที่ดีจะหมดห่วง ช่วงกลางลงมาเริ่มได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ มีการเริ่มต้นดี มีโอกาสก้าวหน้า ได้มีงานเสริมเพิ่ม การเงินช่วงต้นมีรายจ่ายเยอะ แต่ดวงดีมีโชคลาภเข้ามาทำให้เงินไม่ขาดมือ มีทั้งลาภที่เป็นตัวเงินและสิ่งของ จะได้ดีจากคำพูดของตัวเอง “ไพ่ 7 ถ้วย” ความรักทำให้โลกนี้ดูสวยงาม กำลังตกหลุมรักให้อย่างจัง มองดูเป็นสีชมพูทุกสิ่งอย่าง คนโสดมีแววได้ลงจากคาน ส่วนคนมีคู่แล้วหวานชื่น ช่วงกลางมีโครงการไปพักตากอากาศด้วยกัน

ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.)  
       
“ไพ่ 9 คทา” กำลังโซซัดโซเซ หาความมั่นคงไม่ได้ ช่วงนี้เจอปัญหาทั้งเรื่องงานและการเงิน แต่ถ้าสู้ไม่ถอยคุณจะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะ การงานหนักหนาสาหัส ที่ทำอยู่ก็เหนื่อยยากเต็มที ยังถูกเพิ่มงาน เพิ่มความรับผิดชอบ มีดวงถูกย้าย แต่ถ้าไม่ยึดติดต้องบอกว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้คุณก้าวหน้ามากขึ้น ช่วงปลายหากตั้งใจจริงจะเข้าตากรรมการ การ เงินขาดมือ มีเรื่องต้องจ่ายหลายอย่าง ยังดีที่ช่วงปลายมีรายได้เสริมทำให้พอถูพอไถเอาตัวรอดได้ แต่ต้องวางแผนรับมือกันให้ดี เรื่องคนหยิบยืมปฏิเสธให้หมด ความรักเจอพิษร้าย มือที่สามเข้าแทรก จิตใจหวั่นไหวง่าย คนรักไม่ทำดีด้วย มีแววที่นอกใจสูง คนโสดแอบสนใจใครให้กล้าแสดงออกจะสมหวัง

ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.)  
       
สับสนกับความคิดที่หลากหลาย ต้องหาที่ปรึกษาเพื่อให้ได้ข้อสรุป ช่วงกลางระวังเรื่องความขัดแย้ง อารมณ์ขึ้นลงไม่ปกติ การงานบทเจอเรื่องหนักก็หนักสุดขีด บทจะสบายก็แสนสบาย ช่วงกลางมีปัญหากับผู้ใหญ่ เอาความสามารถเข้าสู้ อย่าใช้คารมปะทะจะเป็น ภัยมาสู่ตัว ช่วงปลายวิกฤติร้ายจะกลายเป็นดี มีโอกาสได้แสดงฝีมือให้ผู้ใหญ่ได้เห็น “ไพ่ 7 เหรียญ” การเงินหมดไปกับการลงทุนเพื่อหวังผล มีการจับจ่ายในสิ่งที่อยากได้อยากมี หากให้ใครหยิบยืมจะเกิดปัญหาผิดใจกันได้  ความรักมีปากเสียงกันบ่อย เพราะคุณเองหงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีใครเข้าหน้าติด ช่วงปลายจึงพอถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้ คนโสดต้องให้เพื่อนฝูงช่วยผลักช่วยดันถึงมีโอกาสออกเรือน

ราศีธนู  (16 ธ.ค.-15 ม.ค.)  
       
“ไพ่ เดอะ ชาริออท” ต้องเต็มที่เต็มร้อยกับสิ่งที่ทำจะสมหวัง ช่วงนี้มีดวงพุ่งทะยานทั้งจากตัวเองและคนรอบข้างคอยช่วยหนุน การงานไปได้ไกล ยิ่งงานที่ทำกับครอบครัว ญาติมิตรจะออกดอกออกผล เข้าหาผู้ใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือจะได้รับความเอ็นดู ช่วงปลายหากอยากย้ายงาน เปลี่ยนงานจะมีโอกาส แต่จะต้องมีที่ปรึกษาที่ดีด้วย การเงินมีรายรับมากกว่ารายจ่าย ช่วงนี้ไปไหนมาไหนไม่ค่อยเสียเงิน มีคนคอยเลี้ยง คอยจ่ายให้เสมอ จะมีเสียบ้างในช่วงปลายเกี่ยวกับยานพาหนะ การเดินทาง ความรักจากที่อกหักรักคุด หรือผิดใจกันจะเข้าใจกันได้ มีคนเข้ามาดามหัวใจ คนโสดได้พบรัก ได้เจอคนถูกใจ แต่ต้องหาเรื่องออกนอกเส้นทางบ้าง.
 

สนับสนุนโดย

ธ.ค.
28

วันที่ 17 ตุลาคม 2552

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2552

(ต่อจากฉบับวันเสาร์ที่แล้ว)
   
อิทธิพลของ ศิลปะสมัยอู่ทอง ที่มีต่อ ศิลปะสมัยอยุธยา คงมีเพียงในช่วง อยุธยาตอน ต้น หลังจาก ราชวงศ์สุพรรณภูมิ สถาปนา อาณาจักรอยุธยา แล้ว โดยมี ขุนหลวงพะงั่ว หรือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ เป็นปฐมกษัตริย์ อิทธิพลของ ศิลปะอู่ทอง จึงคลายตัวลงเข้าสู่ยุค ศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลาง ที่สามารถจำแนกออกเป็นรูปแบบ ศิลปะสมัยอยุธยา ได้ดังนี้
   
ศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลาง ศิลปะในสมัยนี้อิทธิพลของศิลปะอู่ทองเริ่มคลายตัวลง จึงมีการรับเอาอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยเข้า   มาแทนที่ ซึ่งสามารถแบ่งแยกออกเป็นรูปแบบของศิลปะอยุธยาได้ดังนี้ ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ และ ศิลปะสมัยอยุธยา-สุโขทัย
   
ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ ศิลปะสมัยอยุธยาในสมัยนี้ก่อตัวขึ้นในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และไปสิ้นสุดลงในรัชสมัยของ สมเด็จพระมหินทราธิราช พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ เมื่อคราวเสียกรุงครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๑๑๒ ซึ่งศิลปะสมัยนี้ถือได้ว่าเป็นศิลปะสมัยอยุธยาที่มีเอกลักษณ์ที่เด่นชัดขึ้นมา โดยมูลเหตุของการก่อตัวของ ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ    ก็คือพระราชโอรสองค์โตของ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) ซึ่งก็คือ พระราเมศวร ได้รับการโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปครอง เมืองพิษณุโลกในฐานะ เมืองลูกหลวง เพื่อดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือระหว่าง พ.ศ. ๑๙๘๑- ๑๙๙๑ เป็นเวลานานถึง ๑๐ ปี จึงเสด็จกลับมาครอง กรุงศรีอยุธยา หลังจากสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตจนถึงปี พ.ศ. ๒๐๐๖ หรือ อีก ๑๕ ปีต่อมาจึงเสด็จกลับไปครองเมืองพิษณุโลกอีกครั้ง และได้สถาปนาเมืองพิษณุโลกเป็น เมืองหลวง เพื่อตั้งรับการแผ่ขยายพระราชอำนาจของ พระเจ้าติโลกราช แห่ง อาณาจักรล้านนา เป็นเวลาถึง ๒๕ ปี จึงเสด็จสวรรคตใน ปี พ.ศ. ๒๐๓๑
   
และในระหว่างทรงครองเมืองพิษณุโลกอยู่นั้น ศิลปะสุโขทัย ที่ปรากฏอยู่ในเมืองพิษณุโลก มากมายได้ซึมซับอยู่ในพระทัยของพระองค์รวม ถึง พระเชษฐาธิราช พระโอรสองค์โตก็ประสูติและเจริญพระชันษาในเมืองพิษณุโลก จึงดื่มด่ำและซึมซับศิลปะสมัยสุโขทัยเช่นกัน ยังผลให้อิทธิพลศิลปะสมัยสุโขทัยเข้ามาอยู่ในศิลปะอยุธยาทั้งงาน สถาปัตยกรรม ประติมากรรม วิจิตร ศิลป์ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้อิทธิพลของศิลปะสุโขทัยจึงดำรงคงอยู่กับศิลปะสมัยอยุธยา ที่สามารถจำแนก ออกเป็น ๒ รูปแบบคือ พระพุทธรูปทรงเครื่อง และ พระพุทธรูปแบบจีวรเรียบ
   
โดย พระพุทธรูปแบบทรงเครื่องใน ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ พระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยา มีการสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยรับอิทธิพลจาก เทวรูปทรงเครื่อง ในสมัยสุโขทัยที่มีความงดงามอลังการทั้งนี้ก็เพราะในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เข้าสู่ยุคอยุธยาตอนกลางที่มี ลัทธิสมมุติเทวราชา ซึ่งเป็นลัทธิที่รับอิทธิพลมาจาก ชนชาติขอม ที่มีความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์อวตารขององค์มหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและนำมาผนวกกับ พุทธประวัติของ พระพุทธเจ้า ที่ทรงเนรมิต  พระวรกายเป็นพระมหาจักรพรรดิทรงเครื่ององค์ใหญ่เสด็จไปโปรด พญาชมพูทวีป ที่มีความหลงในฐานะตนเอง ซึ่ง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงยึดเหตุการณ์ในพุทธประวัติดังกล่าวมาสร้าง พระพุทธรูปทรงเครื่อง เพื่อยืนยันและรับรองความศักดิ์สิทธิ์ของ ลัทธิสมมุติเทวราชา เป็นลัทธิที่มีความเข้มแข็งอลังการยิ่งขึ้น สำหรับ  พระพุทธรูปทรงเครื่องใน ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ นี้ก็สามารถจำแนกออกเป็น ๓ ยุคด้วยกันคือ
   
พระพุทธรูปทรงเครื่องยุคต้น มีอิทธิพล ของศิลปะสมัยสุโขทัยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ หากไม่พิจารณาให้ลึกซึ้งอาจทำให้เข้าใจผิดคิดได้ว่าเป็นศิลปะสมัยสุโขทัยตั้งแต่ ศิราภรณ์ (เครื่อง ประดับศีรษะ) ที่มีความเป็น ศิลปะสุโขทัย ส่วนใหญ่จะสร้างเป็นปางประทับยืนหรือปางเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
   
พระพุทธรูปทรงเครื่องยุคกลาง ในยุคนี้อิทธิพลของศิลปะสุโขทัยเริ่มคลายตัวลง รูปแบบของพระพุทธรูปจึงมีความแตกต่างจากพระพุทธรูปทรงเครื่องยุคต้น นิยมสร้างเป็นปางประทับนั่งนอกเหนือจากความนิยมเดิม ที่มีการสร้างพระพุทธรูปปางประทับยืน มีการนำเอาศิลปะขอมเข้ามาปะปนบ้างเล็กน้อย
   
พระพุทธรูปทรงเครื่องยุคปลาย มีการนำเอารูปแบบของศิลปะพระพุทธรูปทรงเครื่อง ยุคต้นกลับเข้ามาสร้างสรรค์มากขึ้น หลังจากที่เริ่มหมดแนวทางการสร้างสรรค์ตามแนวทางของยุคกลางต่อไป
   
สำหรับ พระพุทธรูปแบบจีวรเรียบ ใน ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ ก็คือการรับเอาอิทธิพลของ พระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัยหมวดพระพุทธชินราช สกุลช่างพิษณุโลก ที่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พระบิดา) และ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พระราชโอรส)  ทรงซึมซับมาจากการเสด็จไปครองและเจริญพระชันษาที่ เมืองพิษณุโลก ดังนั้นพระพุทธรูปแบบจีวรเรียบใน ศิลปะสมัยอยุธยา-สุพรรณภูมิ ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยจึงมีการสร้างขึ้นมาใน ๒ รัชกาลดังกล่าว เพราะอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยได้เข้ามาในศิลปะอยุธยาตั้งแต่ก่อน  รัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในเรื่องของศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้นที่แบ่งออกเป็น ศิลปะสมัยอยุธยา-อู่ทอง ยุคที่ ๑ และ ยุคที่ ๒ แต่ในสมัยดังกล่าวยัง  คงยึดเอา ศิลปะอู่ทอง เป็นหลักที่จำแนกออกเป็น ๓ ยุคดังนี้
   
พระพุทธรูปจีวรเรียบยุคต้น  เริ่มต้นตั้งแต่รัชกาล สมเด็จพระบรมไตร  โลกนาถ ที่ทรงมีพระทัยในความงดงาม ของ ศิลปะสุโขทัย และทรงพอพระทัยใน ศิลปะสุโขทัยหมวดสกุลช่างกำแพงเพชร ดังนั้นหากไม่พิจารณาให้ละเอียดอาจเข้าใจผิดได้   
   
พระพุทธรูปจีวรเรียบยุคกลาง การสร้างพระพุทธรูปในยุคนี้ถือว่าไม่ได้ลอกเลียนแบบพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มาทั้งหมด หากแต่ นำเอาเอกลักษณ์ของศิลปะยุคต่าง ๆ มาผสมหรือดัดแปลง  ให้เข้ากันหรือกลมกลืนกันเพราะมีการนำเอาความงดงามโดดเด่นของศิลปะสมัย สุโขทัย อู่ทอง เชียงแสน รวมถึง ล้านนา แบบเชียงใหม่ เข้ามาผสม แต่คงเป็นเพราะการสร้างสรรค์ศิลปะรูปแบบนี้เป็นเรื่องที่ยาก ในทางปฏิบัติจึงทำให้การสร้างสรรค์อยู่ในระยะเวลาสั้น ๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีจำนวนน้อยโดยไป โดดเด่นกับ ศิลปะขนมต้มอยุธยา ซึ่งก็คือการผสมระหว่าง ศิลปะอยุธยากับศิลปะเชียงแสนและสุโขทัย เข้าไว้ด้วยกันจึงไม่มีความหลากหลายของสกุลช่างดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง
(อ่านต่อฉบับหน้า)
   
ภาพประกอบจากหนังสือ มรดกแผ่นดิน.

"อดิศศวร"

สนับสนุนโดย

ธ.ค.
22