สตาร์ทรถ ก็สำคัญนะ : สตาร์ทรถ สตาร์ทรถยนต์ สตาร์ทเครื่องยนต์ รถ รถยนต์

Written by Wannakorn

ก่อนจะขับรถออกไปได้ ก็ต้องสตาร์ทรถกันก่อนใช่มั้ย อย่าคิดว่าเรื่องง่าย ๆ แค่นี้ไม่มีอะไรต้องใส่ใจ เพราะมีหลายเรื่องของการสตาร์ทรถที่จะช่วยรักษาสภาพรถของคุณให้ใช้งานได้ยาว นานขึ้น

• การสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรกในหน้าฝน และหน้าหนาว เครื่อง อาจติดยากสักหน่อย สำหรับรถที่ใช้โช้กมือ ควรดึงโช้กก่อน และก่อนสตาร์ทให้เหยียบคันเร่งแรง ๆ 2 – 4 ครั้ง แต่สำหรับรถยนต์ที่ใช้โช้กอัตโนมัติก็ให้สตาร์ทได้เลย

• เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว อย่าเร่งเครื่องแรง ๆ เพราะในการติดเครื่องครั้งแรก น้ำมันหล่อลื่นชิ้นส่วนทางตอนบนยังมีน้อย การสึกหรอจึงมีสูงอายุการใช้งานจึงสั้นลง

• ในกรณีจอดรถไว้ไม่ได้ใช้มาหลายวัน ก่อน จะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้เหยียบคันเร่งให้สุดแล้วปล่อยประมาณ 2-3 ครั้ง จะทำให้ส่วนผสมของไอดีหนาขึ้น แล้วจึงสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่ไม่ต้องเหยียบคันเร่ง เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วประมาณ 30 วินาที ให้ย้ำคันเร่ง 1-2 ครั้ง เพื่อให้เครื่องยนต์กลับมาสู่รอบเดินเบาปกติ ถ้าไฟอุณหภูมิดับหรือเข็มอุณหภูมิอยู่กึ่งกลาง แสดงว่าเครื่องสามารถออกรถได้

• ถ้าเครื่องยนต์ยังอุ่นอยู่ ให้ เหยียบคันเร่งเพียงครึ่งเดียวแล้วบิดกุญแจสตาร์ท แต่ถ้าเครื่องยนต์ยังร้อนอยู่แล้วสตาร์ทรถไม่ติดอาจเป็นเพราะน้ำมันท่วม ให้เหยียบคันเร่งจนสุดประมาณ 15-20 วินาที ขณะที่เหยียบคันเร่งสุด บิดกุญแจสตาร์ทประมาณ 20-30 วินาทีติดต่อกัน เพื่อกำจัดเชื้อเพลิงส่วนเกินที่เข้าไปในห้องเผาไหม้ แต่ถาเครื่องยนต์ยังไม่ติดอีก ให้รอสักครู่แล้วลองอีกที แต่อย่าย้ำคันเร่ง เพียงแค่เหยียบคันเร่งให้สุดค้างไว้ก็พอ

ม.ค.
14

ดูแลรักษารถอย่างไร ในช่วงปลายฝนต้นหนาว : ดูแลรักษารถ ดูแลรักษารถยนต์ ดูแลรถ ดูแลรถยนต์ ดูแลรักษารถหน้าฝน ดูแลรักษารถยนต์หน้าฝน

Written by Wannakorn

ดูแลรักษารถอย่างไร ในช่วงปลายฝนต้นหนาว

หลายคนอาจจะเรียกช่วงฤดูกาลแบบนี้ว่า “ปลายฝนต้นหนาว” เพราะเป็นช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนฤดูจากฝนเข้าสู่หนาว จึงทำให้มีฝนตกลงบ่อยมาก บางพื้นที่ตกเกือบทุกวัน แบบนี้ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ รู้สึกสดชื่นกับอากาศที่แจ่มใส แต่ลองสังเกตดูรถที่วิ่งอยู่ข้าง ๆ เรา หรือแม้แต่รถคุณเองก็ตาม ทำไมมันช่างแสนสกปรกมอมแมมอะไรอย่างนี้ ไม่ได้น่าดูเลย ไม่ใช่เพราะว่าไม่อยากล้างรถหรือไม่อยากทำความสะอาดรถ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ

แต่ที่ไม่ล้างนั้นเป็นเพราะว่าล้างรถทีไรฝนตกทุกที ก็เลยไม่รู้ว่าจะล้างไปทำไม ล้างเสร็จฝนตก รถเลอะเหมือนเดิม ตอนที่รถเลอะเทอะเต็มไปด้วยฝุ่น โคลนเกาะอยู่ทั่วทั้งคัน ฝนไม่ตก อดทนอดกลั้น ใจแข็ง ไม่ยอมล้างรถ ยิ่งเห็นฝนทำท่าจะตกแล้วด้วยแบบนี้คงต้องเอาไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยล้าง ฝนมันก็จะไม่ตกอย่างที่เราคิด

เมื่อต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราต้องทำในทันทีเลย คือคุณต้องขยันล้างรถเลอะเมื่อไหร่เป็นล้างเมื่่อนั้นเลอะอีกก็ต้องล้างอีก ล้างบ่อย ๆ การทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาสีของรถให้แวววาว สวยงามไปนาน ๆ บางคนอาจจะมองว่าไม่คุ้มกับค่าล้างรถ ไม่ได้บอกว่าให้ไปเข้า  CarCare ราคาแพง ๆ เอาแค่ล้างสีก็พอล้างมันที่เดียวกับแท็กซี่นั่นแหละ แค่ 30 บาท ล้างสีเช็ดทำความสะอาด แค่นั้นพอแล้ว ถึงแม้ว่าแชมพูล้างรถของแท๊กซี่มันดูไม่คู่ควรกับรถอย่างเรา แต่ยังไงก็ยังดีกว่าคราบสกปรกก็แล้วกัน นั่นคือสิ่งที่ควรต้องทำในช่วงฤดูแบบนี้

สำหรับใครก็ตามที่ไม่อยากเห็นรถสกปรก และพอหลังจากผ่านพ้นฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวไปเรียบร้อยแล้ว หมายความว่า ฝนเลิกตกแล้ว ทีนี้ก็ค่อยนำเอารถไปขัดเคลือบสี เพื่อเรียกความเงางามกลับมาดั่งเดิมแต่ถ้าที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้สนใจ อยากเลอะก็ให้มันเลอะไปหรือถ้าฝนมันจะตกก็เรื่องของมัน ก็ไม่ล้างรถซะอย่าง แค่นี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ในกรณีแบบนี้ถ้าสามารถทนได้ไม่ใส่ใจทำใจ ได้กับสีรถยนต์ที่เคยเงางาม กลับจะต้องมามัวหมองเพราะฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจ ถ้า เป็นแบบนี้กับรถใหม่ ๆ การขัดเคลือบสีเพื่อขัดเอาคราบสกปรกที่ฝังแน่นลงลึกไปในเนื้อสีให้ออกไป และเคลือบเงาทับอีกครั้ง นั้นยังพอไหว แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีรวมไปถึงเนื้อสีและเฉดด้วย ส่วนถ้าเป็นรถที่เก่าหน่อย ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ รับรองว่าไม่กี่ปีต้องทำสีใหม่แน่นอน

สาหตุก็เพราะว่าสีและความเงางาม จะถูกน้ำค้าง น้ำฝนที่เกาะสีรถอยู่นั้น เจาะลึกลงไปทำลายชั้นสี  และเนื้อสีรถของคุณอยู่ตลอดเวลา ทีละนิดทีละน้อย สาเหตุก็เพราะว่าหยดน้ำที่เกาะกับสีรถยนต์ของคุณมันทำ หน้าที่เปรียบเสมือนเลนส์ที่กำลังรับแสงแดดจากดวงอาทิตย์ กระทบกับหยดน้ำและค่อยเจาะลึกลงไปในเนื้อ และถ้าคุณปล่อยให้คราบน้ำฝนและน้ำค้างแห้งไปเองด้วยการจอดตากแดด นั่นเท่ากับว่าคุณกำลังทำลายสีรถของคุณไปเรื่อย ๆ ของแบบนี้แรกก็ไม่เป็นไร นิด ๆ หน่อย ๆ ความเงางามก็ยังคงอยู่ แต่พอนานไป ความเงางามนั้นจะค่อย ๆ ลดลง เหลือไว้แต่ความมัวหมองที่จะค่อย ๆ ปรากฎขึ้นมาแทนที่แล้วถ้าถึงตอนนั้น การขัดเคลือบสีด้วยยาที่สุดวิเศษก็ไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว

ถ้าคุณจำเป็นที่จะต้องจอดรถตากแดดบ่อย ๆ แล้วยังไม่มีเวลาเอารถไปล้าง ก็ไม่ต้องกังวลไป มันจะเลอะก็ปล่อยไปก่อน ปล่อยให้คราบฝุ่นโคลนมันเคลือบอยู่แบบนั้นไปก่อน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีพวกมือซน แอบไปเขียนข้อความ ฝากรักถึงใครต่อใครหรือฝากบอกไปยังรถคันข้าง อาทิ คนล้างไปเมืองนอก พรุ่งนี้จะล้างแล้ว เป็นต้น

ถ้ามีข้อความต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฎที่สีรถยนต์ ขอให้รีบเอารถไปล้างโดยด่วน ถึงว่าฝนกำลังจะตกลงมาอีกก็ตาม อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะว่าการปล่อยทิ่งไว้แบบนั้น สีของรถจะถูกแดดไม่เท่ากัน ตรงจุดที่ถูกฝากข้อความจะไม่มีฝุ่นโคลนมากรองแสงแดด เพราะฉะนั้น ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ สีจะด่าง เป็นรอย และข้อความนั้นก็จะปรากฎอยู่ตลอดไป และถ้าปล่อยไว้นานมาก ๆ การขัดเคลือบสีก็อาจจะไม่สามารถลบรอยเหล่านั้นลงได้ มาถึงตอนนี้ฝนเริ่มทิ้งช่วง อีกไม่นานคงฝนสุดท้ายคงจะมาถึง แล้วอย่าลืมเอารถคุณไปขัดเคลือบสี เพื่อให้รถคุณกลับมาสวยดังเดิมอีกครั้ง

ม.ค.
14

นิสสัน เอ็กซ์เทรล รถในเมืองพร้อมลุยทางไกล

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม 2553


เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ไปได้ไม่นาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ สู่ปลายทางที่อุทยานเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
   
ก่อนทำหน้าที่ขับนิสสัน เอ็กซ์เทรลใหม่ ได้เดินสำรวจโฉมของรถยนต์รุ่นนี้ใกล้ ๆ ในมุมส่วนตัวบอกตามตรงว่า รูปลักษณ์ของของรถยนต์รุ่นนี้ไม่เด่นสะดุดตา ในทางกลับกันแง่มุมของความเป็นนิสสัน เอ็กซ์เทรล ที่นำความเป็น 4 เหลี่ยมมาเล่นกับรูปทรงของรถยนต์กลับดูเป็นตัวตนของเอ็กซ์เทรล ชัดเจน โดยใช้แนวความคิดการออกแบบ เอ็กซ์ คอนสตรัคชัน ตามโครงสร้างพื้นฐานรูปทรงเรขาคณิตแบบ 4 เหลี่ยม
   
การออกแบบภายนอกที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเอ็กซ์เทรลใหม่ที่มีความต่างจากเอ็ก ซ์  เทรลรุ่นก่อน ก็คือ กันชนหน้าใหม่ที่ดูแข็งแกร่ง ล้อแม็กออกแนวสปอร์ตพร้อมโป่งล้อที่มีวัสดุป้องกันเป็นพิเศษ ไฟท้ายออกแบบใหม่ 3 มิติและสปอยเลอร์ใหม่
   
ภายในรถยนต์นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ดูเรียบง่าย ปุ่มการใช้งานต่าง ๆ ทั้งแอร์ เครื่องเล่นวิทยุใช้ง่าย ที่สำคัญมีช่องเก็บของด้านหน้า ที่วางแก้วน้ำอยู่หลายจุด ที่ชอบใจและคิดว่าน่าจะเป็นจุดเด่นของรถยนต์อเนก ประสงค์รุ่นนี้ คือ การออกแบบพื้นที่วางสัมภาระด้านหลังกว้างขึ้นกว่าเอ็กซ์เทรลรุ่นก่อน โดยมีความจุ 603 ลิตร ซ่อนความคิดสุดเก๋ ด้วยการสร้างพื้นที่เก็บของแบบลิ้นชักใส่ของด้านหลังที่สามารถเลื่อนเก็บได้ หากไม่มีความจำเป็นต้องการใช้ สามารถใช้พื้นที่เก็บของแบบไม่มีลิ้นชักได้ในแบบเรียบไร้ลิ้นชักได้
   
ว่าด้วยเครื่องยนต์ของนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ใหม่ MR20DE 4 สูบ 16 วาล์ว 136 แรงม้าที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 198 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะเอ็กซ์ทรอนิค ซีวีที พร้อมระบบแมนวล (เอ็ม โหมด) 6 สปีด ทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้นทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น นุ่มนวล ไม่ว่าการใช้ความเร็วในการเร่งแซง สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างที่ต้องการและตอบสนองการขับขี่ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเวลาออกต่างจังหวัด
   
นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่อาจไม่เด่น สะดุดตา แต่ในแง่ของการนำไปใช้งานจริง ๆ แล้วถือว่าเป็นรถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่ตอบสนองคนที่ต้องการมีรถคันเดียว และต้องการใช้เป็นพาหนะคู่ใจขับขี่ได้ทั้งในเมืองและลุยเที่ยวในต่างจังหวัด กับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวได้
   
สนนราคาหากเทียบกับรถยนต์ประเภทเดียวกันในตลาดรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ที่มาจาก แดนปลาดิบด้วยกัน เรียกว่าราคาที่เคาะไว้ 1.065 ล้านบาท คงจะเป็นหนึ่งปัจจัยที่พอจะช่วยดึงดูด ให้คนชอบรถยนต์อเนก ประสงค์หันมามองนิสสันเอ็กซ์เทรล ใหม่ได้บ้าง.

เดลินิวส์ยานยนต์

สนับสนุนโดย

ม.ค.
14

โตโยต้า โนอาห์ ของแพนเค้ก : โตโยต้า โตโยต้า โนอาห์ รถโตโยต้า แพนเค้ก แพนเค้ก เขมนิจ

Written by Wannakorn


ของ 'แพนเค้ก'

ทุกวินาทีของ “แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์” เจ้าแม่ภาพยนตร์โฆษณา ตัวจริงเสียงจริงคนนี้ล้วนแต่เป็นเงินเป็นทอง การเดินทางไปโน่นมานี่ต้องมีความคล่องตัวและสะดวกสบายสูงสุด พาหนะ ที่ใช้ในการเดินทางที่แพนเค้กเลือกเป็นเจ้าของ คือ รถโตโยต้า โนอาห์ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ DOCH 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 158 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติซีวีที ขับเคลื่อนล้อหน้า สีบรอนซ์เงิน ซึ่งใช้มาปีกว่าแล้ว

แพนเค้กบอกว่า ที่ได้รถคันนี้มาครอบครองเพราะมี  “หมี” นำทาง เนื่องจากช่วงนั้นไปถ่ายละครย่านถนนวิภาวดี เห็นโชว์รูม รถนำเข้าเทดดี้ ที่มีหมีตัวใหญ่อยู่ข้างหน้า จึงแวะเข้าไปดูและถูกใจรถคันนี้ ทั้งสี รูปลักษณ์ภายนอกและการออกแบบภายในที่สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ เมื่อเทียบกับค่าตัว 2.5 ล้านบาทถือว่ารับได้

โนอาห์เป็นรถตู้ขนาดพอดี ประตูเลื่อนสไลด์อย่างที่ชอบ ยิ่งเห็นภายในตัวรถก็ถูกใจมาก เพราะเบาะหลังพับเก็บและวางของได้ เรียกว่าจุมากมาย รถคันนี้จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 นอกจากอุปกรณ์แต่งตัวเสื้อผ้า หน้าผมที่จำเป็นต้องใช้ในกองถ่ายละคร ยังมีโต๊ะ เก้าอี้ โน้ตบุ๊ก และหนังสือเรียนระหว่างที่รอถ่ายละคร ก็สามารถหยิบสิ่งของที่ต้องการได้ดั่งใจนึกเหมือนอยู่บ้านยังไงอย่างงั้น

“ในแต่ละวันใช้ชีวิตอยู่ในรถเสียส่วนใหญ่ ต้องตระเวนเดินทางไปถ่ายละคร รถคันนี้ไปกับแพนเค้กทุกหนทุกแห่ง นั่นเป็นที่มาของหมีที่อยู่เกือบรอบคันรถ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปิดร้านเทดดี้ เฮ้าส์เป็นร้านขายตุ๊กตาหมีก็เลยใช้รถคันนี้เป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนที่เพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง”

อย่างไรก็ดีการใช้รถของแพนเค้กจะเลือกรถที่ช่วยตอบสนองความต้องการได้สูงสุดชนิดที่เรียกว่าคุ้มค่าจริง ๆ

สนับสนุนโดย

ธ.ค.
22

ซีตรอง ของ สมพงษ์ วรรณภิญโญ : ซีตรอง รถซีตรอง ซีตรอง ซี 6 สมพงษ์ วรรณภิญโญ ผู้บริหารทีวี ธันเดอร์

Written by Wannakorn


หนุ่มใหญ่นักธุรกิจบิ๊กบอสแห่ง ค่ายทีวี ธันเดอร์ “สมพงษ์ วรรณภิญโญ” ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และละครดังมากมาย เช่น สะบัดช่อ, โอโน่ โชว์ เป็นต้น ในแต่ละวันบอสสมพงษ์ต้องเดินทางบ่อย ๆ โดยอาศัยเจ้า 4 ล้อคันหรู ซีตรอง ซี 6 เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 215 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร ที่ 3,750 รอบ/นาที สีเปลือกมังคุด เป็นพาหนะคู่ใจ

คุณสมพงษ์ บอกว่า ถ้าเปรียบซีตรอง ซี 6 ก็เหมือนเสื้อผ้าถ้ารู้สึกใส่สบายก็ใช้บ่อย บางคนอาจคิดว่าเลือกซื้อรถด้วยค่านิยมว่าต้องใช้ยี่ห้อ    ดัง ๆ แต่ส่วนตัวขอเลือกรถที่ไม่เหมือนชาวบ้าน รวมทั้งเน้นความสะดวกสบายเป็นตัวตั้ง ส่วนราคากว่า 5 ล้านบาทถ้านำไปเทียบกับรถบางยี่ห้ออาจไม่ได้ความสะดวกสบายเท่า

“คิดว่ารถคันนี้เหมาะสมที่สุด ถ้าหากขับรถคันใหญ่เกินไปก็เหมือนคนขับรถ ทุกอย่างเลยมาลงตัวที่ซีตรอง ซี 6”

ส่วนอีกเหตุผลที่เลือกก็คือ ซีตรองมีดีตรงที่ยางแตกแต่รถยังสามารถขับต่อไปได้ แม้ว่าตั้งแต่ใช้รถคันแรกมา 4 ปียางรถก็ไม่เคยแตกเลยไม่มีโอกาสได้ทดสอบระบบสักที

“ตั้งแต่ซื้อมาไม่ได้ปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม เพราะรถสมบูรณ์ในตัว อีกอย่างคนรุ่นผมไม่นิยมแต่งรถกันแล้ว แค่วิ่งได้ในความเร็วที่ต้องการก็พอใจ ตั้งแต่ซื้อมาก็ขับไปเขาใหญ่ พัทยา ส่วนใหญ่ขับเองไม่ค่อยเร็วนัก ผมใช้รถนาน แต่ละคันใช้มากกว่า 5 ปีขึ้นไป อีกอย่างผมอยากรู้ว่าในช่วง 5 ปี ซีตรองเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง ที่รู้ ๆ ซี 6 สวยกว่า แพงกว่าซี 5 รุ่นเก่า แรงม้าก็มากกว่า นั่งแล้วทัศนวิสัยดี ผมไม่ชอบรถตัวถังหนามนเหมือนก้อนสบู่ ชอบรถที่มีห้องโดยสารที่ดูโล่ง ๆ รู้สึกไม่อึดอัด”

“รถเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายที่ใช้แล้วสะดวกสบาย ผมไปไหนมาไหนก็มีภรรยานั่งเสมอเรียกว่าขับรถดีกับครอบครัวอบอุ่นไปด้วยกันก็มีแต่ความสุข” อีกคำนิยามสั้น ๆ ที่ไม่ต้องแปลของประธานทีวี ธันเดอร์

สนับสนุนโดย

ธ.ค.
22

ยนตรกรรมใหม่ของเศรษฐี BMW 740 LI : BMW รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู รถ BMW

Written by Wannakorn


เชื่อไหมว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งของมหาเศรษฐีส่วนใหญ่คือ ต้องเป็นคนขายาว ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูรถยนต์สุดหรูที่ทำมาเพื่อมหาเศรษฐีโดยเฉพาะอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู 740 แอลไอ ค่าตัว 8.999 ล้านบาท สังเกตว่าเป็นรถที่มีช่วงความยาวฐานล้อมากกว่ารถทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้มหาเศรษฐีขายาวทั้งหลาย มีที่ว่างพอสำหรับการเหยียดแข้งเหยียดขาได้สบาย ๆ

สำหรับเรื่องความรวยนี้มันมีผลต่อความยาวของรถจริง ๆ เพราะเมื่อท่านมหาเศรษฐีเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นอภิมหาเศรษฐีขาก็มักจะยาวขึ้นด้วย ดังนั้นบีเอ็มดับเบิลยู จึงได้จัดการขยายความยาวของฐานล้อให้กับ 740 แอลไอ ตัวใหม่นี้ขึ้นไปอีก 8 ซม. เพื่อรองรับช่วงขาที่มีแนวโน้มว่าจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ ตามระดับความรวย ซึ่งทำให้ บีเอ็มดับเบิลยู 740 แอลไอ กลายเป็นรถระดับซูเปอร์ซาลูน ที่มีพื้นที่ด้านหลังกว้างขวางอลังการที่สุดในบรรดาคู่แข่งรุ่นเดียวกัน

แม้ว่าผลของการขยายฐานล้อให้ยาวขึ้น จะทำให้ความยาวรวมของ 740 แอลไอ เพิ่มขึ้นเป็น 5.212 ม. จนดูราวกับเป็นเรือไททานิกวิ่งบนบก แต่หลังจากได้ลองสวมวิญญาณเป็นคนขับรถ (หน้าตาดูยังไงก็ไม่ใช่เจ้าของแน่นอน) อภิมหาเศรษฐีอยู่ 4 วันเต็ม ๆ สิ่งที่ผมชอบสุด ๆ ก็คือ 740 แอลไอ เป็นรถเก๋งคันโตที่ควบคุมได้ง่ายมาก ๆ เนื่องจากรถรุ่นนี้ติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวทั้ง 4 ล้อ

ดังนั้นแม้จะเป็นทางขึ้นที่จอดรถอันคับแคบ แต่สามารถควบคุมรถรุ่นนี้ได้อย่างคล่องตัว แถมยังมีกล้องมองหลังเพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะถอย และกล้องที่กันชนหน้าทั้งสองข้างเพื่อช่วยดูเวลาเลี้ยวรถออกจากซอย

ในเรื่องของพละกำลัง ภายใต้กระโปรงหน้าของ 740 แอลไอ ถูกบรรจุไว้ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ ขนาด 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง ซึ่งมีเรี่ยวแรงเทียบเท่าฝูงม้า 326 ตัว และมีแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,500 รอบ/นาที และด้วยแรงบิดสูงสุดที่เรียกมาใช้ได้ทันใจตั้งแต่รอบต่ำ ๆ นี้เอง จึงทำให้รถรุ่นนี้เป็นรถที่มีอัตราเร่งดีเยี่ยมในทุกย่านความเร็ว โดยสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 6.0 วินาทีเท่านั้น ส่วนเรื่องอัตราการกินน้ำมันถ้าดูข้อมูลของโรงงานแล้วจะอยู่ที่ 10 กม./ลิตร แต่ตอนที่ผมลองขับทำได้แค่ 5-6 กม./ลิตร

ทางด้านความสะดวกสบายของท่านมหาเศรษฐีที่นั่งเอกเขนกอยู่ด้านหลังนั้น เพื่อให้สมกับนิยาม “สุดยอดอัครยนตรกรรมระดับผู้นำ” 740 แอลไอใหม่จึงได้รับการติดตั้งระบบทีวีและดีวีดีด้วยจอมอนิเตอร์ 1 จอ ขนาด 10.2 นิ้ว ในด้านหน้า และ 2 จอขนาด 9.2 นิ้ว ที่สามารถทำงานอิสระต่อกันสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และระบบเครื่องเสียงระบบเซอร์ราวด์ที่มีลำโพงถึง 16 ตัว ให้เสียงสมจริงเหมือนโรงภาพยนตร์ ซึ่งสามารถควบคุมผ่านระบบไอไดร์ฟใหม่ ที่ติดตั้งทั้งในด้านหน้าและด้านหลัง และเพื่อให้การเดินทางทั้งใกล้และไกล เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย และสะดวกสบาย ที่นั่งด้านหลังสามารถปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งมาพร้อมกับระบบนวดหลัง และระบบเป่าลมเย็น นอกจากนั้นระบบปรับอากาศยังเป็นระบบแยกโซน 4 โซนซึ่งสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับที่ผู้โดยสารแต่ละท่านต้องการ

สำหรับมหาเศรษฐีท่านไหนที่กำลังมองหา “สุดยอดอัครยนตรกรรม ระดับผู้นำ” ก็ต้องรีบตัดสินใจกันหน่อย เพราะสนนราคาค่าตัว 8.999 ล้านบาท ของ 740 แอลไอนี้ มีแค่ 40 คันเท่านั้น ส่วนใครตัดสินใจช้าปีหน้าฟ้าใหม่ราคาของ 740 แอลไอ จะขยับขึ้นไปเป็น 9.299 ล้านบาท


สนับสนุนโดย

ธ.ค.
18

แบตเตอรี่เพื่ออนาคต : แบตเตอรี่ แบตเตอรี่รถยนต์ การใช้แบตเตอรี่ แบตเตอรี่พลังงานไฟฟ้า

Written by Wannakorn


การพัฒนาแบตเตอรี่อย่างจริงจังกำลังจะช่วยให้เราก้าวพ้นขีดจำกัดของรถยนต์พลังไฟฟ้าที่เคยประสบอยู่ แม้ว่าปัจจุบันรถยนต์พลังไฟฟ้ายังไม่สามารถเอาชนะรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากการเผาไหม้น้ำมันได้ก็ตาม ซึ่งข้อเสียก็คือการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มใช้เวลานานกว่าการเติมน้ำมันลงไปในถัง รวมถึงระยะทางซึ่งรถไฟฟ้าไปได้น้อยกว่านั่นเอง

แต่ขีดจำกัดนี้คงไม่ใช่ตอนจบของเรื่อง เพราะแบตเตอรี่กำลังถูกพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อให้หลุดพ้นข้อจำกัดเหล่านี้

ช่วงระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา เราใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เรียกว่า เลด-แอสิด (Lead-acid) หรือ ตะกั่ว-กรด มาตลอด ซึ่งการพัฒนาได้มาถึงขีดสุดของมันแล้ว นักวิจัยจึงได้มองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้า ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวงการรถยนต์ซึ่งมีเป้าหมายที่หนักหนาสาหัส คือ ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อทดแทนให้ได้ “เท่ากับ” หรือ “มากกว่า” พลังงานที่ได้จากการเผาไหม้น้ำมัน

ลิเธียม-อิออน (Lithium-ion) คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบันที่เรากำลังใช้กันอยู่ อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซึ่งคุณสังเกตได้ถึงขนาดของแบตเตอรี่ที่เล็กลง แต่ให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บและให้พลังงานสูง แต่นักวิจัยก็กำลังพัฒนาแบตเตอรี่จากวัสดุอื่น ๆ อย่างเช่น ซิงค์-แอร์ (Zinc-air) หรือ ลิเธียม-โพลีเมอร์ (Lithium Polymer)

ผลการทดลองถึงคุณสมบัติการให้พลังงานซึ่งคิดเป็นจำนวนวัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม (Watt-Hours/Kg) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทำได้ดีที่สุดขณะนี้ ก็คือ ลิเธียม-โพลีเมอร์ ซึ่งทำได้สูงถึง 400 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ส่วนอันดับที่สองคือ ซิงค์-แอร์ อยู่ที่ 200 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ขณะที่แบตเตอรี่แบบนิเกิล-เมทัล-ไฮดรายด์ (Nickel-Metal-Hydride) ซึ่งปัจจุบันกำลังใช้กันอยู่ในรถยนต์ไฮบริด อยู่ที่ 80 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัมเท่านั้น

ข้อดีของลิเธียม-โพลีเมอร์ นอกจากจะให้พลังงานสูงที่สุดแล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องขนาด และการจัดเก็บ ซึ่งอยู่ในรูปแบบเป็นแพ็กทำให้ง่ายในการออกแบบรวมถึงการติดตั้ง ส่วนอัตราการสูญเสียพลังงานจากการคลายประจุอยู่ที่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนเท่านั้น

ค่ายฮุนได ประกาศตัวว่าจะเป็นผู้นำของรถยนต์ไฮบริด ในสหรัฐภายในปี ค.ศ. 2015 คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดนี้ ร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็ก ที่ใช้เทคโนโลยีการจ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเร็ค อินเจคชัน ซึ่งเราคงต้องคอยติดตามดูผลงานจากเกาหลี กันต่อไปว่าจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่หรือว่าค่ายไหนจะชิงเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ออกมาก่อน

สนับสนุนโดย

ธ.ค.
18

ที่สุด ของซูเปอร์คาร์ : รถยนต์ รถซูเปอร์คาร์ สุดยอดซูเปอร์คาร์

Written by Wannakorn


หน้ารถยนต์สัปดาห์นี้คุยกันเรื่องรถแรง ๆ วันนี้จึงขออาสารวบรวมสถิติ ที่สุดของ “ซูเปอร์คาร์” มาให้ผู้อ่านประดับความรู้กัน “ที่สุด” ที่ว่าประกอบด้วย ที่สุดของความเร็ว ที่สุดของพละกำลัง ที่สุดของอัตราเร่งและที่สุดของราคา

ที่สุดของความเร็ว ปี ค.ศ. 2009 เจ้าของตำแหน่งคือ เอสเอสซี อัลติเมท แอโร จากผู้ผลิตชื่อดัง เชลบี้ ซูเปอร์คาร์ส กับตัวเลขความเร็วสูงสุด 414.3 กม./ชม. ขณะที่ แมค ลาเรน เอฟวัน เจ้าของตำแหน่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1997 ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับ 9 เห็นได้ชัดเลยครับ ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของวงการ 4 ล้อโลก

ต่อมา ที่สุดของพละกำลัง เจ้าของตำแหน่งไม่ใช่ใคร แน่นอน เร็วสุด ก็ควรจะมีกำลังมากที่สุด เอสเอสซี อัลติเมท แอโร จึงได้ตำแหน่งนี้ไปครองอีกด้วยตัวเลขพละกำลัง 1,287 แรงม้า ทิ้งห่างอันดับ 2 โคนิเซจจ์ ซีซีเอ็กซ์อาร์ ถึง 269 แรงม้า

แล้วที่สุดของอัตราเร่งล่ะ ใครจะได้ไปครอง เจ้าของตำแหน่งนี้คือ คาปาโร ทีวัน จากผู้ผลิตชื่อ คาปาโร เช่นเดียวกับตัวรถ รถรุ่นนี้ออกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 แต่ยังคงครองตำแหน่ง ที่สุดของอัตราเร่งระยะ 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 2.5 วินาที เท่านั้น

ขณะที่ เอสเอสซี อัลติเมท แอโร คันเก่งเจ้าของ 2 ตำแหน่ง ทำได้ 2.78 วินาที เฉือนกันเพียง 0.28 วินาที เท่านั้น

สุดท้ายเจ้าของตำแหน่งที่สุดของราคา ก็คือ โคนิเซจจ์ ซีซี เอ็กซ์อาร์ ปี ค.ศ. 2008 กับราคาค่าตัว 2,370,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 80 กว่าล้านบาท ซึ่งราคาแพงกว่าอันดับที่ 2 เฟอร์รารี พี4/5 พินินฟารินา ถึง 370,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เป็นอันว่า บูกัตตี เวย์รอน 16.4 แกรนด์ สปอร์ต ได้เสียตำแหน่งที่สุดของความเร็วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับปีนี้ แต่เชื่อว่างานนี้ต้องมีการเอาคืนอย่างแน่นอน…คอนเฟิร์ม


สนับสนุนโดย

ธ.ค.
18