เหรียญหายากราคาสูง

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2553


ยึดอำนาจสำเร็จ ก็เรียกว่า “ปฏิวัติ”
   
ถ้าการยึดอำนาจล้มเหลว แพ้ก็เรียกว่า “กบฏ”
   
พฤติการณ์หรือการกระทำของทั้งสองเรื่องนี้ ใช้กำลังเข้าล้มล้างรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือนก็ตาม เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งสิ้น
   
คณะราษฎร์ ผู้เปลี่ยนแปลง การปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475
   
นับว่าเป็นการใช้กำลังเข้ายึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งแรกในยุคนี้
   
โดยล้มล้างระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช ซึ่งมีพระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้ปกครองประเทศ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
   
การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นนับเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของชาติไทย ที่มีการปกครองโดยพระมหากษัตริย์มานานนับร้อย ๆ ปี ได้จบสิ้นลง
   
ประชาชนธรรมดาทุกคนมีสิทธิที่จะบริหารประเทศเท่าเทียมกันทั้งสิ้น
   
ต่อมาก็มีการปฏิวัติหรือกบฏเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง
   
จนล่าสุดก็สมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าเข้ายึดอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
   
ความวุ่นวายจากการปฏิวัติครั้งล่าสุดนี้จึงเกิดขึ้นติดต่อกันเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน
   
แม้จะมีการเลือกตั้ง มีทั้งสภาผู้แทนและวุฒิสภา
   
แต่การช่วงชิงอำนาจ เพื่อปกครองประเทศก็ยังไม่ยุติลง
   
และดูเหมือนจะยิ่งบานปลายมากขึ้นเรื่อย ๆ
   
หลังการปฏิวัติรัฐประหารหรือกบฏจบสิ้นไปแล้ว ก็จะมีการออกกฎหมายให้ผู้ใช้กำลังเหล่านั้นพ้นผิด พ้นโทษ พ้นมลทิน เป็นไทแก่ตัว
   
พวกที่เป็นกบฏ มีอยู่ไม่น้อยที่ได้นิรโทษกรรม และกลับเข้ารับราชการ จนได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่งเป็น พล.ท., พล.อ. ก็มีให้พบเห็น
   
ผู้คิดกบฏ คิดปฏิวัติจึงไม่กลัวเพราะมีตัวอย่างว่าจะได้รับการอภัยโทษแน่นอน
   
เหตุนี้ เราคงจะเห็นประเทศไทยมีการปฏิวัติรัฐประหาร กบฏกันต่อไปอีก
   
ตราบใดที่อำนาจยังหอมหวล เป็นที่ต้องการของบุคคลเหล่านี้
   
วันนี้ได้นำเหรียญหายากสมัย ร.5 มาให้ชม
   
เหรียญบนขอบจักร เป็นเหรียญสมัย ร.5 พ.ศ. 2425 เรียกว่า “เหรียญที่ระลึก รัชกาลที่ 5 สัตพรรษมาลา” สมโภชกรุงเทพฯ 100 ปี ด้านหน้าเป็นพระรูป ร.1 ถึง ร.5 หันซ้าย ด้านหลังจารึกเป็นเนื้อเงิน จ.ศ. 1544 ขอบจักร ตั้งราคาไว้ 6 หมื่นบาท
   
เหรียญล่างเป็นเหรียญที่ระลึก ร.5 สมโภชกรุงเทพฯ 100 ปี ด้านหน้าเป็นรูปวัดพระแก้ว จ.ศ. 1244 เหรียญเงินสวยมากตั้งราคาไว้ถึง 2 แสนบาท
   
พบกันวันอาทิตย์หน้า.

สมเจตน์ วัฒนาธร

สนับสนุนโดย

ก.พ.
08

หนามพิษ

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2553

บ่งหนามไม่หมดเสี้ยน
จึ่งเสี้ยนฟื้นขึ้นกลัดหนอง
บ่มแผลพุพังพอง
จนเฟอะฟุ้ง คลุ้งคาวเหม็น
   
ผีเน่าจะเข้าโลง
ก็ปลุกผีขึ้นมาเป็น
ไม่เห็นก็มาเห็น
มหิทธิฤทธิ์แห่งหมอผี
   
จ้างผีให้โม่แป้ง
แกล้งกลับร้ายให้กลายดี
เงินตรามาตอกตี
ศีลธรรมให้ต่ำทรุด
   
คือทุนทรราช
ศัตรูหลักตัวล่าสุด
อารยธรรมความเป็นมนุษย์
ก็วินาศลงย่อยยับ
   
บ่งหนามยิ่งเจอหนาม
ล้วนหนามพิษติดหนึบหนับ
ยอกเนื้อจนเหลือนับ
อนิจจา...ประเทศไทย !

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สนับสนุนโดย

ก.พ.
08

ราชบุรีไชน่าทาวน์ 2010

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2553


เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันตรุษจีนอีกปีหนึ่งแล้ว
   
ปีนี้พิเศษกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะ วันตรุษจีน ของคนจีนตรงกับ วันแห่งความรัก ของฝรั่งด้วย
   
ก็ดีเหมือนกัน หนุ่มสาวที่กำลังรักกันจะได้ควงคู่กันไปฉลองตรุษจีนพร้อม ๆ กันได้เลย
   
เนื่องจากคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทยมีจำนวนมาก
   
ก็ด้วยเหตุนี้กระมัง พอถึงวันตรุษจีนทีไร หาของกินลำบากมาก เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่พากันปิดร้าน
   
แม้ร้านขายก๋วยเตี๋ยวผัดไทยก็ยังหยุดตรุษจีนเลย
   
เทศกาลตรุษจีนมีวันหลักอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
   
วันตรุษจีนก็คือวันปีใหม่ของจีน คนไทยเชื้อสายจีนทุกคนจึงพากันสร้างความสุขให้ตัวเองมากที่สุดที่จะมากได้
   
อยากกินอะไรก็กิน
   
อยากเที่ยวที่ไหนก็เที่ยว
   
มีตัวเลขออกมาน่ายินดีว่ามีเงินใช้จ่ายเฉพาะคนกรุงเทพฯ ในวันตรุษจีนปีนี้ถึง 1 หมื่น 9 พันล้านบาท เพราะมีอยู่ไม่น้อยที่ถือโอกาสหยุดวันตรุษจีนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ แสดงว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว
   
ขณะที่คนจีนจากประเทศอื่นไม่น้อยที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยช่วงวันหยุดตรุษจีน
   
เราไปเที่ยวบ้านเขา เขาก็มาเที่ยวบ้านเรา ก็ดีเหมือนกันถือเป็นการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน
   
ดีไม่ดี เราอาจได้กำไร เพราะเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากนั่นเอง อีกทั้งการจัดงานฉลองตรุษจีนในเมืองไทยก็ไม่แพ้ชาติอื่น
   
เมื่อพูดถึงงานตรุษจีนสำหรับปีนี้ ผมอยากแนะนำให้ไปเที่ยวที่จังหวัดราชบุรีดูบ้าง ซึ่งผมเองก็จะไปเที่ยวเพราะทราบข่าวมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่า
   
งานตรุษจีนของเมืองโอ่งมาแรงแซงโค้ง เข้าไปยืนอยู่ในระดับแนวหน้าของเมืองไทย ยังเป็นรองแค่เมืองนครสวรรค์ และถนนเยาวราช กลางกรุงเทพฯ เท่านั้น
   
ตรุษจีนที่นครสวรรค์และที่เยาวราชผมก็เคยไปเที่ยวมาแล้ว
   
ปีนี้จะไปเที่ยวที่ราชบุรีแทน ซึ่งจะมีงานระหว่างวันที่ 14-22 เดือนนี้ รวมเวลาถึง 9 วัน 9 คืน เต็ม
   
โดยตั้งชื่องานได้อย่างน่าสนใจว่า ราชบุรีไชน่าทาวน์ 2010
   
งานที่ว่า ไม่ได้ไปจัดที่ไหนแต่จัดให้มีขึ้นใจกลางเมือง เลยทีเดียว
   
ที่ผมรู้ก็เพราะได้รับรายละเอียดจากแผ่นพับที่มีผู้หวังดีส่งมาให้
   
ในแผ่นพับยังได้รู้ต่อว่า แม่งานครั้งนี้คือ พิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจาก สุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัด วันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไกรสร กลับทวี ท่องเที่ยวฯ จังหวัด พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ในจังหวัดเป็นอย่างดี
   
พูดง่าย ๆ ก็คือทุกคนร่วมมือร่วมใจกันจัดงานทั้งจังหวัด ซึ่งหมายถึงชาวเมืองราชบุรีด้วย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับงานนี้ เพราะในวันตรุษจีนเมื่อปีที่แล้วขายของดี โดยเฉพาะร้านอาหารขายดิบขายดีเป็นพิเศษ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ
   
ปกติงานตรุษจีนที่เมืองอื่นจะจัดบนบก แต่ที่เมืองโอ่งได้จัดงานทั้งบนบกและในน้ำ ทั้งนี้ก็เพราะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ นั่นเอง
   
การจัดงานที่น่าสนใจก็มี ขบวนแห่มังกร เชิดสิงโต การแสดงเอ็งกอ-พะบู๊ ที่ยิ่งใหญ่อลังการ และที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ
   
พิธีเปิดอันตระการตา ณ เวทีกลางแม่น้ำแม่กลอง
   
ปกติที่อื่น ๆ จะมีการเชิดสิงโตกันบนบก แต่ที่ราชบุรีจะมีการเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยที่ปักอยู่กลางน้ำ ซึ่งจัดให้มีการประกวดชิงแชมป์เอเชี่ยนเป็นครั้งแรกด้วย
   
การแข่งขันเชิดสิงโตกลางน้ำเมื่อปีที่แล้วมีคนสนใจกันมาก เพราะคนดูจะสนุกและตื่นเต้นตอนที่สิงโตพลาดท่าตกน้ำ แทนที่จะลุ้นให้ชนะ กลับลุ้นให้ตกน้ำ
   
บนเวทีจัดให้มีการแสดงจากมณฑล เสฉวน มณฑล มองโกเลีย ใน และประกวดตี๋น้อย หมวยน้อย ที่น่ารักด้วย
   
สำหรับคนที่ไม่ชอบดูการประกวดของเด็ก ประกวดผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวก็มี โดยจัดให้มีการประกวดมิสไชน่าทาวน์และมิสเตอร์ไชน่าทาวน์
   
การประกวดทั้งเด็กและหนุ่มสาวเมื่อปีที่แล้วมีผู้สนใจสมัครเข้าประกวดกันมาก คาดว่าปีนี้น่าจะมีผู้เข้าประกวดมากขึ้น เพราะเป็นการเปิดรับสมัครทั่วไป ซึ่งคงต้องคัดเลือกให้เหลือเพียงไม่ให้เกิน 50 คน
   
บริเวณงานกลางเมืองโอ่งผู้ไปเที่ยวจะพบกับบรรยากาศของประเทศจีน เพราะจะมีกำแพงเมืองจีนจำลองทำเหมือนจริงให้ชมด้วยเพียงแต่เป็นภาพวาด หากถ่ายรูป จะได้รูปเหมือนกับท่านได้ไปเที่ยวเมืองจีนมาจริง ๆ
   
นอกจากนี้ยังมีโรงเตี๊ยมย้อนยุคสมัยราชวงศ์จิ๋นมาให้ดูด้วย
   
งานทั่วไปก็มี การช่วยกันผัดหมี่มงคลแล้วแบ่งกันกินเพื่อเป็นสิริมงคล และ นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ แพลานบุญ ศาลเจ้าจำลอง
   
ชมการแสดงประกอบแสง สี เสียง และม่านน้ำดนตรี อีกทั้งยังจะได้สัมผัสกับย่านที่ชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ และยังได้จับจ่ายซื้อของบนถนนคนเดินริมน้ำ ซึ่งมีสินค้าหลากหลายให้ซื้อหา ยังมีอื่น ๆ อีกมากที่ทำให้ทุกคนสนุก ตื่นตาตื่นใจ เพราะแค่เข้าไปในเมืองก็จะพบกับประติมากรรมโคมไฟอันงดงามเต็มไปหมด
   
ฉะนั้น หากผู้ใดกำลังคิดอยู่ว่าวันหยุดตรุษจีนปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี โดยเฉพาะคนที่วางแผนจะไปต่างประเทศ
   
ผมขอแนะนำให้เปลี่ยนใจมาเที่ยวตรุษจีนที่เมืองไทยดีกว่า โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ เพราะอยู่ห่างจากราชบุรีแค่นั่งรถเพียงชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น
   
การไปเที่ยวงานตรุษจีนในเมืองไทยไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ถือเป็นการเที่ยวเพื่อชาติด้วยเพราะทำให้เงินไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ จะบอกให้.

ไมตรี ลิมปิชาติ

สนับสนุนโดย

ก.พ.
08

ประติมากรรม…ร่วมสมัย

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2553


ซอกแซกงานศิลป์กลับมาอีกครั้งมาพร้อมความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปวัฒนธรรมซึ่งสัปดาห์นี้ยังคงมีความหลากหลายในกิจกรรมมาบอกเล่า ประติมากรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งต่อเนื่องจากนี้ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2553 ผลงานทั้งหมดทั้งจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำ 42 ท่าน อาทิ ศ.ศิลป์ พีระศรี อ.เขียน ยิ้มศิริ รศ.เข็มรัตน์ กองสุข รศ.วิชัย สิทธิรัตน์ อ.ศราวุธ ดวงจำปา ฯลฯ แสดงเผยแพร่ให้ศึกษาชื่นชมในพื้นที่ศิลปะหอศิลป์กรุงไทย อาคารสาขาเยาวราช
   
ส่วนที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเผยแพร่ ผลงานศิลป์ปี 53 นิทรรศการศิลปกรรมผลงานคณาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่จัดแสดงภาพจิตรกรรมสีน้ำ สีน้ำมัน ภาพถ่าย สื่อผสมร่วมกันแสดงต่อเนื่องถึง 18 กุมภาพันธ์ 2553
   
ล่วงหน้าไปที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 25 กุมภาพันธ์ - 28 มีนาคม 2553 เตรียมแสดง นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยจากประเทศญี่ปุ่น ผ่านโตเกียว 0 องศา แสดงผลงานศิลปินญี่ปุ่นด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เน้นแนวความคิดร่วมสมัย ขณะที่บริเวณชั้น 7 ยังคงแสดง ศิลปะบนผนัง ให้ชมต่อเนื่องถึงสิ้นเดือน ส่วนพื้นที่นิทรรศการชั้น 3-5 แสดง ภาพสะท้อนเสียง ให้ชมถึง 14 กุมภาพันธ์ 2553
   
อีกความเคลื่อนไหวไปที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน จ.ลำพูน ซึ่งในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้เตรียมเผยแพร่ความรู้ทางมานุษยวิทยาสู่เยาวชน จัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจผลิตสารคดี สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.... สัปดาห์หน้ามีความเคลื่อนไหวที่ไหนอย่างไรกลับมาติดตามซอกแซกงานศิลป์กันได้ที่นี่ที่เดิม.

สนับสนุนโดย

ก.พ.
08

สวนหนังสือ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2553

สวนหนังสืออาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พบพ็อกเกต บุ๊กแนวธรรมะ-ปรัชญานำพาชีวิตมีสุข
   
เริ่มกันที่ 5 ผลงานใหม่ล่าสุดจาก สนพ. อมรินทร์ธรรมะ “เทวดา คน พระ หมู หมา กา ไก่ ในสวนโมกข์ฯ” บอกเล่าความเป็นมาตั้งแต่การก่อตั้งสวนโมกข์ บรรยายให้เห็นถึงความเงียบสงบของป่าที่ไม่มีใครเข้ามารบกวนสัตว์ต่าง ๆ ที่หลวงพ่อเลี้ยงไว้ รวมถึงสัตว์ที่เข้ามาขออยู่อาศัย จากปลายปากกาของ พจน์ ยังพลขันธ์ ผู้เคยบวชอยู่ที่สวนโมกข์และยังคงประทับใจในคำสอนของหลวงพ่อพุทธทาสมิรู้ลืม
   
“ถึงโสดาบันในชาตินี้” พบแนวทางปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุธรรมในปัจจุบัน บ่งชี้ถึงวิธีการเดินทางที่ลัดสั้นเพื่อมุ่งสู่จุดหมายของการปฏิบัติธรรมขั้นต้น คือ โสดาบัน หากใครเดินทางไปถึงแล้วก็เป็นอันว่า “ปิดประตูนรก” ไม่ต้องมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอีก เนื้อ หาภายในเล่มแบ่งเป็น 2 ภาค ประกอบด้วย ภาค 1 เปิดโลกโสดาบัน และภาค 2 ปิดอบายภูมิ
   
“รู้บุญชีวิตรุ่ง” หนังสือบอกเล่าประสบการณ์เรื่องบุญที่ไม่ต้องรอพิสูจน์ถึงชาติหน้า เรื่องจริงของ นายแพทย์อรรคเดช นนทะโชติ ที่แนะให้เห็นแนวทางการทำบุญที่ถูกต้อง เห็นความสำคัญของการทำบุญ และทำบุญอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด
   
ใคร ๆ ก็อยากมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่าถ้ายึดติด เมื่อไหร่ นั่นแหละทุกข์แสนทุกข์ “ความน่ากลัวของสิ่งที่เรียกว่า สุข” หนังสือธรรมะว่าด้วยกิเลส และโทษจากความสุข เรื่องจริงที่ผู้อ่านคาดไม่ถึง!
   
คือหนึ่งในหมวดหนังสือธรรมะอ่านง่ายได้ทั้งความรู้และความบันเทิง “ได้เวลาชำระจิตชำรุด” อ่านประสบการณ์ชีวิตของ “ปันยา” ที่กายป่วยด้วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก แต่ใจเห็นธรรมจากโรคร้ายนี้ เมื่อวันหนึ่งอาการรุนแรงจนลมหายใจติดขัด จึงมองเห็นความจริงของชีวิตที่ว่าลมหายใจและการสูดลมหายใจเข้าออกคือความสุขที่ยอดเยี่ยมของชีวิต
   
ต่อกันที่ 2 เล่มใหม่จาก สนพ.เลซี่ เดย์ “ธรรมะชื่นใจ” หนังสือธรรมอ่านสนุก เข้าใจง่าย รวมข้อคิดจากหลากหลายเรื่องราวหลากหลายมุมของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเงิน ความรัก ฯลฯ มาเป็นตัวอย่างเพื่อเตือนสติคนไทยให้ไม่ลืมรสพระธรรม เพราะไม่มีรสชาติใดจะเอร็ดอร่อยและสร้างความสุขได้เช่นนี้อีกแล้ว
   
“ต้มยำธรรมะ” งานเขียนอันดับแรกของ พระครูวินัยธรชาติ ที่ได้ร้อยเรียงเรื่องราวต่าง ๆ ที่พานพบมาทั้งด้วยสายตา และจินตนาการบวกกับเนื้อถ้อยธรรมะอันเป็นรสธรรมที่อยากส่งมอบให้ญาติโยมได้เสพทั้งการอ่าน และการคิดเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ชีวิต
   
“ธรรมสัญจรสู่มูลนิธิพุทธฉือจี้” รวมข้อเขียนที่ลงเป็นตอน ๆ ใน นิตยสารหมอชาวบ้าน รวมถึงบันทึกของผู้ร่วมเดินทาง ซึ่งปัจจุบันมูลนิธิพุทธฉือจี้ที่ไต้หวัน  ได้กลายเป็นแหล่งที่คนไทยคณะต่าง ๆ เดินทางไปแสวงบุญเพื่อสร้างจิตสำนึกใหม่ นำพาตนเองเดินทางสู่เส้นทางแห่งความดีงามกันเป็นจำนวนมาก   
   
“ปาฏิหาริย์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์” พบเรื่องราวความเป็นมาของพระพุทธรูปสำคัญที่มีผู้คนเคารพนับถือกันมาก ซึ่งบางองค์อาจมีเรื่องปาฏิหาริย์ที่คนในยุคนี้ยังไม่เคยทราบ ก็จะทำให้ทราบถึงความมหัศจรรย์เหล่านั้น รวมถึงองค์ใดที่ใครยังไม่เคยไปกราบไหว้ก็จะได้เห็นพุทธลักษณะของท่านจากรูปภาพก่อเกิดแรงบันดาลใจว่าจะต้องไปสักการะสักครั้ง เขียนโดย โรม บุนนาค สนพ.สยามบันทึก จัดพิมพ์
   
เมื่อรู้เท่าทัน ความตายนั้นก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป “เตรียมตัวตายแบบสบายอารมณ์” ผลงานน่าอ่านของ บีพลัส พับลิชชิ่ง นำเสนอให้เห็นถึงความไม่น่ากลัวของความตายในความหมายทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมและจัดการจิตใจในการเตรียม ตัวตายอย่างไรเพื่อให้ไปเกิดในสุคติภพ ซึ่งหากได้ทำความเข้าใจแล้ว ก็จะทำให้มีสติมากขึ้น สามารถวางแผนที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากความกลัวตายอีกต่อไป
   
“พุทธศาสนาไทยในอนาคต แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต” โดย พระไพศาล วิสาโล บอกเล่าข้อมูลและหลักฐานในเรื่องศาสนาพุทธของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมตั้งปัญหาและทางออกที่มีความสำคัญแก่พระพุทธศาสนาไทย สู่การอภิปรายถกเถียงอันนำมาซึ่งหนทางแก้วิกฤติอย่างแท้จริง จัดพิมพ์โดย สนพ.มูลนิธิโกมลคีมทอง
   
อยากทราบวิธีเปลี่ยนกรรมให้ชีวิตรวยทั้งฐานะ ความดี มีบารมีเปี่ยมล้น ต้องอ่าน “เปลี่ยนกรรมทำแล้วรวย” เปิดเผยพุทธวิธีที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามเกิดความร่ำรวยทั้งวัตถุ บุญกุศล อาทิ เปลี่ยนกรรมเสริมบารมี เปลี่ยนกรรมให้พ้นจากเจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ รวมไปถึงสุดยอดมหาคาถาบูชาพระพุทธเจ้าเพื่อความเป็นสิริ มงคลในชีวิต จัดพิมพ์โดย สนพ. Think Beyond
   
“ชินวร ปูชนียมงคล” ประมวลเรื่องราวของวัตถุมงคลที่ระลึกซึ่งสร้างขึ้นในสมัยของสมเด็จพระสังฆราช เจ้า วัดราชบพิธ เนื่องในวาระ 150 ปี กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ครบถ้วนสมบูรณ์และเพียบพร้อมด้วยภาพอันทรงคุณค่า ผู้สนใจติดต่อสั่งซื้อได้ที่ โทร.0-2221-1888
   
ปิดท้ายที่ “คมความคิด” ผลงานของ สนพ.บ้านของเรา รวมบทความและข้อคิดสั้น ๆ จากรายการคติธรรมรับอรุณทางช่อง 9 อ่านง่ายให้แง่คิดดี ๆ ในการใช้ชีวิตที่ควรค่าแก่การจดจำและสะสม เหมาะสำหรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย อ่านวันละเรื่อง เพื่อ เตือนใจ อยากมีเก็บไว้เป็นเจ้าของหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ ทั่วไป.

แก้วกล้า

สนับสนุนโดย

ก.พ.
08

3 เหรียญเกือบ 6 แสน

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553


กรณีโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยังคงยืดเยื้อไม่จบสิ้นโดยเร็วแน่นอน
   
ญี่ปุ่นมหามิตรของไทยถึงกับออกมาโวยวายว่า ถ้าหากรัฐบาลไม่แก้ไขเกี่ยวกับคำสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว ระหว่างพิจารณาคดีของศาลปกครองโดยเร็ว
   
โรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นคงจะไม่มาลงทุนในไทยและคงย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น
   
ซึ่งแน่นอนมีหลายประเทศอ้าแขนรับการลงทุนของ   ญี่ปุ่น เช่น เวียดนาม เป็นต้น
   
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง อนาคตอุตสาหกรรมของไทยคงเสียหายไม่น้อย เพราะญี่ปุ่นลงทุนในไทยมากมาย มหาศาล มานานหลายสิบปีแล้ว
   
ถ้าตัดขาดญาติมิตรกับไทย ผู้เสียหายคือประเทศ ไทยและคนไทย
   
รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดโดยเร็ว โดยด่วน และทันที
   
แม้จะต้องจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแก้ไขให้จบก็ต้องยอมทำ
   
เมื่อมีการสร้างโครงการใหญ่ ๆ รัฐบาลต้องลงทุนแก้ไขระยะยาวให้จบสิ้นไปเลย ไม่ต้องติดตามแก้ไขในอนาคต
   
รัฐบาลจีน ก่อนสร้าง เขื่อนสามผา ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกั้นแม่น้ำแยงซีเกียงนั้น
   
ได้มีการจ่ายเงินมหาศาลแก่ผู้ที่ถูกน้ำท่วมมากมาย
   
อพยพไปอยู่ที่ใหม่ สร้างที่อยู่อาศัยให้ มีอาชีพให้ทำ มีรายได้เลี้ยงชีพดีกว่าเดิม
   
ประชาชนก็พอใจ ไม่คัดค้านในเวลาต่อมา อาจมีการคัดค้านบ้างในครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไปชี้แจงทำความเข้าใจกันได้
   
ทำไมรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จึงไม่มีแนวคิดเช่นนี้บ้าง
   
คิดได้แต่เพียงนำเงินภาษีของประชาชนหรือเงินกู้ไปชดใช้ยกเลิกหวยออนไลน์ นับพัน นับหมื่นล้านบาท
   
ถ้าหากจะคิดจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้เดือดร้อนจากมลพิษ จากโรง งานมาบตาพุดทุกคนคงไม่คัดค้าน
   
จ่ายเงินให้จนพอใจ ผู้เสียหายเหมือนเช่นประชาชนเดือดร้อนจากเสียงเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ย่อมทำได้
   
จ่ายเงินให้ผู้เดือดร้อนพอใจแล้วไปสร้างแฟลตที่อยู่ใหม่จัดสร้างโรงเรียนสาธารณูปโภคให้บริบูรณ์เรียบร้อยสวยงาม
   
คิดให้รอบคอบหาทางออกที่ดีที่สุดแก่ทุกคน
   
ผลก็จะจบลงโดย วิน...วิน ทุกฝ่าย
   
ปัญหาระยะยาวก็จะไม่ติดตามมาอีก
   
ฝากไว้ให้คิด แต่จะทำหรือไม่ก็แล้วแต่ “หล่อหลักลอย”
   
วันนี้ได้นำเหรียญทองคำ 3 เหรียญมาให้ชม
   
จากซ้าย เหรียญทองคำ ร.4 ราคา 4 บาท เรียกว่า เหรียญ “ทศ” น้ำหนัก 6.78 กรัม สวยงามมาก ขายไปในราคา 135,000 บาท
   
เหรียญกลาง เหรียญทองคำ ร.4 ราคา 2  บาท น้ำหนัก 2.1 กรัม เรียกว่า เหรียญ “พัดดึงส” มีผู้ประมูลไปในราคา 210,000 บาท
   
เหรียญขวาสุด เหรียญทองคำ ร.5 ราคาเฟื้อง ตราพระรูป ตราแผ่นดิน ตั้งราคาไว้ 1 แสนบาท
   
พบกันอาทิตย์หน้า.

สมเจตน์ วัฒนาธร

สนับสนุนโดย

ก.พ.
02

ตนพึ่งตน

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553

อย่าหวังพึ่งอิทธิปาฏิหาริย์

อย่าหวังพึ่งเหล่ามารพวกพาลผี

อย่าหวังพึ่งเทวดาบูชาพลี

อย่าหวังพึ่งฤทธีแม้มีจริง

อย่าหวังพึ่งผู้อื่นตื่นศรัทธา

อย่าหวังพึ่งเงินตราผีบ้าสิง

อย่าหวังพึ่งผู้ซึ่งให้พึ่งพิง

อย่าหวังพึ่งแต่สิ่งภายนอกตัว

จงหวังพึ่งความรู้จากผู้รู้

จงหวังพึ่งเป็นอยู่รู้ดีชั่ว

จงหวังพึ่งตัวเองไม่เกรงกลัว

จงหวังพึ่งดอกบัวในหัวใจ

จงหวังพึ่งการกระทำรู้นำตน

จงหวังพึ่งการฝึกฝนพึ่งตนได้

จงหวังพึ่งธรรมาธิปไตย

จงหวังพึ่งความไม่ประมาทตน

อย่าถือเทพเทวามานำธรรม

แต่จงถือหลักกรรมนำเหตุผล

ไม่ประมาทพัฒนาปัญญายล

จึงนับว่าเป็นคนพึ่งตนจริงฯ.

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สนับสนุนโดย

ก.พ.
02

เสือ

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553


ผมไม่ทราบว่า เสือในโลกนี้มีกี่ชนิด แต่เท่าที่ผมรู้จักมีดังนี้
   
เสือลายพาดกลอน เสือดาว เสือดำ เสือปลา หรือที่ไม่เกี่ยวกับเสือก็มี เช่น เสือหมอบ เสือนอนกิน เสือภูเขา เสือลำบาก ฯลฯ
   
สำหรับอาทิตย์นี้ ผมจะเขียนเฉพาะเสือลายพาดกลอนเพียงชนิดเดียว
   
หลายปีมาแล้ว (จำไม่ได้ว่าปีไหน) ผมได้เข้าไปนอนในป่าแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดอุทัยธานี
   
เหตุที่ต้องเข้าป่าครั้งนั้นก็เพราะได้รับเชิญจากบริษัทไม้อัดไทยให้ไปชมสวนป่าที่บริษัทได้ปลูกไว้
   
การเดินทางจากตัวจังหวัดไปยังสวนป่าที่ว่าค่อนข้างลำบาก เพราะเป็นถนนที่คนปลูกป่าตัดขึ้นมาเองแบบง่าย ๆ แค่ให้รถแล่นได้ ผิวถนนจึงไม่มีทั้งคอนกรีตและยางมะตอย มีแต่ดินเดิม เวลารถแล่นจะมีฝุ่นไล่ตามหลัง
   
นั่งรถเข้าป่าใช้เวลาประมาณสักสองชั่วโมงเห็นจะได้
   
ยังดีที่ไม่ต้องกางเต็นท์นอนเพราะมีบ้านพักแบบใต้ถุนสูงให้พัก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านพักและที่ทำการของพนักงานดูแลป่า
   
ตอนไปถึงบ้านพัก ก็ไม่มีปัญหาอะไร กลับรู้สึกสบายเพราะอากาศในป่าไม่ร้อน อีกทั้งยังมีลำธารน้ำใสไหลผ่านด้วย
   
ทว่า พอตกกลางคืน บริเวณทั่วไปจะมืดสนิท มีแสงสว่างเฉพาะที่เรือนครัวซึ่งเรากำลังกินอาหารกันเท่านั้น บ้านพักก็ยังอยู่ในความมืด เพราะต้องรอให้เราไปเปิดไฟตอนเข้านอน
   
ขณะกินอาหาร พนักงานดูแลรักษาป่าคนหนึ่งเล่าให้ ฟังว่า
   
ที่ป่าแห่งนี้มีเสือลายพาดกลอนอาศัยอยู่หลายตัว มีอยู่คืนหนึ่ง มันเข้ามาคาบหมาไปกินที่ใกล้กับเรือนครัวนี้แหละ
   
คนงานปลูกป่าเคยเห็นรอยของเสือลากวัวเข้าไปกินในป่า ซึ่งเป็นวัวที่ชาวบ้านปล่อยทิ้งไว้ให้มันหาหญ้ากินเอง
   
ปกติ เวลาเข้าป่า ผมเป็นคนกลัวงู แต่สำหรับเข้าป่าครั้งนั้น ผมต้องกลัวเสือเพิ่มขึ้นอีกอย่างเพราะถ้าเสือเห็นผมมันคงอยากกิน
   
ฉะนั้น พอกินอาหารกันเสร็จประมาณ 3 ทุ่ม ขณะเดินทางไปยังบ้านพัก ผมจึงขอให้พนักงานคนหนึ่งช่วยเดินไปส่งพวกเรา ทั้ง ๆ ที่ถ้าเสือมา ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะทุกคนมือเปล่า
       
คืนนั้น แม้นอนอยู่ในห้องก็จริง แต่ได้บรรยากาศของป่า เพราะได้ยินเสียงลมและสัตว์ป่าร้องมาจากป่าเป็นครั้งคราว ฟังไม่ออกว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ที่พอฟังออกก็เห็นจะเป็นประเภทนก
   
เสียงป่าดังเข้า   หูค่อนข้างชัดเจน เพราะเปิดหน้าต่างนอน เสียงป่าจึงผ่านมุ้งลวดเข้ามาได้
   
โชคดีที่ผมไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียว แต่มีเพื่อนร่วมห้องอีกสามคน ทำให้อบอุ่นและความกลัวป่าหายไปบ้าง แต่ก็มีปัญหาจนได้
   
ที่ว่ามีปัญหาก็เพราะห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง นอนกลางคืนเวลาปวดฉี่จะต้องลงไปชั้นล่างที่เป็นใต้ถุนเปิดโล่ง
   
คนอื่นไม่รู้ แต่สำหรับผม คืนนั้นตอนลงไปใช้ห้องน้ำชั้นล่าง ผมได้ปลุกเพื่อนคนหนึ่งลงไปเป็นเพื่อนด้วย เพราะผมไม่ได้กลัวเสืออย่างเดียว กลัวผีด้วย
   
รุ่งเช้า พบกับอากาศเย็นสบาย ได้ยินเสียงน้ำในลำธารไหลผสมกับเสียงลมที่พัดกระทบต้นไม้ และเสียงนกร้อง เป็นเสียงดนตรีธรรมชาติที่ถ้าไม่ได้เข้ามาอยู่ในป่าหาฟังยาก
   
ทว่า ตอนเดินไปกินอาหารเช้า พนักงานคนหนึ่งชี้ที่พื้นให้เราเห็นรอยตีนเสือ ซึ่งคล้าย ๆ รอยตีนหมาแต่มีขนาดใหญ่กว่า
   
“รอยยังใหม่” คนชี้พูดด้วยสีหน้าปกติ ขณะที่ผมหน้าซีดเพราะอดนึกถึงเมื่อคืนตอนลงไปเข้าห้องน้ำไม่ได้
   
ถูกแล้ว ถ้าเสือเดินมาเห็น ขณะที่ผมกำลังเข้าห้องน้ำ ไม่ผมก็เพื่อนจะต้องถูกเสือคาบไปกิน แต่ถ้าเสือฉลาดน่าจะเลือกผมเป็นอาหารมากกว่า เพราะผมเป็นคนอ้วน เนื้อมาก คาบผมไปกินจะกินได้หลายวัน
   
ที่ผมเขียนเรื่องเสือวันนี้ก็เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้ ทราบข่าวว่าเมืองไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเรื่องเสือระหว่างประเทศ ซึ่งมีอยู่สิบกว่าประเทศ
   
สาระสำคัญคือเป็นห่วงว่าเสือลายพาดกลอนจะสูญพันธุ์ไปจากโลก เพราะแต่ละประเทศกำลังมีเสือชนิดนี้น้อยลงเรื่อย ๆ ทั้งนี้ก็เพราะเสือถูกมนุษย์ล่าไปกินเป็นอาหารและนำหนังไปทำเครื่องประดับ
   
ประชุมกันเพื่อหาแนวทางช่วยชีวิตเสือเพื่อให้มีเสืออยู่ในป่าจำนวนมากขึ้น
   
สำหรับเรื่องนี้ใครจะว่าอย่างไร และคิดจะทำอย่างไรก็เชิญตามสบาย
   
แต่ในส่วนตัวของผม ผมมีความเห็นว่า ไม่สมควรให้มีเสืออยู่ในป่ามากเกินไป โดยเฉพาะเสือลายพาดกลอน
   
เหตุผลก็เพราะว่าเสือจะกินสัตว์ที่ตัวเล็กกว่าเป็นอาหาร
   
ฉะนั้น เสืออยู่ในป่ามากเท่าใด สัตว์ป่าก็จะลดน้อยลงมากเท่านั้น เพราะจะถูกเสือจับกิน โดยเฉพาะกวางซึ่งเป็นอาหารอันโอชะของเสือ
   
อีกทั้งป่าแห่งใดที่มีเสือชุกชุมก็จะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวด้วย
   
เพราะคงไม่มีใครอยากเข้าไปเดินป่าหรือนอนในป่าให้เสี่ยงต่อการถูกเสือคาบไปกิน จริงไหมครับ.

ไมตรี ลิมปิชาติ

สนับสนุนโดย

ก.พ.
02

‘ผักบุ้ง’ ดาวรุ่งนวนิยายโรแมนติก

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553

พบกันตามนัดกับคอลัมน์ “นักเขียนในดวงใจ” นำพาไปรู้จักประวัติชีวิตก่อนและหลังการก้าวเข้าสู่เส้นทางวรรณกรรมของนักเขียนคนดังทั้งใหม่และเก่า ประเดิมคนแรกของปี พ.ศ. 2553 กับน้องนุชสุดท้องจากนวนิยาย  ซีรีส์ดัง “นิยายรักสามฤดู” เธอคือ พรทิวา หอมชู เจ้าของผลงาน “วสันต์รัญจวน” และอีกมากมายหลายเล่ม รวมถึงเล่มล่าสุด “ดาวใต้น้ำ”
   
พรทิวา หอมชู หรือที่แฟน ๆ รู้จักกันดีในนามปากกา “ผักบุ้ง” จบการศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เอกการสอนภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเป็นนิสิตฝึกสอนปีสุดท้ายอยู่ที่โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใน    จังหวัดชลบุรี
   
แรกเริ่มเดิมทีก่อนหันมาเอา  ดีด้านการเขียนนวนิยาย จนปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว นักเขียนคนเก่ง เล่าว่า อาจเป็นเพราะได้เพื่อน ๆ มีส่วนช่วยสนับสนุน เมื่อก่อนสมัยเรียนอยู่มัธยมต้น เป็นคนชอบเขียนนวนิยายเล่น ๆ ลงในสมุด ตอนหลังเอาไปให้เพื่อนสนิทอ่าน เพื่อนบอกว่าสนุกดีก็เลยเอาไปกระจายอ่านกันเกือบทั้งห้อง พอเห็นว่าเพื่อน ๆ ชอบกันก็เลยลองเอามาลงในเว็บไซต์เด็กดีดอทคอม จนพี่โป่ง บรรณาธิการ สนพ.สถาพรบุ๊คส์มาเจอเข้า จึงติดต่อมา ทำให้ได้มีผลงานเขียนเล่มแรกเป็นของตัวเอง
   
“ดีใจมากค่ะที่งานเขียนของเราได้ตีพิมพ์ เหมือนฝันเป็นจริง และนับตั้งแต่นั้นมาผักบุ้งก็เขียนงานส่งให้กับสถาพรบุ๊คส์ตลอด จวบจนวันนี้มีผลงานที่ตีพิมพ์แล้วประมาณ 14 เล่ม เรื่องแรกคือ   “มาเฟียที่รัก” ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2005 ตามมาด้วย มาเฟียที่รัก ภาค 2, รักแสบใสของคุณชาย (นาย) กระจอก, ร้ายนักรักไม่รักช่วยบอกหน่อย เล่ม 1-3, ต่างฟ้าทะเลฝัน, เล่ห์รักมาเฟีย, สาวสิบแปดมงกุฎสุดที่รัก ซึ่งจะออกแนววัยรุ่น พอมาระยะหลังจะเป็นนวนิยาย แนวโตขึ้นหน่อย จัดพิมพ์กับ สนพ.ซูการ์   บีท (เครือสถาพรบุ๊คส์) เช่นกัน ได้แก่เรื่อง ร้อยกลรัก, ภพรักเชลยเถื่อน, เชลยแค้นแสนรัก, วสันต์รัญจวน จนมาถึง ดาวใต้น้ำ”
   
สำหรับแนวการเขียนนวนิยายแต่ละเรื่อง ผักบุ้งเล่าว่า ส่วนใหญ่ชอบเขียนแนวโรแมนติก ดราม่า แต่ไม่ถึงกับเครียดเสียทีเดียว มักจะเป็นนิยายรักที่สอดแทรกแง่มุมแง่คิดต่าง ๆ ผ่านตัวละคร มีอารมณ์หวาน ๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ อารมณ์ซึ้ง เพราะผักบุ้งเป็นคนชอบอ่านนิยายซึ้ง ๆ ดูละครซึ้ง ๆ ถ้าหากเรื่องไหนดูแล้วตัวเองเสียน้ำตาได้จะชอบมาก ๆ ดังนั้นเวลาเขียนนิยายจึงชอบเขียนให้ซึ้ง ๆ สลับกับความหวานที่ไม่หวานจนเลี่ยน แต่พอได้อ่านไปยิ้มไป 
   
ส่วนพล็อตเรื่องแต่ละเรื่องส่วนใหญ่ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบ ๆ ตัวบางทีก็มาจากเพลง จากการไปเที่ยว จากสิ่งที่เราเห็น ถ้าหากปิ๊งขึ้นมา ก็จะได้พล็อตนิยายมาเขียน บางทีก็ได้ตอนต้นเรื่องมา บางทีก็ได้มาเป็นฉาก ๆ แล้วแต่ว่าจะได้แบบไหน แต่ทุกอย่างเป็นแรงบันดาลใจได้หมดเลย สำหรับผลงานเรื่อง “วสันต์รัญจวน” เป็นเรื่องเกี่ยวกับคู่ปรับสมัยเด็กที่จำเป็นต้อง  มาแต่งงานกัน ซึ่งความจริงแล้วนางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่พระเอกชอบล้อว่า “ยายหมูอ้วน” จึงทำให้เธอโกรธ และพยายามหาทางเอาชนะ จะเป็นประมาณอารมณ์คู่รักคู่กัด พ่อแง่แม่งอน อ่านสบาย ไม่เครียดค่ะ
   
ทิ้งท้ายช่วงเวลาดี ๆ สำหรับแฟน ๆ ที่กำลังกังวลใจอยู่ว่า หลังจากเรียนจบแล้วหากผักบุ้งได้งานทำตรงตามที่เรียนจะยังคงมีเวลาให้กับงานเขียนหรือไม่ งานนี้สบายใจได้ เพราะเธอให้คำมั่นเสียงดังฟังชัดผ่านคอลัมน์ฯ มาแล้วว่า แม้จะเรียนจบ หรือมีโอกาสได้เป็นครูตามวิชาชีพที่เรียน แต่ก็ยังคงเขียนงานต่อไป เพราะเป็นงานที่รักมาก
       
“อนาคตยังไม่คิดไว้เลยค่ะว่า หลังเรียนจบจะทำอะไร ยังคงชอบงานเขียนอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเขียนนิยายต่อไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ขอฝากผลงานนิยายเรื่องล่าสุด “ดาวใต้น้ำ” ด้วยนะคะ อยากให้ลองอ่านกันดู เรื่องนี้ผักบุ้งตั้งใจแต่งมาก ความจริงแล้วก็ตั้งใจทุกเรื่อง แต่ดาวใต้น้ำเป็นเรื่องที่กินใจผักบุ้งมากกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เคยเขียนมาเลยค่ะ แล้วก็ฝากผลงานลำดับถัดไปที่จะวางแผงเร็ว ๆ นี้ “พระจันทร์เปื้อนฝุ่น” ด้วยนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้เสมอมาค่ะ ถ้านักอ่านท่านใดอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันก็เข้ามาทักทายผักบุ้งได้ที่ http:// nupakbung.forumup.com/ค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนเลย”
   
อ้อนเก่งซะขนาดนี้...มิน่าล่ะ...แฟนพันธุ์แท้ เพียบ.

แก้วกล้า

สนับสนุนโดย

ก.พ.
02

วังเวง

Written by คุณสาระ ชอบช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม 2553

ธรณีพิบัติภัยในเฮติ
เป็นปริเทวนาการโศกกรรแสง
มหาโศกนาฏกรรมอันสำแดง
หกคะมำคว่ำตะแคงแหล่งโลกา
   
ส่งสัญญาณว่าถึงกาลจะสิ้นโลก
จะวิโยคกลียุคทุกหย่อมหญ้า
โลกจะแตกแหลกแล้วหรือแก้วตา
ใครจะมารองรับประคับประคอง
   
ใครจะซับเหงื่อโลกยามโลกร้อน
คอยอาทรยามโลกต้องโศกหมอง
เมื่อมนุษย์ไร้ดวงตาจะมามอง
สิ่งจะต้องสิ้นไป คือมนุษย์
   
คือความเป็นมนุษย์จะสุดสิ้น
ไม่เฉพาะแผ่นดินที่สิ้นสุด
หากคืออารยธรรมอันทรามทรุด
คนต่อคนค้นขุดเข่นฆ่ากัน
   
มหาภัยธรรมชาติสาหัสโหด
ภัยจากคนชั่วโฉดยิ่งโหดมหันต์
ยิ่งเห็นยิ่งใจหายไม่วายวัน
สารพันจะพ่ายพัง...วังเวงนัก !

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สนับสนุนโดย

ม.ค.
25